บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 เปลี่ยนไป

ตอนที่ 4 เปลี่ยนไป

ฝั่งด้านซินเหยียนก่อนออกจากตำหนักไม่ลืมที่จะแจ้งขันทีว่าค่ำคืนนี้ขอให้ฝ่าบาทเสด็จไปหานางที่ตำหนักหลุนหลง นานมากแล้วที่นางมิได้เสวยอาหารกับฝ่าบาท คืนนี้จึงขอให้ฝ่าบาทเจียดเวลาเสด็จไปหานาง

เมื่อกลับตำหนักหลี่เจี๋ยได้มารออยู่ที่ห้องโถงเพื่อรายงานสิ่งที่ฮองเฮาให้เขาไปตามสืบ ตอนนี้เขาเริ่มรู้และให้ลูกน้องเฝ้าจับตามองความเคลื่อนไหวของเสนาบดีจื่อซุนห่าวและหวงกุ้ยเฟย

“เจ้ามาแล้วสินะเป็นเช่นไรบ้างเรื่องที่ข้าให้เจ้าไปจัดการ”

“ทูลฮองเฮา ยามนี้กระหม่อมเห็นความผิดปกติฝั่งด้านของเสนาบดีจื่อซุนห่าว ยามราตรีมักออกไปที่หอนางโลมแถมยังมีใต้เท้าชั้นผู้น้อยหลายคนที่ตามเข้าไป หากดูไม่ออกคิดว่าเหล่าใต้เท้าเข้าไปกินดื่มสังสรรค์หากแต่ว่ามิใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้จักนางคณิกาในหอนางโลมอยู่บ้างจึงยัดเงินให้นางเพื่อให้นางเข้าไปสืบเรื่องที่เสนาบดีไปหารือกันอีกไม่นานคงได้เรื่อง ”

“ดีมาก บอกนางคณิกาหากนางทำสำเร็จหาข่าวมาให้ข้าได้ข้าจะให้ของกำนัลแก่นางเองไม่ว่านางต้องการสิ่งใดที่ข้าสามารถหาให้นางได้ข้าจะทำให้นางทุกอย่างที่นางประสงค์”

“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา ”

“จริงสิ สิ่งที่ข้าต้องการให้เจ้าไปจัดการรวดเร็วคือหนังสือรายชื่อผู้เข้าร่วมก่อกบฏข้าคิดว่าอีกไม่นานหวงกุ้ยเฟยอาจจะลงมือก่อนกำหนด เจ้าจงไปตามหามาให้ได้ไม่ว่าจะต้องพลิกแผ่นดินทั่วใต้หล้าเจ้าจงไปตามมาก่อนที่ฝ่ายนั้นจะลงมือมิเช่นนั้น ไม่ใช่แค่ข้าแต่ทั้งตระกูลของข้าบรรพบุรุษรวมทั้งข้ารับใช้อย่างพวกเจ้าจะต้องพบจุดจบว่าเป็นกบฏประหารเจ็ดชั่วโคตร ”

“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา แต่ว่ากระหม่อมเพียงสงสัยขอเอ่ยถามฮองเฮาสักนิด เหตุใดฮองเฮาถึงมั่นใจว่าฝ่ายนั้นจ้องทำลายตระกูลไป๋ หากฮองเฮามั่นใจเหตุใดไม่แจ้งให้ฝ่าบาทรับทราบหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ตอนนี้ข้ามิอาจไว้ใจผู้ใดได้แม้กระทั่งฝ่าบาท ข้าไม่รู้เลยว่าฝ่าบาทจะเชื่อคำพูดของข้าหรือไม่? ตั้งแต่ที่จื่อฟางหรูได้รับตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยไม่มีทางที่ข้าจะเข้าใกล้ฝ่าบาทได้เลย วัน ๆ ฝ่าบาทอยู่แต่กับนาง หากเจ้าเป็นฝ่าบาทเจ้าจะคิดว่าข้าเอ่ยความจริงหรือใช่ความเพราะริษยาอิจฉาหวงกุ้ยเฟยกัน ส่วนเรื่องที่ข้าล่วงรู้ได้เช่นใดนั่นข้ามิขอเอ่ย เจ้าจงเชื่อคำพูดของข้าและทำตามที่ข้าสั่งเท่านั้น”

“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา” หลี่เจี๋ยไม่เอ่ยถามต่อเขาจงรักภักดีต่อฮองเฮา นางเป็นผู้ให้ชีวิตใหม่เขาลั่นวาจาตั้งแต่ครานั้นชีวิตลมหายใจของเขาจะอุทิศถวายความจงรักภักดีต่อฮองเฮาอย่างไม่เสียดายชีวิต

ยามโหย่ว (18.00) เสียงระฆังดังขึ้นอีกคราแจ้งเตือนเวลา หน้าตำหนักหลุนหลงแขวนโคมไฟไว้หน้าตำหนักแสดงให้รู้ว่าวันนี้ฝ่าบาทจะมาเยือนที่ตำหนักของฮองเฮา นางกำนัลต่างพากันกระตือรือร้นจัดโต๊ะอาหาร ให้ฮ่องเต้กับฮองเฮาใต้แสงจันทราในคืนที่ลมพัดเย็นสบาย ไม่นานนักเสียงฝีเท้าขบวนฮ่องเต้ได้เสด็จมาถึง วันนี้ซินเหยียนแต่งกายสวยงามตามเคยออกมายืนต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้ม

“ฮ่องเต้เสด็จแล้ว” เสียงขันทีประจำกายของฮ่องเต้ดังสนั่นหน้าตำหนัก ผู้คนด้านในตั้งแถวรอด้านรับ เว่ยเจี่ยเดินเข้ามากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตำหนักนานแล้วที่เขาไม่ได้มาเหยียบที่นี่ ที่นี่ไม่ต่างจากเดิมแม้แต่น้อยมีเพียงแต่ฮองเฮาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าฝ่าบาทจะไม่เสด็จมาเสียแล้ว”

วาจาอ่อนหวานกิริยาชวนมองทำให้เขาตราตรึงใจครั้งแล้วครั้งเล่า นานมากแล้วที่นางมีเพียงความเย็นบัดนนี้อ่อนช้อยไม่เหมือนเคยชวนให้คิดถึงยามแรกที่พบเจอ

“ฮองเฮาต้องการเสวยอาหารกับข้า ทำไมข้าจะไม่มา ที่นี่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยสินะ”

“เพคะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแม้กระทั่งใจของหม่อมฉัน ดูนั่นสิเพคะต้นท้อที่ฝ่าบาทประทานให้หม่อมฉัน ยามนี้ออกดอกบานสะพรั่ง ค่ำคืนนี้เราจะเสวยอาหารกันใต้ต้นท้อเพคะ”

"ฮองเฮาเจ้าเปลี่ยนไปจริง ๆ เมื่อก่อนเจ้ามีเพียงความเย็นชาไร้อารมณ์ ใช้ชีวิตราวกับหุ่นเชิดไม่สนใจข้าสักนิดวัน ๆ อยู่กับการดูแลวังหลัง" ซินเหยียนหยุดชะงักเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับเว่ยเจี่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ

"เมื่อก่อนหม่อมฉันเป็นฮองเฮาใจกว้างดุจดั่งท้องทะเลไม่คิดว่าในสายตาผู้อื่นจะเห็นหม่อมฉันเป็นเพียงฮองเฮาโง่เขลาและอ่อนแอ จะมีไม่ฮองเฮาผุู้นั้นอีกแล้วเพคะ หม่อมฉันอยากใช้อำนาจที่ตนเองมีปกป้องศักดิ์ศรีของหม่อมฉัน "

"แม้ว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปแต่ข้าชอบเจ้าในตอนนี้เสียจริงแววตาเต็มไปด้วยหยิ่งยโสทะนงตน เพียงกวาดสายตามองผ่านนางกำนัลทั้งหลายต่างพากันหลบสายตา จากนี้คงไม่มีผู้ใดกล้าต่อว่าดูหมิ่นฮองเฮาของข้าเป็นแน่ ข้าหิวแล้วสิช่วงเช้าข้าไม่ทันได้กินอะไรเลยแถมยังใช้แรงไปเยอะ ตอนนี้ข้าคงต้องกินเยอะ ๆ หน่อยแล้วเพราะค่ำคืนนี้ข้ามีเรื่องหารือกับฮองเฮาทั้งคืน"

ซินเหยียนไม่เอ่ยอันใดต่อผายมือให้เว่ยเจี่ยเดินไปด้านหน้าที่จัดเตรียมเอาไว้แล้ว ทั้งสองร่วมกินอาหารเย็นด้วยกัน

สายตาเขาลอบมองนางทั้งรอยยิ้มยามเห็นนางเอร็ดอร่อยกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า เสียงบรรเลงผีผาไพเราะเคล้ากับลมเย็น ๆ ยามค่ำคืน ใบหน้านวลของนางช่างส่องสว่างแม้ในความมืด จนเขาไม่อยากอาหารจ้องมองนางก็อิ่มเอมหัวใจ

“ฝ่าบาทท่านไม่เสวยหรือเพคะ หรือว่าอาหารวันนี้ไม่ถูกปาก เช่นนั้นให้หม่อมฉันจัดการเปลี่ยนพ่อครัวดีหรือไม่เพคะ”

“มิใช่เช่นนั้น อาหารของพ่อครัวหลวงเอร็ดอร่อยที่สุดเท่าที่ข้าได้กินมา ทว่ายามนี้ข้าเบื่ออาหารตรงหน้าแต่อยากกินฮองเฮาเสียมากกว่า ”

“เอ่ยอันใดกันเพคะ นางกำนัลขันทีอยู่ที่นี่ตั้งมากมาย”

“เจ้าจะเขินอายไปทำไมกัน ในที่นี่มีแต่พวกหูหนวกตาบอดเท่านั้น ”

“เช่นนั้นเราเข้าไปในตำหนักดีหรือไม่เพคะ น้ำค้างเริ่มลงแล้วเมื่อไปในตำหนักหม่อมฉันจะนวดให้เพคะ” ซินเหยียนวางตะเกียบลงหยิบผ้ามาเช็ดปาก ยิ้มอ่อนหวานส่งให้เว่ยเจี่ย สิ่งเดียวที่นางต้องการยามนี้คือใช้เวลาในทุก ๆ คืนร่วมกับฝ่าบาทเพื่อที่จะได้ตั้งครรภ์เพิ่มอำนาจให้ตนเอง ฮ่องเต้ได้ยินสิ่งที่นางเอ่ย ลุกขึ้นย่างกรายเข้ามาอุ้มช้อนร่างบางขึ้นมาบนแขนแกร่งราวกับไร้น้ำหนักกระซิบกระซาบข้างหูอย่างแผ่วเบา

“ฮองเฮาไม่จำเป็นต้องนวดให้ข้า ข้าจะเป็นฝ่ายนวดให้เจ้าเอง” ใบหน้าซินเหยียนแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศซบหน้าลงแนบอกของเขาอย่างเขินอาย

“ฝ่าบาทจะนวดให้หม่อมฉันหรือจะทำให้หม่อมฉันระบมไปทั้งร่างกายกันแน่เพคะ”

“ข้าเองก็ชักอยากจะรู้เช่นกันเพราะยามนี้ข้าปรารถนาในตัวของฮองเฮาเหลือเกิน” เขาจ้องมองนางดวงตาเป็นประกายแวววาวเดินเข้าตำหนักอย่างเร่งรีบโดยมีขันทีและนางกำนัลเดินตามหลังและคอยปิดประตูตำหนักยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกไม่ให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel