บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ทวงคืน

ตอนที่ 2 ทวงคืน

รุ่งเช้าวันต่อมา

ขบวนฮองเฮาเดินทางไปที่ตำหนักหงซือโดยมีฮองเฮาเป็นผู้เดินนำและมีนางกำนัลขันทีเดินตามมากมาย วันนี้อากาศแจ่มใสเป็นปลายฤดูใบไม้ผลิที่สดใส

“หากเป็นตอนนี้ของชาติที่แล้ว ข้าคงกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมหาอาภรณ์เพื่อต้อนรับฤดูเหมันต์ แต่ข้านี้ต่างออกไปเพราะของพวกนั้นมีนางกำนัลห้องเครื่องต้องจัดการอยู่ดี วันนี้ข้าได้กลับมาเห็นใบหน้าของฝ่าบาทผู้ที่ประทานยาพิษให้ข้า ข้าอยากรู้เหลือเกินตลอดมาท่านเคยมีความรักให้แก่ข้าบ้างหรือไม่ หรือเพียงเห็นแค่ข้าเป็นฮองเฮาไว้คอยหนุนหลัง ครั้งนี้หากท่านไม่มีความรัก ข้าเองก็ไม่หวังให้ท่านมอบรักให้เช่นกัน เพราะเป้าหมายของข้าคือการตั้งครรภ์มีโอรสไว้สืบทอดรับตำแหน่งรัชทายาท อำนาจต่างหากที่ข้าต้องการต่อจากนี้ เมื่อไหร่ที่ข้าคลอดบุตรชายใต้หล้าแห่งนี้คงสั่นสะเทือน หวงกุ้ยเฟยคงร้อนอกร้อนใจไม่น้อย เพราะครั้งก่อนไม่ว่านางจะอยู่กับฝ่าบาททุกคืนแต่ไม่ตั้งครรภ์เสียที ครั้งนี้ข้าจะทำให้เห็นเองว่าบุตรของผู้ใดกันแน่ที่จะได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ต่อจากฝ่าบาท” ซินเหยียนคิดในใจพลางย่างกรายเข้าไปตำหนักหงซือ นางเห็นนางกำนัลขันทีของตำหนักฉู่อี้ยืนอยู่กับนางกำนัลของฝ่าบาท ซินเหยียนแสยะยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเแผ่วเบา

“คิดไว้แล้วว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่ มาหาฝ่าบาทตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้ หมายความว่าฝ่าบาทมิได้ไปหานางที่ตำหนักสินะ ดีเลยข้าเองก็อยากพบเจอเจ้าเช่นเดียวกันหวงกุ้ยเฟย”

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฮองเฮา” ขันทีตำหนักหงซือรีบออกมาถวายบังคมซินเหยียนเมื่อเห็นนางเดินเข้ามาใกล้ ๆ ทุกคนได้ยินเช่นนั้นรีบถวายบังคมน้อมตัวลงทันทีเช่นเดียวกัน

“ข้าต้องการเข้าพบฝ่าบาท ฝ่าบาทคงกำลังเสวยอาหารเช้าอยู่สินะ”

“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา ยามนี้ฝ่าบาทกำลังเสวยอาหารอยู่ด้านใน กระหม่อมจะเข้าไปกราบทูลว่าฮองเฮาเสด็จมาบัดนี้เดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีก้มโค้งเดินหันหลังทว่าไม่ทันซินเหยียนนางไม่รอให้ขันทีเดินเข้าไปแจ้งต่อฝ่าบาทนางเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าขันทีไปก่อนแล้ว

ปัง!! เสียงประตูถูกเปิดจากมือของซินเหยียน นางกำนัลหรือแม้แต่ขันทีไม่กล้าจะขัดขวางทำได้เพียงยืนคอยอยู่ด้านนอกมีเพียงขันทีประจำตำหนักเท่านั้นที่เดินตามหลังฮองเฮาเข้าไป

ด้านในตำหนักมีบุรุษสตรีกำลังนั่งเสวยอาหารพูดคุยหัวเราะกันอย่างชอบใจ เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามาต่างพากันมองด้วยความสงสัยผู้ใดกันกล้าเดินบุ่มบ่ามเข้ามาในตำหนักของฮ่องเต้อย่างพละการ

เมื่อสายตาของหลงเว่ยเจี่ยฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเหมินซานจ้องมองไปเบื้องหน้า เขามิอาจจะละสายตาจากสตรีที่กำลังย่างกรายเข้ามา รูปโฉมงดงามดั่งบุปผาแรกแย้มเป็นที่คลั่งไคล้ของคนนับหมื่น ใบหน้าเจือทั้งความทระนงและจองหองราวกับว่านี่มิใช่ฮองเฮาผู้ที่เขาเคยรู้จักสักนิดไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายหรือแต่งแต้มประทินโฉมจัดจ้านหากเทียบเมื่อก่อนราวกับไก่ต้มไม่ปาน

“ข้าคิดว่าผู้ใดมาขัดจังหวะยามที่ข้ากำลังเสวยอาหาร”

“ถวายบังคมฝ่าบาทหม่อมฉันต้องขอประทานอภัยหากการมาของหม่อมฉันทำให้พระองค์ไม่สบอารมณ์”

“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ฮองเฮามาเยือนที่ตำหนักของข้า ข้าย่อมดีใจอยู่แล้วคงมีเรื่องอันใดสินะมิเช่นนั้นไม่ถ่อมกายมาถึงที่นี่” ซินเหยียนจ้องมองไปยังเบื้องหน้าเห็นหวงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ไม่ไกลจากฝ่าบาท นางรีบลุกขึ้นถวายบังคมฮองเฮาแม้ว่าไม่อยากจะทำเลยสักนิด

“ถวายบังคมฮองเฮา อายุยืนหมื่นปีหมื่น ๆ ปีเพคะ” ซินเหยียนไม่เอ่ยอันใดเดินผ่านนางตรงไปหาฝ่าบาท พร้อมจับโต๊ะตั้งอาหารขยับถอยออกไปเล็กน้อยก่อนจะนั่งบนตักใหญ่ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนยกมือสองมือคล้องคอแน่นพร้อมยิ้มหวานยั่วยวนสามีของตนเอง

“ฝ่าบาทหม่อมฉันเป็นฮองเฮาของท่าน ต้องมีเรื่องอันใดก่อนหรือถึงจะเข้ามาหาท่านได้ น่าน้อยใจนักท่านปล่อยให้หม่อมฉันเฝ้ารออยู่ที่ตำหนักวันแล้ววันเล่าแต่กลับไม่ไปเยือนที่ตำหนักเลย ในแต่ละวันหม่อมฉันต้องผ่านความเปล่าเปลี่ยวหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นไทเฮาหรือฮองไทเฮาต่างตำหนิหม่อมฉัน กล่าวโทษหม่อมฉันเรื่องโอรสต่อจากนี้หม่อมฉันไม่มีทางยอมแล้วนะเพคะ” นางไม่ว่าเปล่าใช้มือลูบไล้ใบหน้าพร้อมใช้นิ้วแตะลงที่ปลายจมูกเลื่อนต่ำมาที่ริมฝีปาก แม้เว่ยเจี่ยจะแปลกใจแต่ก็ชอบที่ฮองเฮาของเขาเป็นเช่นนี้เหลือเกิน

“ข้าจะต่อว่าฮองเฮาของข้าได้เช่นไรกัน หวงกุ้ยเฟยวันนี้เจ้ากลับตำหนักไปก่อน ข้ามีเรื่องที่จะต้องคุยกับฮองเฮาทั้งวัน” เว่ยเจี่ยปัดมือไล่หวงกุ้ยเฟยออกไปจากตำหนัก นางเหลือบหน้าไปมองครู่หนึ่งเห็นแววตาของฮองเฮาคลายทำท่าทางเยาะเย้ย นางทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่น ก้มโค้งลงและจำใจเดินออกจากตำหนักไปด้วยความโมโห

“เพคะฝ่าบาทหม่อมฉันทูลลา" เมื่อหวงกุ้ยเฟยเดินจากไปซินเหยียนปล่อยมือออกจากกายของฝ่าบาทจะลุกขึ้นไปนั่งด้วยตนเองทว่าฝ่าบาทกลับดึงกายนางเอาไว้พร้อมกอดเอวของนางแนบชิดมากกว่าเดิม

“จะลุกไปไหน หรือว่าเจ้าหึงหวงข้าที่ข้าอยู่กับหวงกุ้ยเฟยเข้ามาเพียงกลั่นแกล้งนางเมื่อได้ดั่งใจเจ้าก็ลุกหนีข้าอย่างนั้นหรือฮองเฮา?”

“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรเพคะ หม่อมฉันไม่คิดลุกหนีฝ่าบาทหรอกนะเพคะแต่เรื่องของหวงกุ้ยเฟยหม่อมฉันไม่ปฏิเสธ ฝ่าบาทเอาแต่อยู่กับนางแล้วหม่อมฉันเล่าเพคะฝ่าบาทเคยรู้หรือไม่ว่าทุกสายตาในวังหลังจ้องมองข้าเช่นไร ซุบซิบนินทาผู้เป็นฮองเฮาที่ถูกทิ้ง หม่อมฉันเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ เฝ้าคิดทุกค่ำคืนว่าดีแล้วหรือที่หม่อมฉันมาอยู่ที่ตำแหน่งนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เป็นแค่คุณหนูตระกูลไป๋ ยามนั้นฝ่าบาทเป็นรัชทายาท เมื่อก่อนเราทั้งสองมีเวลาเที่ยวเล่นสนุกด้วยกันมากกว่านี้เสียอีก ทว่าเวลาผ่านไปท่านขึ้นครองบัลลังก์ ท่านไม่เคยมีเวลาให้หม่อมฉันเลย ถึงมีเวลาท่านก็มิเคยไปหาหม่อมฉัน หรือว่าที่ผ่านมาท่านต้องการหม่อมฉันเพียงแค่ให้มาหนุนหลังไม่ให้บัลลังก์สั่นคลอนเท่านั้นเพคะ หม่อมฉันดีไม่พอที่จะสู้หวงกุ้ยเฟยหรืออย่างไร หากเป็นเช่นนั้นแต่งตั้งให้นางขึ้นเป็นฮองเฮาเลยสิเพคะ หม่อมฉันมิต้องการ หากการเป็นฮองเฮาแล้วอยู่เหงาใจเช่นนี้ สู้เป็นหวงกุ้ยเฟยที่มีฝ่าบาทอยู่ข้างกายทุกวันจะดีกว่า” ซินเหยียนใช้มารยาสตรีออดอ้อนเว่ยเจี่ย แม้จะมีครึ่งหนึ่งที่นางเอ่ยความจริงออกมา ตอนแรกนางคิดว่าตนเองจะเข็มแข็งพอทว่าเมื่อมาเจอพระพักตร์ของเว่ยเจี่ย นางกลับเจ็บปวดและยังคงหวั่นไหวกับเขาแม้ว่าเขาคือผู้ที่หยิบยื่นความตายให้กับนาง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel