บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 social ถล่มและหน้ากากที่หลุดลอย

เช้าวันต่อมา แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านผ้าม่านไหมลาเวนเดอร์ราคาแพงเข้ามาในห้องนอนสุดหรูของหลิน เมิ่งเหยา เธอขยับกายบิดขี้เกียจอย่างอารมณ์ดี ความขุ่นมัวจากเรื่องพนักงานร้านอาหารเมื่อวานนี้ถูกลบเลือนไปเกือบหมด หลังจากที่พี่ชายของเธอบอกว่าจะสั่งกระเป๋าใบใหม่มาเปลี่ยนให้ทันที

ทว่า ความสงบสุขของเธอคงอยู่ได้ไม่ถึงห้านาที

ปัง!

ประตูห้องนอนถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง “หลิน เฉิงซี” พี่ชายคนโตของเธอเดินหน้าตาตื่นเข้ามา ในมือถือไอแพดที่หน้าจอกำลังรันวิดีโออะไรบางอย่างอยู่ด้วยความเร็วสูง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดแบบที่เมิ่งเหยาไม่เคยเห็นมาก่อน

“เมิ่งเหยา! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” เฉิงซีโพล่งขึ้น เสียงของเขาสั่นเครือ

“อะไรกันคะพี่เฉิงซี เข้าห้องคนอื่นไม่เคาะประตู ไร้มารยาทที่สุดเลย!” เมิ่งเหยาตวาดกลับพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมอกด้วยความหงุดหงิด

“เลิกสนใจเรื่องมารยาทแล้วดูนี่ก่อน!” เฉิงซีโยนไอแพดลงบนเตียงตรงหน้าเธอ

เมิ่งเหยาขมวดคิ้วหยิบขึ้นมาดู บนหน้าจอคือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตที่มีแฮชแท็กอันดับ 1 ตัวเบ้อเริ่มว่า #หน้ากากดอกไม้ขาวหลินเมิ่งเหยา และเมื่อเธอกดดูคลิปวิดีโอ หัวใจของเธอก็ดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

ภาพในคลิปคมชัดระดับเอชดี มันเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่พนักงานทำน้ำหกใส่กระเป๋า ไปจนถึงตอนที่เธอกรีดร้อง ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และประโยคเด็ดที่ว่า ‘ต่อให้แกทำงานสิบชาติ ขายไตทั้งสองข้าง ก็ไม่มีปัญญาซื้อคืนให้ฉัน! ไอ้ขยะเอ๊ย!’ ภาพจบลงที่พนักงานหนุ่มคุกเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้น ขณะที่เธอกระชากกระเป๋าเดินสะบัดก้นออกไปจากร้าน

ยอดวิวพุ่งทะลุ 50 ล้านวิวภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง คอมเมนต์นับแสนหลั่งไหลเข้ามาดั่งเขื่อนแตก

[ชาวเน็ต A]: นี่หรือคือนางเอกผู้แสนดีที่ฉันตามติ่งมาสามปี? แท้จริงแล้วเป็นแค่อีคุณหนูใจร้ายที่เหยียดหยามคนอื่น! อ้วกจะแตก!

[ชาวเน็ต B]: ดูถูกพนักงานขนาดนั้นเลยเหรอ? เขาไม่ได้ตั้งใจไหม กระเป๋าใบเดียวแพงแค่ไหนก็สู้ค่าความเป็นคนไม่ได้หรอก สันดานดิบโผล่แล้วสินะ

[ชาวเน็ต C]: ขอแบนทุกผลงาน! โฆษณาครีมบำรุงผิวที่บอกว่า ‘อ่อนโยนต่อทุกคน’ นี่ย้อนแย้งสิ้นดี หน้าอย่างใจอย่าง! ปลดด่วน!

“กะ...กิเลสพวกนี้มันกล้าดียังไง!” เมิ่งเหยาหน้าถอดสี มือไม้สั่นเทิ้มจนไอแพดแทบร่วง “พี่เฉิงซี! สั่งคนลบคลิปสิคะ! เอาเงินฟาดหัวไอ้คนโพสต์เลย! พ่อล่ะ? พ่อส่งคนไปจัดการหรือยัง!”

“มันไม่ทันแล้วเมิ่งเหยา!” เฉิงซีถอนหายใจอย่างแรง “คลิปนี้มันกระจายไปทุกแพลตฟอร์ม คนเซฟเก็บไว้เป็นล้านๆ คน ตอนนี้แบรนด์สินค้าสามตัวที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์ส่งจดหมายเตือนมาแล้วว่ากำลังพิจารณาขอยกเลิกสัญญาและฟ้องเรียกค่าเสียหาย!”

เมิ่งเหยากรีดร้องออกมาด้วยความขัดใจ เธอทุบหมอนรัวๆ “ฉันไม่ผิด! มันทำกระเป๋าใบร้อยล้านของฉันพังนะ! พวกชาวเน็ตจนๆ พวกนั้นจะไปเข้าใจอะไร!”

บ่ายวันนั้น ณ ห้องประชุมใหญ่ของหลินกรุ๊ป บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก บิดาของเธอ “หลิน เจิ้นหัว” นั่งหน้าเครียดอยู่หัวโต๊ะ โดยมีทีมประชาสัมพันธ์ชั้นนำรุมล้อมเพื่อหาทางออก

“เราต้องจัดงานแถลงข่าวทันที” ที่ปรึกษาค่ายบันเทิงเสนอ “คุณหนูเมิ่งเหยาต้องแต่งหน้าอ่อนๆ ใส่ชุดเรียบๆ ออกไปก้มหัวขอโทษ สังคมจีนแพ้ทางน้ำตาและความอ่อนน้อม บอกไปว่าเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบและฮอร์โมนไม่ปกติ”

“ฉันไม่ก้มหัวให้ใครทั้งนั้น!” เมิ่งเหยาที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องประชุมตวาดลั่น “ฉันคือหลิน เมิ่งเหยา นะคะคุณพ่อ! จะให้ฉันไปก้มหัวขอโทษไอ้พนักงานกระจอกนั่นเหรอ? ฝันไปเถอะ!”

“เมิ่งเหยา! นั่งลงและเงียบเสียงเดี๋ยวนี้!” เจิ้นหัวทุบโต๊ะดังปัง ถลึงตาใส่ลูกสาวที่เขาเคยตามใจจนเสียคน “รู้ไหมว่าหุ้นของบริษัทเราตกไปกี่เปอร์เซ็นต์เพราะแก! ครั้งนี้เรื่องมันใหญ่เกินกว่าที่เงินของพ่อจะอุดปากทุกคนได้ แกต้องออกไปแถลงข่าวและทำตามที่ทีมงานบอก ไม่งั้นอนาคตในวงการของแกดับแน่!”

เมื่อเห็นบิดาที่เคยสปอยล์เธอทุกอย่างระเบิดอารมณ์ เมิ่งเหยาก็สะดุ้งเฮือก เธอเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเคียดแค้นและอับอาย

สองวันต่อมา งานแถลงข่าวถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วน กองทัพนักข่าวนับร้อยชีวิตเบียดเสียดกันจนแน่นห้องโถง

เมิ่งเหยาปรากฏตัวในชุดสีขาวเรียบง่าย ใบหน้าซีดเซียว (จากการแต่งหน้าโทนละมุนให้ดูอมทุกข์) เธอเดินขึ้นเวทีพร้อมกับบิดาและพี่ชายที่คอยคุมเชิง

“...สวัสดียินดีพี่ๆ สื่อมวลชนและแฟนๆ ทุกคนค่ะ” เมิ่งเหยาเริ่มพูดตามสคริปต์ที่ท่องมา บีบน้ำตาให้ไหลออกมาคลอเบ้า “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมิ่งเหยารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ วันนั้นเมิ่งเหยาเครียดจากการทำงานและขาดสติ... เมิ่งเหยาอยากขอโทษพนักงานคนนั้น และขอโทษสังคมที่ทำให้ผิดหวังค่ะ...”

เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อยตามที่ซ้อมมา ทว่านักข่าวสายเหยี่ยวคนหนึ่งกลับโพล่งคำถามแทงใจดำขึ้นมาทันที

“คุณเมิ่งเหยาคะ! มีคนจับผิดว่าในคลิปคุณพูดคำว่า ‘ไอ้ขยะ’ และบอกว่าเขาทุกข์ยากไปสิบชาติก็ไม่มีปัญญาชดใช้ นี่เป็นทัศนคติที่แท้จริงของคุณต่อคนทำงานหาเช้ากินค่ำหรือเปล่าคะ? แล้วที่คุณบอกว่าขอโทษ คุณได้ติดต่อชดเชยค่าทำขวัญให้พนักงานคนนั้นจริงๆ หรือยัง หรือแค่พูดให้รอดไปวันๆ?”

คำถามนั้นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนศักดิ์ศรีของคุณหนูผู้สูงส่ง เมิ่งเหยาหน้าร้อนผ่าว ความโกรธแค้นที่ถูกสั่งสมมาหลายวันเริ่มปะทุทะลุสคริปต์

“นี่คุณ! ฉันก็บอกว่าขอโทษแล้วไงจะเอาอะไรอีก!” เมิ่งเหยาเผลอขึ้นเสียง ดวงตาเบิกกว้างตวัดมองนักข่าวคนนั้นอย่างกินเลือดกินเนื้อ “กระเป๋าฉันใบละเป็นล้านๆ พวกคุณรู้ไหม? เงินเดือนพนักงานคนนั้นทั้งปีซ่อมซิปยังไม่ได้เลย! ฉันยอมเสียเวลามานั่งขอโทษตรงนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว!”

“เมิ่งเหยา! หยุด!” เฉิงซีรีบคว้าไมโครโฟนออกจากมือซี้ซาดของน้องสาวทันที แต่พายุได้ก่อตัวขึ้นแล้ว

นักข่าวพากันรัวชัตเตอร์เก็บภาพสีหน้าเหวี่ยงวีนและแววตาร้ายกาจของหลินเมิ่งเหยาได้ทันแบบจะๆ สัญญาณไลฟ์สดเผยแพร่คำพูดหลุดปากนั้นออกไปสู่สายตาประชาชนนับล้านในเสี้ยววินาที

งานแถลงข่าวเพื่อกู้ชื่อเสียง กลายเป็นงานฝังกลบตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ หน้ากากนางเอกผู้แสนดีหลุดลุ่ยไม่เหลือชิ้นดี สังคมไม่เพียงแต่ไม่ให้อภัย แต่กระแสสาปแช่งและขับไล่เธออกจากวงการกลับทวีความรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel