ตอนที่ 6 เมื่อแฟนเก่าต้องมาจัดเตียงให้ประธาน
กลิ่นอายของแม่น้ำเจ้าพระยายังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก แต่บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบภายในรถยุโรปคันหรูที่กำลังมุ่งหน้ากลับสู่คฤหาสน์ ภามนั่งพิงเบาะหลัง หลับตาลงอย่างอ่อนล้า กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ที่ผสมกับน้ำหอมราคาแพงโชยออกมาจากตัวเขาจน เกวลิน ที่นั่งอยู่ข้างๆ รู้สึกได้
เมื่อรถจอดสนิทที่หน้ามุขคฤหาสน์ ภามขยับตัวเล็กน้อยแต่ดูเหมือนจะทรงตัวได้ไม่มั่นคงนัก เกวลินจึงต้องรีบเข้าไปประคองแขนแกร่งเอาไว้
"ไหวไหมคะคุณภาม? ดื่มไปเยอะเหมือนกันนะวันนี้"
"ใครบอกว่าดื่มเยอะ... ฉันแค่... อยากพักสายตา" เขาตอบด้วยเสียงอ้อแอ้กึ่งจริงกึ่งเล่น ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาที่ไหล่บางของเธอจนเกวลินต้องขบกรามรับน้ำหนัก
เธอพาเขาเดินขึ้นบันไดวนไปยังชั้นบนอย่างทุลักทุเล เมื่อถึงหน้าห้องนอนใหญ่ที่เป็นเขตราวงห้าม เธอลังเลครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป กลิ่นสะอาดเย็นๆ ของห้องนอนสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกปะทะใบหน้า เกวลินพาเขาไปที่เตียงกว้างขนาดคิงไซส์ก่อนจะค่อยๆ ประคองร่างหนาให้นั่งลง
"หน้าที่ของเธอ... ยังไม่จบนะผู้ช่วยเกล" ภามเอ่ยขึ้นขณะที่เธอกำลังจะถอยห่าง
"คุณเมาแล้ว พักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันไปเรียกแม่บ้านมาดูแลต่อ"
"ไม่ต้อง!" เขาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วกระตุกเบาๆ จนเธอล้มลงมานั่งข้างๆ
"ในสัญญาบอกว่ายังไง... 24 ชั่วโมงไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนี้กี่โมง... เพิ่งจะเที่ยงคืนกว่าเอง"
ภามจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่ฉ่ำปรือเพราะฤทธิ์ไวน์ แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาเริ่มถอดสูทตัวนอกออกแล้วโยนมันทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเริ่มปลดเนคไทที่รัดคออยู่ออกอย่างเก้ๆ กังๆ
"มานี่... จัดเตียงให้ฉัน แล้วก็... ช่วยถอดไอ้เจ้านี่ออกที รำคาญ" เขาชี้ไปที่เนคไท
เกวลินถอนหายใจยาว ขยับเข้าไปใกล้เพื่อช่วยปลดปมเนคไทให้เขา นิ้วเรียวสวยสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อต้องสัมผัสกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ภามนิ่งเงียบปล่อยให้เธอจัดการ แต่สายตาของเขากลับสำรวจใบหน้าสวยของเธอในระยะประชิดอย่างไม่ลดละ
"เธอยังกลิ่นเหมือนเดิมเลยนะเกล..." เขาพึมพำ
"กลิ่นวนิลาอ่อนๆ ที่ฉันเคยบอกว่าชอบนักชอบหนา"
"คุณเมามากแล้วค่ะ อย่าพูดเรื่องเก่าเลย" เธอพยายามทำใจแข็ง ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนให้เขาเพื่อให้เขาหายใจสะดวกขึ้น
"ไม่เมา... ฉันมีสติครบถ้วน" ภามคว้ามือเธอที่กำลังวุ่นวายอยู่กับเสื้อของเขาขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมือ
"ที่ฉันปกป้องเธอในงานวันนี้... เธอรู้ใช่ไหมว่าทำไม?"
เกวลินนิ่งไป "เพราะคุณบอกว่า... ฉันเป็นสมบัติของคุณใครก็รังแกไม่ได้"
"นั่นก็ใช่... แต่มันมีมากกว่านั้น" เขาแกล้งทำตัวอ่อนแรง ซบหัวลงที่ไหล่ของเธอ
"ฉันเกลียดตัวเองที่เห็นเธอเสียใจไม่ได้ ต่อให้ฉันจะอยากแก้แค้นเธอแค่ไหน แต่พอเห็นน้ำตาเธอ... ใจฉันมันก็เหมือนจะขาดตามไปด้วย"
ความหน่วงเริ่มกลับมาจุกที่อกของเกวลินอีกครั้ง คำสารภาพกึ่งเมาของเขาทำให้กำแพงในใจที่เธอสร้างไว้เริ่มสั่นคลอน เธอค่อยๆ ดันตัวเขาให้เอนลงนอนกับหมอนใบใหญ่ จัดแจงห่มผ้าให้เขาอย่างเบามือ
"นอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้คุณมีประชุมเช้า"
ทว่าในจังหวะที่เธอจะลุกขึ้น ภามกลับพลิกตัวคว้าเอวเธอไว้แล้วดึงลงมานอนบนเตียงด้วยกัน เขากอดเธอไว้แน่นจากทางด้านหลัง ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ที่เปลือยเปล่าจากชุดราตรี
"คุณภาม! ปล่อยนะ ทำแบบนี้มันผิดกฎข้อที่สามนะคะ" เธอประท้วงพลางพยายามแกะมือที่เหมือนโซ่เหล็กออก
"กฎน่ะ... ฉันมีไว้ใช้กับเธอ แต่ฉันคือเจ้าของกฎ ฉันจะยกเว้นตอนไหนก็ได้" ภามตื้อหน้ามึน เขาไม่เพียงไม่ปล่อย แต่ยังเริ่มซุกไซ้จมูกโด่งไปตามผิวเนียน
"คืนนี้หนาว... ขอกอดหน่อยไม่ได้หรือไง ในฐานะหมอนข้างส่วนตัวก็ได้"
"คุณภาม... อย่าแกล้งกันแบบนี้เลยค่ะ ใจฉันจะรับไม่ไหวแล้ว" เกวลินบอกเสียงสั่น น้ำตาเริ่มคลอเบาๆ
ภามชะงักไปเล็กน้อย เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากัน ความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าม่านทำให้เห็นเงาใบหน้าของกันและกันชัดเจนขึ้น ภามใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ริมฝีปากบางของเธอเบาๆ
"ฉันไม่ได้แกล้ง... หกปีที่ผ่านมา ฉันต้องนอนคนเดียวในเตียงกว้างๆ แบบนี้ทุกคืน เธอรู้ไหมว่ามันเหงาแค่ไหน?" เขาเริ่มโหมดดราม่าเรียกคะแนนสงสาร
"ทุกครั้งที่หลับตา ฉันจะเห็นหน้าเธอ... เห็นวันที่เธอเดินจากไป และเห็นวันที่เราเคยมีความสุขด้วยกัน มันเจ็บจนฉันไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเจอความจริง"
เกวลินมองลึกลงไปในดวงตาของเขา เธอเห็นทั้งความแค้น ความเหงา และความรักที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ข้างใน หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดที่เก็บกดมานานทำให้เธอเผลอยกมือขึ้นลูบแก้มสากของเขา
"ฉันขอโทษ... ภาม ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนั้น"
"ถ้าขอโทษ... ก็ชดเชยให้ฉันสิ" ภามกระซิบเสียงพร่า เขาโน้มใบหน้าลงมาจูบที่หน้าผาก เปลือกตา และปลายจมูกอย่างอ่อนโยน
"ชดเชยเวลาที่หายไป... ให้ฉันหน่อยได้ไหม?"
สัมผัสที่แผ่วเบาแต่เร่าร้อนของเขาทำให้เกวลินเคลิ้มตาม ภามเริ่มรุกหนักขึ้น จูบของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความโหยหาที่รุนแรง มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของเธอผ่านเนื้อผ้าซาตินลื่นมือ
"คุณ... คุณเมานะคะ" เธอพยายามท้วงครั้งสุดท้าย
"เมา รัก มั้ง..." ภามตอบหน้าตายก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากเธออย่างหนักหน่วง คราวนี้เกวลินไม่ได้ปฏิเสธ เธอหลับตาลง ยอมให้ถ่านไฟเก่าปะทุขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความเงียบของห้องนอนใหญ่
บทรักในคืนนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความแค้นเหมือนวันแรกที่เจอหน้า แต่มันเต็มไปด้วยความอาวรณ์และการเรียกร้องโหยหา ภามตื้อเธอด้วยสัมผัสที่ทำให้เธอหนีไปไหนไม่ได้ และเกวลินเองก็พบว่า... ต่อให้เธอจะพยายามหนีเขาไปไกลแค่ไหน สุดท้ายที่พักพิงที่เธอโหยหาที่สุด ก็คืออ้อมกอดของผู้ชายที่เธอเคยทิ้งไปคนนี้เอง
กว่าพายุสวาทจะสงบลง แสงดาวบนฟ้าก็เริ่มหม่นแสงลง ภามกอดร่างบางที่สั่นเทาเล็กน้อยไว้ในอ้อมอก จูบซับเหงื่อที่หน้าผากเธออย่างทะนุถนอม
"จำไว้นะเกล... ต่อให้เธอจะอยากไปแค่ไหน ฉันก็จะตื้อให้เธออยู่... จนกว่าเธอจะหนีฉันไม่พ้นอีกต่อไป"
เขาหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มของผู้ชนะ ทิ้งให้เกวลินนอนมองเพดานด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิม ความสัมพันธ์ที่ข้ามเส้น "เจ้านาย" กับ "ลูกหนี้" ไปแล้วในคืนนี้ จะนำพาอะไรมาสู่ชีวิตของเธอต่อจากนี้กันแน่?
