บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 งานเลี้ยงเต้นรำกับสถานะที่เปลี่ยนไป

แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคริสตัลขนาดมหึมาสะท้อนกับแก้วไวน์ทรงสูง สร้างบรรยากาศที่ดูฟุ้งฝันและมั่งคั่งภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา งานเลี้ยงเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักชูรีของภามถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานล้วนเป็นบุคคลชั้นสูงในแวดวงธุรกิจและเซเลบริตี้ชื่อดัง

ท่ามกลางกลุ่มคนที่แต่งตัวประชันโฉมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เกวลิน ยืนสงบนิ่งอยู่ในชุดราตรีผ้าซาตินสีแดงไวน์ที่ภามเป็นคนเลือกให้ ชุดนี้ถูกตัดเย็บอย่างเรียบหรูแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนด้วยดีไซน์แหวกหลังลึกจนถึงเอวคอด และผ่าหน้าโชว์เรียวขาขาวเนียน ทุกย่างก้าวของเธอสะกดสายตาผู้คนในงาน ทว่าความสวยงามนั้นกลับมาพร้อมกับสถานะที่เธอกระดากอายที่จะบอกใคร

"ยิ้มหน่อยสิเกล... วันนี้เธอสวยที่สุดในงาน อย่าทำหน้าเหมือนคนถูกบังคับมากินยาขมนักเลย"

เสียงทุ้มต่ำของ ภาม กระซิบอยู่ที่ข้างหูขณะที่เขาโอบเอวเธอไว้แน่นอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ วันนี้ภามอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าที่ดูเนี๊ยบจนไร้ที่ติ เขายิ้มทักทายแขกผู้ใหญ่ด้วยท่าทีสุขุมสมเป็นประธานบริหาร แต่ความร้อนแรงจากฝ่ามือที่บีบกระชับเอวเธอนั้นกลับส่งสัญญาณที่แตกต่างออกไป

"ฉันพยายามแล้วค่ะ... แต่สถานะผู้ช่วยส่วนตัวที่ต้องใส่ชุดแบบนี้มันอธิบายยากไปหน่อย" เกลตอบลอดไรฟัน พยายามรักษาหน้ากากที่เขาสั่งให้เธอใส่

"สถานะอะไรไม่สำคัญเท่ากับว่าตอนนี้เธออยู่ข้างใคร" ภามเหยียดยิ้ม พลางยื่นแก้วแชมเปญให้เธอ

"ดื่มซะ จะได้หายตัวสั่น"

ในขณะที่เกวลินพยายามประคองสติ ทันใดนั้นกลุ่มหญิงสาวในชุดราตรีฟูฟ่องกลุ่มหนึ่งก็เดินตรงเข้ามา นำโดย รินรดา ลูกสาวเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่เคยเป็นคู่แข่งทางสังคมของเกวลินสมัยที่เธอยังเป็นคุณหนูผู้มั่งคั่ง

"อุ๊ย! นั่นเกลหรือเปล่าน่ะ? ไม่เจอกันตั้งนาน ดูดีขึ้นเยอะเลยนะคะ" รินรดาเอ่ยเสียงสูงพลางกวาดสายตามองเกวลินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยาม

"เห็นว่าบ้านล้มละลายไปแล้ว นึกว่าจะไปนั่งรับจ้างขายของในตลาดสดเสียอีก ที่ไหนได้... มาโผล่ในงานหรูแบบนี้ได้ยังไงกันจ๊ะ?"

เกวลินเม้มปากแน่น ความเจ็บจี๊ดแล่นเข้าสู่กลางใจ ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษาไว้ดูเหมือนจะถูกบดขยี้ด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่คำ

"เกลมาทำงานค่ะคุณรินรดา" เธอบอกเสียงเรียบ

"อ๋อ... งานอะไรล่ะจ๊ะ? งานนั่งข้างๆ ท่านประธาน หรืองานบนเตียงที่คอยปรนนิบัติผู้ชายรวยๆ เพื่อแลกกับเศษเงินล่ะ?" รินรดาหัวเราะร่วนกับกลุ่มเพื่อน

"น่าเสียดายจัง อดีตดาวมหาลัยที่ใครๆ ก็รุมล้อม สุดท้ายก็ต้องมาเป็นผู้หญิงอย่างว่า..."

คำพูดนั้นดังพอที่จะทำให้คนรอบข้างเริ่มหันมามองและกระซิบกระซาบ เกวลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า เธออยากจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ แต่ฝ่ามือหนาที่โอบเอวเธออยู่กลับรัดแน่นขึ้นจนเธอขยับไปไหนไม่ได้

ภามที่นิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่งค่อยๆ ลดแก้วแชมเปญลง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความนิ่งสงบเป็นดุดันและเย็นชาจนรินรดาถึงกับชะงัก

"คุณรินรดาใช่ไหมครับ?" ภามเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง

"คะ... ค่ะ คุณภาม" รินรดาเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนหวานทันที

"ผมไม่แน่ใจว่าการศึกษาในโรงเรียนนานาชาติที่บ้านคุณส่งไปเรียน เขาไม่ได้สอนเรื่องมารยาทในการเป็นแขกที่ดีของงานหรือเปล่า?" ภามก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว บดบังร่างของเกวลินไว้ข้างหลัง

"ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่ผู้ช่วยของผม... แต่เธอคือคนสำคัญที่มีสิทธิ์ขาดเหนือโครงการที่ผมจัดงานเปิดตัวอยู่นี้"

ทุกคนในงานเงียบกริบ ภามยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ

"ถ้าคุณมองว่าเธอมาทำงานเพื่อแลกกับเศษเงิน งั้นผมก็ขอบอกให้รู้ไว้ว่าเศษเงินของผม... อาจจะมีค่ามากกว่ารากฐานบริษัทของครอบครัวคุณที่กำลังสั่นคลอนอยู่ในตอนนี้เสียอีก"

รินรดาหน้าเสียจนเปลี่ยนสี "คุณภาม... รินไม่ได้ตั้งใจจะ..."

"เชิญออกจากงานของผมครับ" ภามตัดบทอย่างไร้เยื่อใย

"และผมจะให้เลขาประสานงานยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ในห้างของคุณทุกสาขาที่บริษัทในเครือของผมเซ็นไว้... ผมไม่สะดวกใจจะทำธุรกิจกับคนที่ไม่มีระดับในการจัดการคำพูดของตัวเอง"

รินรดาและเพื่อนๆ เดินหน้าซีดออกจากงานไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของแขกคนอื่นๆ เกวลินยืนนิ่งงัน หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน ทั้งตื้นตันที่เขาปกป้อง และหวาดกลัวในความเด็ดขาดของเขา

ภามหันกลับมามองเกวลิน เขาดึงเธอให้เดินเลี่ยงออกมาที่ระเบียงด้านนอกซึ่งเงียบสงบและมีลมพัดผ่านเบาๆ

"ร้องไห้ออกมาสิ... กฎข้อที่สองฉันยกเว้นให้ชั่วคราว" เขาเอ่ยพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

"ทำไมคุณต้องทำขนาดนั้นคะ? มันจะเสียเรื่องงาน..."

"เรื่องงานฉันจัดการได้ แต่เรื่องที่มีคนมาด่าของที่เป็นของฉันต่อหน้า... ฉันยอมไม่ได้" ภามกระชากตัวเธอเข้ามาสวมกอด แต่อ้อมกอดครั้งนี้กลับดูหนักแน่นและมั่นคงกว่าครั้งไหนๆ

"จำไว้นะเกล ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์รังแกเธอได้ นอกจากฉันคนเดียว"

เกวลินซบหน้าลงกับอกกว้างของเขา ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ความหน่วงในใจเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด... ความรู้สึกที่เรียกว่าความโหยหา

"ขอบคุณนะ... ภาม" เธอกระซิบชื่อเขาโดยไม่มีคำว่าคุณ

ภามชะงักไปครู่หนึ่ง เขาดันร่างบางออกเล็กน้อยเพื่อสบตา แสงไฟจากในงานที่ลอดออกมาทำให้เห็นแววตาที่สั่นไหวของเขา

"เรียกชื่อฉันอีกทีสิ..."

"ภาม..."

ไม่ทันขาดคำ ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาบนริมฝีปากบางของเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง จูบนี้ไม่มีความแค้นแฝงอยู่เหมือนครั้งก่อน แต่มันคือความโหยหาและความตื้อที่ต้องการคำตอบ ภามจูบเธอซ้ำๆ ราวกับจะประทับตราจองในทุกสัมผัส มือของเขาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของเธอ กระตุ้นความรู้สึกรุ่มร้อนให้ปะทุขึ้นท่ามกลางลมหนาวริมน้ำ

"เพลงเต้นรำเริ่มแล้ว..." ภามถอนจูบออกพลางกระซิบชิดริมฝีปาก

"ไปเต้นรำกับฉัน... ในฐานะผู้หญิงของฉันจริงๆ สักคืนได้ไหมเกล?"

เขาไม่ได้รอคำตอบ แต่จูงมือเธอเดินกลับเข้าไปในฮอลล์ ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงอย่างนุ่มนวล ทั้งคู่ขยับกายไปตามจังหวะเพลงท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อย ภามจ้องมองเธอไม่วางตา มือที่โอบเอวและมือที่สอดประสานกันแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสัญญาเงียบๆ ว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือนี้ไปอีกเป็นครั้งที่สอง

แต่วงจรความรักที่เริ่มต้นด้วยหนี้สินและความแค้น... จะงดงามเหมือนเสียงเพลงนี้ได้จริงหรือ? หรือนี่เป็นเพียงช่วงเวลาสงบศึกก่อนที่พายุใหญ่จะพัดเข้ามาอีกครั้ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel