4.3 | ปลอบใครไม่เป็น
อลีนามาถึงโรงพยาบาลตอนเกือบห้าทุ่ม หญิงสาวหยุดยืนที่หน้าประตูเพื่อปรับอารมณ์ขุ่นมัวให้เป็นปกติ ก่อนจะบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างเพื่อไม่ให้ไออุ่นเห็นว่าเธอกำลังเศร้า
“แม่เอิงมาแล้วค่ะไออุ่น”
“ชู่...ลูกหลับแล้ว” คิรากรที่นั่งอยู่ข้างเตียงลูกสาวหันมาจุ๊ปากให้เธอเบาเสียงลง “เพิ่งหลับไปเมื่อกี้นี้เอง”
“คุณเก่งนะเนี่ย ทำยังไงแกถึงยอมนอนคะ” อลีนาเดินเข้ามามองใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักของเด็กหญิงที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม ในอ้อมกอดมีตุ๊กตากระต่ายหูยาวสีชมพูตัวโปรดที่คนเป็นพ่อสั่งให้พี่เลี้ยงเอามาให้
“ผมบอกว่าถ้าแกตื่นขึ้นมาแล้วแกจะได้เจอคุณ แกก็เลยยอมนอน” ชายหนุ่มระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยล้าแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา ตั้งแต่เช้าจนถึงดึก เขาสูญเสียพลังงานไปมากกับเด็กป่วย “บางครั้งเด็กก็หลอกง่ายแบบนี้แหละ”
“ทำไมพูดแบบนั้นคะ คิดว่าฉันจะไม่กลับมาหาแกเหรอ” อลีนาวางกระเป๋าเสื้อผ้าไว้บนโต๊ะกินข้าวตัวเล็กแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาตัวเดียวกับเขาด้วยสีหน้าหม่นหมอง ในเมื่อไออุ่นหลับแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่เธอจะต้องแสร้งทำเป็นร่าเริง
“ผมไม่กล้าคาดหวังให้คุณกลับมาหรอก”
“ยังไงฉันก็ต้องกลับมาค่ะ ฉันจะไม่ทิ้งไออุ่นเหมือนแม่ของแกเด็ดขาด” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยพร้อมกับมีน้ำตารื้นขึ้นแตะขอบตาจนร้อนผ่าว
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าแบบนั้น” ชายหนุ่มเอียงตัวยกขาข้างหนึ่งขึ้นวางบนโซฟาเพื่อจะมองหน้าคนที่นั่งข้างกันให้ถนัดตา
“ฉันคุยกับเอยแล้ว” เธอบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าอ่อนใจ
“น้องสาวคุณไม่ต้องการไออุ่น?...” เขาเดาไว้อยู่แล้วว่าผลจะต้องออกมาเป็นแบบนี้
อลีนาพยักหน้ารับพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงพรูออกมาจากดวงตาคู่สวยอย่างกลั้นไม่อยู่
“คุณร้องไห้ทำไม” คิรากรตกใจที่อยู่ๆ เธอก็ร้องไห้ออกมา
“ฉันทะเลาะกับเอย ฉันตบหน้าเขา” หญิงสาวบอกทั้งน้ำตาด้วยความรู้สึกผิด พ่อกับแม่สอนมาตลอดว่าเป็นพี่น้องกันต้องรักกัน แต่วันนี้เธอโมโหมากจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ “เราทะเลาะกันบ่อยก็จริง แต่ก็ไม่เคยทำรุนแรงกันแบบนี้ แต่ฉันโกรธมากจริงๆ ที่เอยพูดถึงไออุ่นแบบนั้น”
“เอยพูดอะไร” ชายหนุ่มถามเสียงอ่อน
“เอยบอกว่าไม่ต้องการไออุ่น แม่ประเภทไหนที่กล้าพูดว่าไม่ต้องการลูก ฉันรู้ว่าเอยไม่ใช่คนนิสัยดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะแย่ได้ถึงขนาดนี้”
คิรากรขยับตัวเข้าใกล้คนที่ก้มหน้าร้องไห้อยู่กับฝ่ามือของตัวเองอย่างน่าสงสาร เขาไม่รู้จะพูดปลอบเธออย่างไรจึงได้แต่ยื่นมือเข้าไปจับที่ต้นแขนเธอแล้วบีบเบาๆ แทนคำปลอบโยน แต่เธอก็ยังไม่หยุดร้องไห้ เขาจึงตัดสินใจรั้งร่างบอบบางที่กำลังสั่นเพราะแรงสะอื้นเข้ามาซบกับอกกว้าง แล้วลูบไล้ฝ่ามืออบอุ่นไปบนแผ่นหลังเรียบเนียนที่อยู่ภายใต้เสื้อยืดสีขาวเนื้อนุ่ม
อลีนาซุกตัวร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของคิรากรเนิ่นนาน สัมผัสของเขาทั้งอบอุ่นและอ่อนโยน อีกทั้งการโยกตัวไปมาเป็นจังหวะแผ่วเบาก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังได้รับการปลุกปลอบในขณะที่กำลังอ่อนแอจากผู้ปกครองมากกว่าถูกฉวยโอกาสจากผู้ชายคนหนึ่ง แต่กระนั้นเธอก็ยังอดเขินไม่ได้อยู่ดี
ก็เขาไม่ใช่พ่อเธอนี่!
“ปล่อยฉันได้แล้ว” อลีนาดันตัวเองออกจากอกกว้างแล้วก้มหน้างุดด้วยความกระดากอาย เจอกันแค่วันเดียวแต่เขากอดเธอไปแล้วถึงสองครั้ง ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ
“ผมขอโทษ” ชายหนุ่มรีบปล่อยมือแล้วถอยห่างออกไปนิดหนึ่ง “ผมไม่รู้จะปลอบคุณยังไง ก็เลย...” เขาเกรงว่าเธอจะอายไปมากกว่านี้จึงละคำว่า ‘กอด’ เอาไว้ในฐานที่เข้าใจกันสองคน
“คุณปลอบผู้หญิงแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า”
“มันเป็นวิธีที่ผมใช้ปลอบไออุ่น เวลาแกงอแงมากๆ ผมจะกอดแกไว้แบบนี้ สักพักแกก็จะสงบลง”
“ฉันกลายเป็นลูกคุณไปแล้วสินะ” หญิงสาวยิ้มขำ รู้สึกผ่อนคลายขึ้น เมื่อตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้กอดเธอแบบชู้สาว หรือคิดจะฉวยโอกาส
“ใครอยากได้คุณเป็นลูก” เขาพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบหมอนกับผ้าห่มในตู้มาวางไว้ให้ “คุณนอนที่โซฟานี่นะ”
“แล้วคุณนอนไหน”
“ผมนอนที่เก้าอี้ข้างเตียงไออุ่นได้”
“ได้แน่เหรอ” การนั่งหลับบนเก้าอี้ทั้งคืนคงไม่สบายตัวแน่
“หรือจะให้ผมนอนกับคุณบนโซฟา” เขาพูดเรื่องชวนวาบหวามได้หน้าตายมาก
“จะบ้าเหรอ” อลีนามองเขาตาขุ่น
“ผมล้อเล่น” เขายิ้มขำออกมาในที่สุด “คุณนอนเถอะ ผมขอไปอาบน้ำก่อน”
อลีนาเพิ่งสังเกตว่าเขายังสวมชุดเมื่อเช้าอยู่ แต่สภาพของมันยับเยินกว่าเดิมมาก อีกทั้งผมดำขลับที่ตัดทรงทันสมัยและถูกเซตไว้อย่างดีก็ตกลงมาปรกหน้าปรกตา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อของเขาลดลงเลย
“มีอะไรติดหน้าผมเหรอ” เขาโน้มตัวยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ปะ...เปล่าค่ะ” หญิงสาวตอบตะกุกตะกักพลางเอนหลังหนีใบหน้าหล่อเหลาที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด มันใกล้มาก...มากจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของเขาที่ลอยมากระทบปลายจมูก
“จ้องหน้าผมมากๆ ระวังนะ”
“ระวังอะไร”
“ระวังจะหลงเสน่ห์ผม” สายตาของเขาเจ้าเล่ห์แพรวพราวต่างจากคุณลุงหน้าดุที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง
คำพูดสั้นๆ ของเขาทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าว “อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะ”
“เบาๆ เดี๋ยวไออุ่นตื่น” เขาแตะปลายนิ้วชี้ลงบนเรียวปากนุ่มที่เคลือบไว้ด้วยลิปกลอสสีชมพูอ่อนหวาน
“นี่คุณ จะอาบน้ำก็รีบไปเลย” อลีนาใช้สองมือดันอกกว้างที่เพิ่งซุกซบให้ออกห่างอย่างเขินอาย ผู้ชายคนนี้อันตรายกว่าที่คิด นอกจากจะดุมากแล้ว เขายังเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจอีกด้วย
คิรากรหัวเราะอารมณ์ดีเป็นครั้งแรกของวันขณะเดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่จังหวะที่กำลังจะปิดประตู เขาก็ยื่นหน้าออกมาถามหญิงสาวที่นั่งเขินจัด ใบหน้าแดงแจ๋อยู่ที่โซฟาว่า
“คุณว่างอยู่ใช่มั้ย”
“ตอนนี้เหรอ” เธอย้อนถามสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเขา
“อือ” เขาพยักหน้าพลางสบตาเธออย่างคาดหวังคำตอบบางอย่าง
“ก็ว่างนะ ไม่ได้ทำอะไร จะนอนแล้วเนี่ย” หญิงสาวจัดหมอนกับผ้าห่มให้เข้าที่เตรียมตัวนอน
“ผมหมายถึง คุณกำลังคบกับใครอยู่หรือเปล่า”
อลีนาอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าเขาจะถามตรงๆ แบบนี้ “คุณจะรู้ไปทำไม”
“ผมจะได้ทำตัวถูก...ว่าไง มีแฟนยัง” เขาถามย้ำเมื่อเธอเอาแต่จ้องหน้าเขานิ่ง
“ยังไม่มี แล้วก็ไม่คิดจะมีด้วย” ตอบออกไปแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เขาทันที แต่ยังรู้สึกเหมือนโดนจ้องมองอยู่จึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงอีกชั้น
“แล้วผมจะทำให้คุณเปลี่ยนใจ” คิรากรยิ้มอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่ง่ายเลยที่เขาจะเจอผู้หญิงที่ถูกใจและเข้ากับไออุ่นได้ดีแบบนี้ ในเมื่อเจอแล้ว ในเมื่อเจอแล้ว เขาก็จะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไปง่ายๆ แน่
