4.2 | อยากได้ก็เอาไปเลย
ตอนเย็น อลีนาขอตัวกลับบ้านเพื่อจะไปคุยกับอันนา โดยอ้างกับไออุ่นว่าจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านแค่แป๊บเดียวแล้วจะกลับมานอนด้วย
“แม่เอิงไปแค่แป๊บเดียวแล้วจะรีบกลับมา ไออุ่นต้องเป็นเด็กดี ไม่งอแงกับคุณพ่อนะคะ”
“แม่เอิงต้องกลับมาจริงๆ นะคะ” เด็กน้อยทำหน้าจ๋อย กลัวถูกทิ้ง
“จริงสิคะ แม่เอิงรักหนู ยังไงก็ต้องกลับมาหาหนูอยู่แล้ว” อลีนาหอมแก้มทั้งสองข้างของไออุ่นด้วยความรักและสงสารจับใจที่หัวใจดวงน้อยของเด็กหญิงมีแต่ความหวาดระแวงว่าจะถูกทิ้ง จากนั้นจึงหันไปบอกคิรากรที่นั่งอยู่ที่ขอบเตียงอีกด้าน “เรื่องข้อเสนอของคุณ ฉันจะลองไปคุยกับเอยดูก่อน ยังไงฉันก็อยากให้เอยได้ทำหน้าที่ของตัวเอง”
“ถ้าคุณอยากลองก็ตามใจ” ชายหนุ่มไม่คาดหวังอยู่แล้วว่าคนที่ทิ้งลูกไปเมื่อสี่ปีก่อนจะยอมกลับมาดูแลลูก
“ฉันไปนะ ได้เรื่องยังไงจะรีบส่งข่าว” หญิงสาวในชุดออกกำลังผู้ชายตัวหลวมโคร่งเดินไปหยิบกระเป๋าถือและเปลี่ยนรองเท้าจากสลิปเปอร์เป็นรองเท้าส้นสูงคู่เดิม ส่วนเสื้อผ้าที่เปื้อนอาเจียนของไออุ่นอยู่ในถุงพลาสติกใบใหญ่ที่ไปขอมาจากพยาบาล
“คุณจะไปยังไง”
“ก็คงนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปเอารถที่หน้าโรงเรียนไออุ่นก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน”
“จะไปชุดนี้เหรอ” คิรากรกวาดตามองชุดที่เธอสวมอยู่ตั้งแต่หัวจดเท้า
“ค่ะ” หญิงสาวก้มมองตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นถาม “ตลกเหรอ”
“ไม่หรอก...น่ารักดี” ท้ายประโยคนั้นแผ่วเบาเหมือนจะติดอยู่แค่ในลำคอ แต่ก็ดังพอที่อลีนาจะได้ยิน
“ขอบคุณสำหรับชุด ‘น่ารัก’ ชุดนี้นะคะ...คุณลุง” หญิงสาวส่งยิ้มล้อเลียนให้คนตรงหน้าอย่างร่าเริง ตั้งแต่เขารู้ว่าเธอไม่ใช่อันนา เขาก็พูดจากับเธอดีขึ้นและเป็นมิตรกับเธอมากขึ้น แต่พอถูกเรียกว่า ‘คุณลุง’ ปุ๊บ เขาก็กลับมาทำตาดุใส่เธอเหมือนเดิมทันที
“ถ้าอยากนับญาติกับผม เรียก ‘พี่’ ก็พอ”
อลีนายิ้มขำกับการปล่อยมุกหน้าตายของเขา “นี่คุณ ฉันขอบคุณนะที่คุณไม่พานโกรธฉันไปด้วย”
“ผมแยกแยะได้ คุณกับน้องสาวคุณเป็นคนละคนกัน น้องสาวคุณเองก็เถอะ ถ้าเขายอมรับผิดแล้วกลับตัวใหม่ยอมมาทำหน้าที่ของตัวเอง ผมก็ให้อภัยได้เพื่อความสุขของไออุ่น”
“ฉันดีใจนะคะที่ไออุ่นมีคุณเป็นพ่อ” หญิงสาวชื่นชมเขาจากใจจริง และถือเป็นความโชคดีขั้นสูงสุดของไออุ่นที่ได้อยู่ในการอุปการะของคุณลุงหน้าดุแต่ใจดีมากคนนี้
อลีนากลับมาถึงบ้านก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมานั่งรออันนาที่ชั้นล่าง แต่รอจนกระทั่งสามทุ่มอันนาก็ยังไม่กลับ ในขณะเดียวกันคิรากรก็ส่งข้อความมาบอกเป็นระยะว่าไออุ่นถามหาแม่หนักมาก และไม่ยอมนอนจนกว่าแม่จะไปหา
หญิงสาวร้อนใจมากเพราะเป็นห่วงไออุ่นจึงโทร. ตามอันนาให้รีบกลับบ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมกลับ เพราะกำลังสนุกกับเพื่อนอยู่ อลีนาจึงตัดสินใจตามไปที่ผับแล้วลากตัวน้องสาวที่เริ่มเมาออกมาคุยกันที่มุมสงบด้านนอก
“มีธุระสำคัญอะไรนักหนา ทำไมไม่รอคุยกันที่บ้าน” อันนาอารมณ์เสียมากที่ถูกขัดจังหวะ ถ้าอลีนาไม่ลากตัวเธอออกมาเสียก่อน เธอคงได้แลกเบอร์กับลูกชายนักการเมืองใหญ่ไปแล้ว
“เอิงไปหาเด็กคนนั้นมาแล้ว แกเป็นลูกสาวเอยจริงๆ”
“แล้วไง” อันนาไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“แกไม่สบาย แล้วแกก็กำลังต้องการแม่มาก” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ทั้งที่ตอนนี้กำลังโมโหมากจนอยากจะจับตัวน้องสาวเขย่าแรงๆ ที่เธอทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบนั้น “เอิงคุยกับคุณลุงที่เป็นคนอุปการะไออุ่นแล้ว เขายินดีถ้าเอยจะไปทำหน้าที่แม่ให้ไออุ่น เขาจะยอมให้เอยไปอยู่บ้านเขาเพื่อดูแลไออุ่นด้วย”
“อี๋...จะให้ไปอยู่กับคุณลุงเนี่ยนะ ไม่เอาหรอก” อันนาทำปากคว่ำ กลอกตามองบน นึกถึงภาพคุณลุงแก่ๆ หัวล้าน ลงพุงแล้วอยากจะอาเจียน
“นี่เอยจะไม่สนใจลูกตัวเองจริงๆ เหรอ”
“เอยบอกเอิงแล้วว่าเอยไม่ได้ต้องการเด็กคนนั้น แกเกิดมาจากความผิดพลาด แล้วตอนนี้แกก็มีคนดูแลแล้วก็ปล่อยให้เขาดูแลกันไปสิ”
“แต่เด็กต้องการแม่นะ!”
“แต่เอยไม่ต้องการลูก!” อันนาสวนกลับเสียงแข็ง “ถ้าเอิงสงสารเด็กคนนั้นมากนักก็รับเป็นแม่เองเลยสิ เอยยกให้”
อลีนาโกรธจัดจนทนไม่ไหว ตวัดมือขึ้นตบหน้าน้องสาวอย่างแรง “เอยใจดำมาก”
“แล้วเอิงจะให้เอยทำยังไง เอยกำลังจะมีชีวิตที่ดีกับผู้ชายดีๆ เอิงจะให้เอยทิ้งอนาคตตัวเองเพราะเด็กนั่นเหรอ” อันนาเจ็บจนน้ำตาซึม ทั้งเจ็บหน้าและเจ็บใจ เธอกับอลีนาทะเลาะกันบ่อยก็จริง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะลงไม้ลงมือกันแบบนี้
“เด็กนั่นที่เอยพูดถึงคือลูกเอยนะ!” อลีนาโกรธจนน้ำตารื้นตัวสั่น ยิ่งอันนาแสดงออกว่าไม่ต้องการไออุ่นมากเท่าไร เธอก็ยิ่งสงสารหลานมากขึ้นเท่านั้น “เอิงขอถามเป็นครั้งสุดท้าย เอยไม่ต้องการลูกคนนี้จริงๆ ใช่มั้ย”
“ใช่...เอยไม่ต้องการ” อันนาย้ำเสียงหนัก
“งั้นเอิงขอ เอิงจะเป็นแม่ให้แกเอง ส่วนเอยจะไปหัวหกก้นขวิดที่ไหนก็เชิญตามสบาย เอิงจะไม่บอกให้ไออุ่นรู้ว่ามีแม่ใจดำแบบเอย แล้วเอยก็ห้ามยุ่งกับแกเด็ดขาด”
“อยากได้ก็เอาไปเลย แล้วไม่ต้องมาพูดเรื่องเด็กคนนี้กับเอยอีกนะ เอยไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น” พูดจบอันนาก็สะบัดหน้าเดินกลับเข้าไปในผับอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด
