บท
ตั้งค่า

3.3 | ผมต้องการคุณ

ภาพแรกที่อลีนาเห็นเมื่อเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไปคือคิรากรกำลังหลอกล่อป้อนโจ๊กให้ไออุ่นอยู่ด้วยความยากลำบาก สภาพเขาเหมือนคนที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างหนักหน่วง เสื้อสูทเนี้ยบกริบที่เห็นเมื่อเช้าถูกถอดทิ้งไว้บนโซฟาที่ตั้งอยู่ชิดผนังห้อง เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนขึ้นถึงใต้ศอก กระดุมคอเม็ดแรกปลดออกและปมเนกไทก็คลายออกพอหลวมๆ เพื่อความคล่องตัวในการดูแลลูก

ไออุ่นงอแงมาก ทั้งร้องไห้และปัดมือพ่อไม่ให้ป้อนอาหาร แต่เขาก็ใจเย็นกับลูกได้แบบที่ไม่ต้องใช้ความพยายาม ทุกการกระทำและทุกคำพูดที่เขาปฏิบัติต่อไออุ่นดูอบอุ่นอ่อนโยนอย่างเป็นธรรมชาติ ดูออกเลยว่าเขารักหลานคนนี้เหมือนลูกในไส้ และความตั้งใจในการดูแลไออุ่นทำให้เขาดูน่ารักขึ้นอีกสองขีด

“แม่มาแล้วไออุ่น” หญิงสาวปราดเข้าไปกอดร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงในชุดคนไข้ลายการ์ตูนน่ารัก ซึ่งทางโรงพยาบาลจัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับคนไข้เด็ก

“คุณแม่มาหาไออุ่นแล้ว” เด็กหญิงยิ้มทั้งน้ำตาแล้วกอดคนที่เธอร้องไห้หามาหลายชั่วโมงไว้แน่นราวกับกลัวว่าแม่จะหายตัวไปอีก “คุณแม่อย่าหนีไออุ่นไปอีกนะคะ”

“แม่ไม่ได้หนีหนูไปไหนลูก แม่ไปทำงานมาแป๊บเดียวเอง” อลีนาเช็ดน้ำตาที่แก้มใสที่แดงแจ๋เพราะพิษไข้ของเด็กน้อยแล้วจูบที่หน้าผากเธอเบาๆ “ไม่ร้องไห้แล้วนะคะคนเก่ง”

“ค่า...คุณแม่อยู่กับไออุ่น ไออุ่นไม่ร้องไห้แล้ว”

“เก่งมากค่ะ”

คิรากรมองสองแม่ลูกกอดกันกลมแล้วแอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอกที่เห็นไออุ่นสงบลง เขาไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ก็จริง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอมีความสำคัญต่อหัวใจดวงน้อยของไออุ่นมาก และถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากให้เธอเข้าใกล้ไออุ่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกต้องการแม่

“หมอบอกว่าไออุ่นเป็นยังไงบ้าง” อลีนาหันมาถามคิรากรทั้งที่วงแขนยังโอบร่างเล็กป้อมไว้แนบอกอย่างปลอบโยนอยู่

“เป็นไข้หวัดใหญ่” เขาตอบอย่างไม่สบายใจนัก “ผมกำลังพยายามป้อนโจ๊กให้แก จะได้ป้อนยา ถ้าแกไม่ยอมทานข้าวทานยา หมอคงต้องฉีดยาให้”

“ไออุ่นไม่ฉีดยา” เด็กหญิงซุกหน้าเข้าหาอกแม่เมื่อได้ยินคำว่า ‘ฉีดยา’ ที่เธอกลัวนักหนา

“ถ้าไม่อยากฉีดยาก็ต้องทานข้าวทานยานะคะ” อลีนายื่นมือไปขอชามโจ๊กจากคิรากร “แม่ป้อนนะ”

ไออุ่นอิดออดเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมให้อลีนาป้อนแต่โดยดี แต่กินไปได้แค่สามสี่คำก็อาเจียนออกมาจนเปื้อนเสื้อผ้าทั้งของตัวเองและอลีนา

คิรากรรีบยกถังขยะข้างเตียงขึ้นมารองอาเจียนลูกที่พุ่งออกมาอีกรอบแล้วช่วยลูบหลังให้ ส่วนอลีนาก็รีบหยิบทิชชูมาเช็ดปากและเช็ดเสื้อผ้าให้เด็กน้อยอย่างไม่รังเกียจและไม่บ่นสักคำที่ไออุ่นทำเธอเลอะเทอะไปทั้งตัว

“คุณเรียกพยาบาลเข้ามาดูลูกซิ” อลีนาหันมาบอกคิรากรหน้าตาตื่น เพราะความไม่เคยเลี้ยงเด็กทำให้เธอไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ยังไง

“แกแค่อาเจียน เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก็โอเคแล้ว” คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวจำเป็นที่เลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมาตลอดเข้าใจธรรมชาติของเด็กป่วยดี

“แน่นะ” อลีนาถามอย่างไม่วางใจ

“ผมอยู่กับไออุ่นมากกว่าคุณ ผมเข้าใจธรรมชาติของแกดี” เขาตำหนิเธอด้วยสายตาอีกแล้ว “ถอยไป ผมจะเช็ดตัวให้ลูก”

“ฉันทำให้แกเอง”

“ทำเป็นเหรอ” ชายหนุ่มถามอย่างดูแคลน

“ก็ไม่ได้ยากป้ะ?” เธอสวนกลับอย่างยียวน

“ถ้าทำลูกผมเจ็บ ผมเอาเรื่องคุณแน่”

“ลูกฉันเหมือนกัน ใครจะทำให้ลูกเจ็บ” อลีนามองเขาตาเขียวแล้วหันมายิ้มหวานกับเด็กน้อยที่นั่งหน้าจ๋อยมองพ่อกับแม่เถียงกัน “แม่จะเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หนูเองนะ”

“เดี๋ยวผมไปเอาน้ำอุ่นกับผ้าเช็ดตัวมาให้”

คิรากรเดินหายเข้าไปในห้องน้ำครู่หนึ่งแล้วกลับออกมาพร้อมกะละมังพลาสติกใบเล็กที่ใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดตัวเด็กมาวางไว้ให้ที่ปลายเตียง จากนั้นเดินไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ของไออุ่นจากในตู้มาเตรียมไว้ให้

ชายหนุ่มยืนมองอลีนาเช็ดตัวให้ลูกสาวเขาอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ไว้ใจว่าแม่อย่างเธอจะดูแลลูกได้ แต่เธอกลับทำได้ดีกว่าที่เขาคิดไว้มาก เธอเช็ดตัวให้ไออุ่นอย่างอ่อนโยน ทุกสัมผัสที่แตะลงบนผิวเนื้อบอบบางของเด็กน้อยนั้นแผ่วเบาเหลือเกิน อีกทั้งเธอยังชวนเด็กป่วยคุยจนหัวเราะเสียงใสได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย

หลังจากอลีนาทำให้คิรากรวางใจได้ในระดับหนึ่ง เขาก็ขอตัวลงไปข้างล่าง แล้วกลับขึ้นมาพร้อมชุดออกกำลังกายของตัวเองที่มีติดรถอยู่เสมอเผื่อมีเวลาแวะเข้าฟิตเนส

“เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนสิ”

หญิงสาวมองเสื้อผ้าที่ถูกยื่นมาตรงหน้าแบบงงๆ

“ชุดออกกำลังกายของผมเอง”

อลีนามองเสื้อผ้าของเขาอย่างลังเลใจ ยังไม่กล้ารับมา

“ผมให้เลย ไม่ได้ให้ยืม เพราะถ้าคุณใส่แล้ว ผมก็คงไม่ใส่อีก” เขาบอกหน้านิ่งทำให้คนฟังฉุนกึก

“รังเกียจฉัน แล้วไม่คิดว่าฉันจะรังเกียจคุณบ้างหรือไง”

“หรือคุณจะใส่เสื้อผ้าเปื้อนอ้วกเดินไปเดินมาทั้งวัน” เขาย้อนถามพลางจ้องอกเสื้อที่เต็มไปด้วยคราบอาเจียนของไออุ่น

“มองอะไร” อลีนารีบยกมือขึ้นกอดอกปกปิดทรวงอก

“ผมมองเสื้อที่เปื้อนอ้วกของคุณ ไม่ได้มองอะไรแบนๆ ที่อยู่ใต้เสื้ออย่างที่คุณกำลังคิดหรอกน่า” ว่าแล้วเขาก็จับชุดออกกำลังกายยัดใส่มือเธอ “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เหม็นไปทั่วห้องแล้ว”

อลีนาเบ้หน้าใส่คนที่บังอาจมาว่าหน้าอกไซซ์ 36B ของแท้แม่ให้มาที่เธอภูมิใจนักหนาว่าเป็น ‘อะไรแบนๆ’ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีเข้าห้องน้ำ

หญิงสาวหายเข้าไปในห้องน้ำพักใหญ่แล้วกลับออกมาในชุดออกกำลังผู้ชาย เสื้อของคิรากรตัวใหญ่มาก ใส่แล้วหลวมโคร่ง ชายเสื้อคลุมถึงกลางสะโพก แขนยาวเลยข้อศอก กางเกงขาสั้นสำหรับผู้ชายตัวโตก็ยาวเลยเข่าเธอลงไปจนเกือบครึ่งแข้ง แต่ก็โชคดีที่เป็นแบบเอวยางยืดและมีเชือกผูกอีกชั้นจึงไม่มีปัญหาในการสวมใส่

“ขำอะไร” อลีนาถามเสียงขุ่นเมื่อเห็นคิรากรที่เพิ่งป้อนยาให้ไออุ่นเสร็จมองมาที่เธอแล้วพยายามกลั้นขำอย่างเต็มที่ แต่เห็นแล้วก็ไม่อยากเชื่อว่าอีตาลุงหน้าดุคนนี้จะยิ้มเป็นด้วย

“ขำคุณ” เขาตอบตามตรง “คุณใส่ชุดแบบนี้กับรองเท้าแบบนี้แล้วเหมือนเด็กกะโปโลที่แอบเอารองเท้าส้นสูงของแม่มาใส่เล่น”

“ไม่ต้องมาแซวฉันเลย” หญิงสาวแยกเขี้ยวใส่แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา ก่อนจะถอดรองเท้าส้นสูงออก ตั้งใจว่าจะเดินเท้าเปล่า เพราะในห้องก็ไม่ได้สกปรกอะไร

“ในตู้มีสลิปเปอร์” เขาบอกขณะที่จับไออุ่นให้ล้มตัวลงนอนแล้วห่มผ้าให้

อลีนาเดินหยิบสลิปเปอร์มาใส่ตามที่เขาบอกแล้วลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงของไออุ่น โดยพยายามไม่สนใจสายตาล้อเลียนของชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเตียง

“นอนนะคะคนเก่ง ตื่นมาหนูก็จะดีขึ้น” เธอลูบผมเด็กน้อยอย่างรักใคร่

“ไออุ่นไม่อยากหลับ เดี๋ยวคุณแม่หายไปอีก”

“แม่จะอยู่กับหนูตรงนี้ ไม่หายไปไหนแล้วค่ะ” อลีนาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กไว้ให้เด็กป่วยสบายใจ “ถ้าไม่เชื่อไออุ่นก็จับมือแม่ไว้นะคะ”

ไออุ่นบีบมืออลีนาไว้แน่นจนหญิงสาวรับรู้ได้ว่าเด็กน้อยกลัวเธอจะหายไปมากแค่ไหน

ปลอบกันอยู่พักใหญ่กว่าไออุ่นจะยอมหลับ และทันใดนั้น ท่ามกลางความเงียบเชียบของห้องพักคนไข้อันกว้างขวางก็มีเสียงโครกครากดังขึ้น คิรากรที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมองสบตากับอลีนาทันที

“เสียงท้องคุณร้องหรือเสียงกดชักโครก” เขาถามหน้าตาย แต่นัยน์ตาดำวาวมีแววกวนประสาทอย่างโจ่งแจ้ง

“โหย...นั่นปากเหรอที่พูด” หญิงสาวกัดฟันว่าเสียงเบา เพราะกลัวไออุ่นจะตื่น

“หิวใช่มั้ย” เขาถามหน้านิ่งโดยไม่สนใจท่าทีฟึดฟัดของเธอ

“ไส้จะขาดอยู่แล้ว ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย”

คิรากรเหลือบมองเวลาที่นาฬิกาหรูราคาหลายแสนที่ข้อมือ จึงเห็นว่าเกือบบ่ายสองแล้ว “เดี๋ยวผมสั่งอะไรมาให้กิน กินเสร็จแล้วเรามีเรื่องต้องคุยกันอย่างจริงจัง”

“เรื่องอะไร”

“ผมคิดว่า...ผมต้องการคุณ”

คำพูดสั้นๆ ของเขาทำให้อลีนาอึ้งไปเหมือนโดนหมัดน็อก หญิงสาวแปลความหมายของเขาไม่ออก แต่การที่อยู่ๆ ผู้ชายมาพูดแบบนี้ก็คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก ‘เรื่องอย่างว่า’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel