3.2 | ธุระด่วน
อลีนาเข้ามาหามาทินาที่ห้องทำงาน แต่แพรวพราวกลับไปแล้วเพราะรอไม่ไหว
“คุณทีน่ามีธุระอะไรกับเอิงเหรอคะ” หญิงสาวถามหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นเจ้าของห้อง
“คุณแพรวพราวเพิ่งมาหาฉัน” มาทินาบอกเสียงเข้มแล้วยืดหลังตรงอย่างมีอารมณ์ “หรือจะเรียกว่ามาด่าก็ได้”
“ด่าเรื่องอะไรคะ” อลีนาตกใจและเริ่มสังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวกับงานของเธอ เพราะไม่อย่างนั้นมาทินาคงไม่เรียกเธอเข้ามาพบด่วนแบบนี้
“เพราะคอลัมน์นี้ของเธอในเว็บไซต์” มาทินาหันหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเว็บไซต์หน้าคอลัมน์ ‘Shining Star’ ซึ่งเป็นคอลัมน์แซวชุดออกงานของเหล่าดารา นางแบบและเซเลบคนดัง ซึ่งส่วนมากจะเป็นการเขียนแนวชื่นชมมากกว่าจิกกัดในเชิงลบ
“คอลัมน์นี้ก็เขียนชื่นชมตามปกตินี่คะ คุณแพรวพราวจะไม่พอใจเรื่องอะไรคะ” อลีนากวาดตามองรูปเซเลบสาวคนดังทั้งสี่คนบนหน้าจอ ทุกคนล้วนสวมใส่ชุดราตรีหรูหราสวยงามพร้อมประโคมเครื่องเพชรมาประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร “ว่าแต่...คุณแพรวพราวคนไหนคะ”
“เอิง!!!” มาทินาตบโต๊ะเสียงดังปังจนอลีนาสะดุ้งโหยง “เธอเป็นคนเขียนคอลัมน์นี้เอง แต่เธอไม่รู้จักคนที่เธอเขียนถึงได้ยังไง!”
อลีนายิ้มแหยยอมรับผิดแต่โดยดี ทุกเดือนเธอต้องเขียนคอลัมน์ถึงสามคอลัมน์ แถมยังต้องดูภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมดในเว็บไซต์อีก มันก็ต้องมีลืมกันบ้าง
อีกทั้งเซเลบสาวทั้งสี่คนที่จับกลุ่มกันให้ช่างภาพถ่ายรูปก็ผ่านการ ‘โมหน้า’ มาชนิดที่ว่าแทบจะยกเครื่องใหม่ทั้งหน้า และน่าจะมาจากฝีมือหมอคนเดียวกันด้วย เพราะใบหน้าของทุกคนคล้ายกันมาก ทั้งรูปทรงจมูก ปลายคาง โหนกแก้ม แม้แต่ริมฝีปากก็ฉีดฟิลเลอร์มาจนเต็มอิ่มเซ็กซี่เหมือนกันอีก
“คุณแพรวพราวคนนี้” มาทินาชี้ที่รูปของหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวราวนางแบบซึ่งสวมชุดราตรีเกาะอกสีแดงเบอร์กันดีประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับโชว์เนินเนื้อขาวอวบ ชายกระโปรงแหวกสูงถึงโคนขา
“ว่าแต่คุณแพรวพราวไม่พอใจเรื่องอะไรคะ”
“เขาไม่พอใจที่เราเลือกรูปนี้ไปลงเว็บไซต์”
“รูปนี้ก็สวยดีนี่คะ” อลีนามองไม่เห็นความผิดปกติใดในภาพ นอกจากความสวยเซ็กซี่ระดับทำลายล้างของเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนใจในแบบที่ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบ
“เขาบอกว่ามุมนี้เขาดูขาใหญ่” ถ้ามองไม่ผิด อลีนาคิดว่าเธอเห็นมาทินาแอบกลอกตามองบนพร้อมถอนหายใจเบาๆ
“ขาใหญ่!?” อลีนายื่นหน้าเข้าไปดูที่หน้าจอแบบใกล้มากจนปลายจมูกแทบจะฝังลงไปในจอขนาดสิบห้านิ้ว “ใหญ่ตรงไหนคะ”
“ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะใหญ่ตรงไหน” ก่อนที่อลีนาจะเข้ามา มาทินาก็นั่งจ้องหน้าจอหน้าแบบเดียวกันไม่มีผิด “เขาเห็นรูปนี้แล้วโกรธมาก เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของคลินิกเสริมความงามและลดน้ำหนัก แต่มีรูปที่เขาขาใหญ่เผยแพร่ออกไปแบบนี้มันทำให้คลินิกของเขาเสียภาพลักษณ์และขาดความน่าเชื่อถือ เขาจะฟ้องหนังสือเรา แล้วก็จะฟ้องเธอในฐานะบรรณาธิการและคนเขียนคอลัมน์นี้ด้วย”
“เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องฟ้องกันเลยเหรอคะ” อลีนาอึ้งกับความเล่นใหญ่ของแพรวพราว “เดี๋ยวเอิงเปลี่ยนรูปให้ก็ได้ค่ะ จะส่งรูปไปให้คุณแพรวพราวเลือกเองเลย จะได้หมดปัญหา”
“มันไม่จบง่ายๆ แบบนั้นน่ะสิ” มาทินามีสีหน้าลำบากใจ
“เขายังต้องการอะไรอีกคะ”
“คุณแพรวพราวอยากให้เธอไปกราบขอโทษเขาด้วยตัวเอง และถ่ายคลิปลงเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์คลินิกของเขาด้วย”
“แบบนี้มันมากเกินไปแล้วนะคะ เอิงไม่ผิด แต่ถ้าถ้าเอิงทำให้เขาไม่พอใจ เอิงยอมขอโทษก็ได้ แต่ถึงขั้นกราบและถ่ายคลิปลงเว็บไซต์เอิงไม่ยอม ยังไงเอิงก็ไม่ทำ!”
“เธอต้องทำ!” มาทินาออกคำสั่งเสียงหนัก “ถ้าเธอไม่ทำ เขาจะฟ้องเรา มูลค่าความเสียหายเป็นสิบล้านเลยนะเอิง และฉันก็มั่นใจว่าด้วยคอนเนกชันที่คุณแพรวพราวมี เราแพ้คดีแน่”
“นี่มันเรื่องงี่เง่าที่สุดที่เอิงเคยเจอมาเลยนะคะ”
“ไปทำใจก่อนก็ได้นะเอิง คุณแพรวพราวให้เวลาเจ็ดวัน” มาทินาบอกอย่างเข้าใจความรู้สึกของอลีนา เธอเองก็คิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ถูกทำให้เป็นเรื่องใหญ่เพราะความเสียหน้าและความอยากเอาชนะของแพรวพราวเท่านั้นเอง
อลีนาเดินออกจากห้องทำงานของมาทินาอย่างเซ็งสุดขีด เป็นตายร้ายดียังไงเธอก็จะไม่ยอมก้มกราบผู้หญิงประสาทเสียอย่างแพรวพราวแน่ และทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอก็ดังขึ้น หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ออกมาดูและเห็นที่หน้าจอขึ้นชื่อของคนที่โทร. เข้ามาว่า ‘คุณลุงร็อตไวเลอร์’ ก็รีบกดรับสายทันที
“มีอะไรคุณ”
“คุณช่วยมาที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยได้มั้ย” คิรากรบอกเสียงเครียด โดยมีเสียงร้องไห้ของไออุ่นดังแทรกเข้ามาตลอดเวลา
“เสียงไออุ่นร้องไห้นี่ แกเป็นอะไร” หญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วงมากจนดูร้อนรน
“แกตื่นมาไม่เจอคุณก็เลยร้องไห้ ผมไม่เคยเห็นแกร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนเลย คุณช่วยมาหาแกหน่อยได้มั้ย ผมปลอบไม่ไหวแล้ว” ชายหนุ่มยอมรับอย่างไม่กลัวเสียหน้า เวลานี้จะให้เขาทำอะไรก็ได้เพื่อให้ลูกหยุดร้องไห้
อลีนาอยากจะรีบไปหาไออุ่นทันทีที่วางสายจากคิรากร แต่ก็มีงานสำคัญที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน โชคดีที่มีเจอร์รี่ช่วย งานจึงเสร็จเร็วกว่าที่คิด แต่ก็ใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมง ระหว่างที่ทำงานหญิงสาวก็คอยโทร. บอกไออุ่นเป็นระยะว่ากำลังจะไปหา ทำให้เด็กหญิงหยุดร้องไห้ได้ชั่วคราว แต่ยังคงงอแงสร้างความหนักอกหนักใจให้คิรากรอยู่มาก
“เจ๊ปุยฝ้าย ประชุมสรุปคอนเซปต์ปกเล่มใหม่เอิงขอเลื่อนเป็นพรุ่งนี้นะ บ่ายนี้เอิงมีธุระต้องรีบไปทำ” อลีนาบอกสไตลิสต์ที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมเอกสารและรูปภาพแฟชั่นประกอบการประชุมอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวยาวกลางห้อง ซึ่งปกติจะเอาไว้ใช้สำหรับตรวจบรู๊ฟต้นฉบับก่อนสั่งพิมพ์เล่มจริง
“มีเรื่องอะไรเหรอพี่เอิง ใครเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย” เจอร์รี่อดสงสัยไม่ได้ “แล้วเมื่อกี้โทร. คุยกับใครตั้งหลายรอบ”
“ลูก...เอ้อ...หลานน่ะ หลานไม่สบายตอนนี้อยู่โรงพยาบาล พี่ต้องรีบไปดู” ตอบเสร็จอลีนาก็คว้ากระเป๋าถือขึ้นมาสะพายไหล่แล้ววิ่งแจ้นออกไป ปล่อยให้เจอร์รี่กับปุยฝ้ายมองตากันปริบๆ ด้วยความงุนงงว่าเธอแอบไปมีลูกมีหลานตั้งแต่เมื่อไร
อลีนากระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่หน้าอาคารสำนักงานแล้วสั่งให้คนขับซิ่งไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ซึ่งคนขับก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการพาเธอมาส่งถึงที่หมายภายในเวลาแค่สิบนาที
“พี่ๆ ถอดหมวกมาคืนผมก่อน” คนขับมอเตอร์ไซค์ตะโกนลั่นเมื่อผู้โดยสารสาวจ่ายเงินแล้วรีบวิ่งเข้าตัวอาคารไปทั้งที่ยังสวมหมวกกันน็อกอยู่
“โทษทีๆ พี่รีบมากไปหน่อย” อลีนาวิ่งกลับมาถอดหมวกกันน็อกคืนแล้วรีบวิ่งกระหืดกระหอบไปขึ้นลิฟต์ แต่ลิฟต์ก็คนเยอะมาก จอดแทบทุกชั้น กว่าจะขึ้นไปถึงชั้นสิบสองที่ไออุ่นพักรักษาตัวอยู่ก็ทำให้หญิงสาวกระวนกระวายจนอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ
