2.3 | อย่าโยนบาปให้คนตาย
อลีนาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมามองเจ้าของเสียงที่ยืนหรี่ตามองเธออย่างเอาเรื่อง สายตาที่เขามองมา มันไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
“ใครบอกว่าฉันตามคุณมา” เธอปฏิเสธหน้าตายแล้วจะเดินหนีออกจากซอยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถูกเขาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขน “ปล่อยฉัน ไม่งั้นฉันจะตะโกนเรียกให้คนช่วย”
“เอาสิ...ผมจะได้จับคุณส่งตำรวจ”
“ข้อหาอะไรไม่ทราบ” หญิงสาวลอยหน้าถาม เพราะแน่ใจว่าเขาไม่มีหลักฐานเอาผิดเธอได้
“สะกดรอยตาม และคุณก็อาจจะเป็นตัวอันตรายสำหรับผมกับลูก” เมื่อเห็นอลีนาทำท่าจะเถียง คิรากรก็รีบพูดขัดขึ้น “ไม่ต้องห่วงเรื่องหลักฐาน หน้าบ้านผมมีกล้องวงจรปิด หน้าโรงเรียนก็มี CCTV ตามทางหลวงก็มี ถ้าเช็กดูตำรวจต้องรู้แน่ว่าคุณแอบตามผมมาตั้งแต่หน้าบ้าน”
“ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันแอบตามมาคุณมา” เมื่อหมดทางแถ ก็มีทางเดียวคือต้องรับสารภาพ และอีกอย่างเธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาทะเลาะกับเขา เธอแค่อยากมาดูความเป็นอยู่ของหลานสาว
“คุณต้องการอะไร” คิรากรยอมปล่อยมือเมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่คิดหนีแล้ว
“ฉันแค่อยากมาดูว่าไออุ่นเป็นยังไงบ้าง” เธอรู้ชื่อหลานเพราะเมื่อคืนนี้ได้ยินคิรากรเรียก
“อย่ามายุ่งกับลูกสาวผม” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงกดต่ำน่ากลัว
“ไออุ่นไม่ใช่ลูกคุณ” หญิงสาวแย้งทันทีเพราะต้องการหลอกล่อเอาข้อมูลที่ต้องการ “ฉันเช็กประวัติคุณมาแล้ว คุณไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีลูก ไออุ่นน่าจะเป็นลูกของน้องชายคุณ และคุณก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าฉันเป็นใคร ระหว่างคุณกับฉัน ใครกันแน่ที่มีสิทธิ์ในตัวไออุ่นมากกว่ากัน”
คิรากรจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าตาแข็ง สันกรามบดเข้าหากันแน่นอย่างโกรธจัด แน่นอนว่าเขารู้ว่าเธอคือแม่ของไออุ่น เพราะหน้าตาเธอแทบไม่ต่างจากในรูปที่เขามีอยู่เลย “ผมเลี้ยงไออุ่นมาด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่แกอายุยังไม่ถึงเดือน ถึงจะเป็นแค่หลาน แต่ผมก็รักเหมือนลูก ผมไม่มีวันยอมให้แม่แบบคุณเข้าใกล้แก”
อลีนาแอบยิ้ม เขาคงคิดว่าเธอเป็นอันนาจริงๆ “เมื่อคืนคุณก็เห็นแล้วว่าไออุ่นต้องการแม่มากแค่ไหน คุณจะมากีดกันไม่ให้แม่ลูกเจอกันไม่ได้”
“คุณยังกล้าเรียกตัวเองว่าแม่อีกเหรอ!” เขาต่อว่าดุดัน “คุณทิ้งลูก ทิ้งสามีไปอย่างเลือดเย็น ผู้หญิงอย่างคุณไม่สมควรเป็นแม่หรือเป็นเมียใครทั้งนั้น!”
เมื่อถูกตะโกนใส่หน้า อลีนาก็มีอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน “ถ้าน้องชายคุณไม่นิสัยแย่ ทำร้ายลูกเมียก่อน ใครจะทิ้ง”
“อย่าโยนบาปให้คนตาย” คิรากรขบกรามแน่นอย่างโกรธจัด
“เดี๋ยวนะ…เมื่อกี้คุณพูดว่า ‘ตาย’ เหรอ” อลีนาอึ้ง
“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ” ชายหนุ่มแค่นยิ้มด้วยความขมขื่น “เปรมถูกแฟนใหม่ของคุณยิงตายที่นิวยอร์กเพราะไปตามคุณกลับมาหาลูก อย่าคิดว่าทำอะไรไว้ที่โน่นแล้วคนที่นี่จะไม่รู้”
อลีนาทั้งอึ้งทั้งงงไปหมด นี่อันนาโกหกเธออีกแล้วเหรอ!
แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้ถามซักถามอะไรเพื่อความกระจ่าง ครูประจำชั้นของไออุ่นก็โทร. มาบอกคิรากรว่าไออุ่นอาเจียนและมีไข้ ให้รีบมาพาไปโรงพยาบาล
“ฝากคุณครูช่วยดูไออุ่นไว้ก่อนนะครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
“ไออุ่นเป็นอะไร” อลีนารีบถามร้อนรนเมื่อคิรากรกดวางสาย
“ไออุ่นไม่สบาย ผมต้องรีบพาแกไปหาหมอ” พูดจบเขาก็วิ่งออกไปโดยไม่สนใจว่ากำลังคุยเรื่องอะไรค้างอยู่
“ฉันไปด้วย”
“ไม่ต้อง” ชายหนุ่มหยุดวิ่งกะทันหันแล้วหันกลับมาห้ามเสียงดุ ทำให้คนที่วิ่งตามหลังมาพุ่งเข้าชนแผงอกกว้างอย่างจัง ถ้าเขาไม่ตวัดวงแขนโอบรอบเอวบางไว้ เธอคงร่วงลงไปกองกับพื้นแล้ว
“ปล่อยฉัน” หญิงสาวดันตัวเองออกจากการถูกโอบกอดอย่างเก้อเขิน นับเป็นครั้งแรกที่เธอได้แนบกายอย่างสนิทชิดเชื้อกับผู้ชายขนาดนี้
“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ผมแค่ช่วยไม่ให้คุณล้ม ไม่ได้อยากกอดคุณ”
“ฉันทำหน้ายังไง” อลีนาตีหน้าขรึมเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ดูเหมือนว่าแก้มทั้งสองข้างของเธอจะไม่ให้ความร่วมมือ เพราะมันร้อนวูบวาบไปหมด และเธอก็แน่ใจว่าตอนนี้มันต้องแดงจัดฟ้องความรู้สึกที่พยายามเก็บซ่อนไว้ในใจหมดแล้วแน่นอน
“ผู้หญิงแบบคุณไม่ใช่ไทป์ผม ไม่ต้องเขิน” คิรากรกัดฟันบอกทั้งที่ตัวเองก็แอบใจสั่นหวั่นไหวกับสัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่นี้เช่นกัน ก็ร่างกายเธอทั้งนุ่มนิ่มและหอมกรุ่น เป็นกลิ่นหอมละมุนชวนให้ชื่นใจ ไม่เหมือนกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เขารู้จักใช้กัน
“แล้วผมก็ไม่มีทางคิดอะไรกับผู้หญิงของน้องชายตัวเองเด็ดขาด” เขาบอกหนักแน่นราวกับต้องการย้ำกับตัวเองให้หยุดรู้สึกร้อนวูบวาบกับผู้หญิงที่ไม่ควรรู้สึกด้วยเดี๋ยวนี้
“ฉันก็ไม่สนใจคุณเหมือนกัน ฉันสนใจแค่ไออุ่นคนเดียว” เธอตอกกลับให้เท่าเทียมกับที่เขาหยามเธอ “อย่ามัวแต่ว่าฉันอยู่เลย รีบไปดูไออุ่นกันดีกว่า”
“เพราะคุณนั่นแหละที่ทำให้ผมเสียเวลา” คิรากรต่อว่าเสียงเข้มแล้วรีบก้าวเร็วๆ จนเกือบจะกลายเป็นวิ่งนำหน้าออกไป
“ดุมว้ากค่ะ คุณลุงขา...” อลีนาบ่นเสียงเบาขณะรีบวิ่งตามไป เธอไม่คิดว่าเขาจะได้ยิน แต่เขากลับเหลียวหลังมาขึงตาใส่อย่างไม่พอใจ ถ้าไม่ติดว่ากำลังเป็นห่วงไออุ่นอยู่ เธอมั่นใจว่าเขาต้องกลับมาจับเธอหักคอแน่
