บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.1

อู๋ซินมองดูชายหนุ่มในชุดสีขาวทั้งตัวถูกพยุงลงมาจากรถม้า ใบหน้าขาวซีดและร่างกายอันไร้เรี่ยวแรง บ่งบอกว่าอาการไม่ใคร่จะดีนัก

สายตาของหญิงสาวมองไปยังศิษย์คนแรกที่นางภาคภูมิใจ ในดวงตามีคำถามและถ้อยคำตำหนิปะปนกันอยู่ในที

“ศิษย์คารวะอาจารย์”

หลี่เฉิงคุกเข่าคำนับนางด้วยความนอบน้อม นางไม่ได้สนใจสายตาตกตะลึงของบุรุษชุดดำที่ทำหน้าที่พยุงคนป่วย

“ลงเขาไปห้าปี กลับมาครั้งแรกเจ้าก็ทำผิดกฎร้ายแรงที่สุดของเป่ยซาน อาเฉิง ข้าหวังว่าเจ้าจะมีเหตุผลที่ฟังขึ้น” นางกล่าวเสียงเรียบ

“นี่มันเรื่องล้อเล่นอะไรกัน! คนเจ็บอยู่นี่พวกท่านก็เห็นยังไม่รีบช่วยคนอีก นายท่าน!” ฉินเซิงที่ยังคงสับสนตื่นตระหนกเมื่อผู้เป็นนายร่างทั้งร่างซวนเซ

อู๋ซินเหลือบสายตามองไปยังต้นเสียง รู้สึกรำคาญในใจอยู่บ้าง น้ำเสียงของอีกฝ่ายระคายหูจริงๆ

หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ คนที่หลับตานิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาซีดขาว ร่างกายล่ำสันแต่กลับไร้เรี่ยวแรง ดูก็รู้ว่าก่อนหน้านี้เขาเป็นบุรุษแข็งแรงไร้โรคภัย มาบัดนี้ใบหน้าซีดขาวริมฝีปากดำคล้ำ มองออกในทันทีว่าถูกพิษร้ายแรงเข้า

“พาขึ้นเรือนเถิด”

กล่าวจบก็เห็นหัวคิ้วของชายหนุ่มเลิกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาค่อยๆ เปิดขึ้น เขามองชายชุดของนางที่ลากระอยู่บนพื้น กระทั่งค่อยๆ ไล่สายตาขึ้นมามองนาง

อู๋ซินสบตาคมเข้มที่แฝงประกายของความเด็ดขาดในทีของอีกฝ่าย ความประหลาดใจวาบผ่านดวงตาคู่งาม …แม้รู้ว่าตัวเองแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่ดูก็รู้ว่าจิตใจของเขายังคงสงบ

ช่างหายาก

มองดูท่าทีขัดใจของตงเสวี่ยและหานเจีย อู๋ซินหัวเราะออกมาเสียงเบา สายตาของนางมองตามคนเจ็บที่ถูกพยุงขึ้นเรือน

“ฟังเหตุผลของศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าก่อนก็แล้วกัน เขาลงเขาไปถึงห้าปี กลับมาก็เก็บบุรุษปวกเปียกผู้หนึ่งมาให้ข้า เขาไม่เคยทำอะไรไร้เหตุผล มาดูกันว่าคนผู้นั้นคือใคร”

กล่าวจบก็เดินขึ้นเรือน มั่นใจว่าศิษย์ทั้งสองเดินตามหลังมาติดๆ

กลางเรือนซึ่งปูด้วยเสื่อที่ทอจากเปลือกไม้ ผู้มาเยือนซึ่งถูกวางให้นอนราบหมดสติไปแล้ว ข้างๆ ยังมีหลี่เฉิงและชายหนุ่มชุดดำอีกคนคุกเข่าอยู่

“อาจารย์” หลี่เฉิงหันมามองนาง “คนผู้นี้ไม่ช่วยไม่ได้ขอรับ”

“บอกเหตุผลมา ข้ารอฟังอยู่” นางกล่าว

“เขาก็คือฉู่หมิง เสนาบดีแห่งแคว้นเทียนเฉา ชะตาของเขาผูกกับขวัญของแคว้น ไม่มีเขาแคว้นย่อมล่มสลาย แผ่นดินแคว้นเทียนเฉานี้ แม้นไม่มีฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็สามารถแต่งตั้งคนใหม่ได้ แต่จะไร้ซึ่งฉู่หมิงผู้นี้ไม่ได้”

“แล้วเรื่องนี้สำคัญกับข้าอย่างไร เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก ยิ่งเป็นการแก่งแย่งในราชสำนักก็ยิ่งไม่สน” จากหางตานางมองออกว่าบุรุษชุดดำมองนางด้วยท่าทีไม่พอใจ เดาว่าคงเป็นคนคุ้มกันของฉู่หมิง

“อาจารย์ ปีนี้ครบรอบหนึ่งพันปีแล้ว เทพมังกรกำลังจะตื่นจากการหลับใหล เขาต้องออกมาตามหาท่านเป็นสิ่งแรกอย่างแน่นอน”

นางขมวดคิ้วมองหลี่เฉิง “อาเฉิง เจ้ามองเห็นอะไร”

“ในช่วงร้อยปีมานี้เป่ยซานถูกบดบังจากแสงของดาวเหนือและใต้ทำให้เหล่าทวยเทพไม่รับรู้ว่าท่านอยู่ที่นี่ แต่ปีนี้ดวงดาวทางเหนือซึ่งเป็นดาวนำชัยของท่านเจิดจ้าขึ้น แสงจากดาวทางใต้กลับริบหรี่ลง หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้เทพมังกรต้องหาท่านพบอย่างง่ายดาย ถึงเวลานั้นค่ายกลของศิษย์น้องเองก็ไม่อาจซ่อนท่านเอาไว้ได้ มีเพียงท่านต้องหาวิธีทำให้ดาวทางใต้เจิดจ้าขึ้นเช่นเดิม ไม่ให้เทพมังกรหรือทวยเทพอื่นหาท่านพบ”

อู๋ซินสบตากับหลี่เฉิง สายตาของนางละออกจากเขาและมองตรงไปยังคนที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น

“แสงจากดวงดาวทางใต้? ไม่ใช่แคว้นเทียนเฉามาตั้งแต่แรก แต่เจ้าหมายถึงเขาหรือ? ” นางก้าวเข้ามาข้างกายฉู่หมิง ปลายนิ้วเรียวยาวจรดลงยังข้อมือของเสนาบดีหนุ่มเพื่อตรวจจับชีพจร

“ชะตาคู่บ้านคู่เมือง ฉู่หมิง...”

นางพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หลบซ่อนตัวมานาน นางตระหนักดีว่าสักวันเทพมังกรต้องหานางพบอย่างแน่นอน

ชีวิตของนางนับจากถูกดึงให้เข้ามายังโลกแห่งความพิศวงนี้ ทั้งทวยเทพ ปิศาจ มนุษย์ หรือแม้กระทั่งเหล่าอสูร ทุกสิ่งมีชีวิตล้วนต้องการครอบครองนาง ครอบครองในสิ่งที่นางมี อยากได้ในสิ่งที่นางเป็น โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นตัวนางหาได้ต้องการไม่

ขณะกำลังชั่งน้ำหนักเพื่อตัดสินใจ บุรุษตรงหน้ากลับลืมตาขึ้น ดวงตาสุขุมเยือกเย็นสานสบกับนาง

อู๋ซินจ้องเขานิ่งพร้อมกับกล่าว

“ในเมื่อทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เหตุใดยังร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel