บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 หลอกกันทั้งใจ

ตอนที่ 5

หลอกกันทั้งใจ

“คุณพัชรีนคะ เอกสารสัญญาที่คุณเคยลงนามไว้เมื่อปีที่แล้วตอนนี้เรานำไปจัดเข้าระบบใหม่เรียบร้อยแล้วค่ะ”

เสียงของเลขาสาวในแผนกกฎหมายเอ่ยอย่างสุภาพพลางส่งแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งที่ดูหนาหนักให้ พชรมน ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังบุนุ่มในห้อง รองประธาน

พชรมนรับมาอย่างลังเล มือบางสั่นเล็กน้อย หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมาจากอก

“ขอบคุณค่ะ”

เธอยิ้มบางๆ ให้เลขาสาว พลางส่งเอกสารไปวางไว้ข้างกายโดยยังไม่กล้าแม้แต่จะเปิดดู เลขาสาวโค้งศีรษะเล็กน้อย ก่อนเดินออกไปจากห้องอย่างสุภาพ ประตูห้องปิดลงอย่างเงียบงัน แต่ภายในใจของพชรมนกลับกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับโลกทั้งใบกำลังถูกเขย่า

เพราะเธอรู้ดี...เธอไม่เคยเซ็นเอกสารพวกนี้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว เอกสารทุกหน้าถูกเซ็นด้วยลายมือของ พัชรีน ผู้เป็นพี่สาว

มือของเธอเย็นเฉียบในทันที เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม หัวใจเริ่มบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เธอค่อยๆ เปิดแฟ้มเอกสารออกอย่างช้าๆ พลิกทีละแผ่น และพบว่าลายเซ็นที่ปรากฏอยู่ในนั้น แตกต่างจากลายมือของเธอโดยสิ้นเชิง ราวกับเป็นลายมือของคนละคนกันอย่างสิ้นเชิง

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ความกลัวเข้าครอบงำเธออย่างสมบูรณ์ หากใครเปิดประตูเข้ามาในห้องตอนนี้ความลับที่เธอเก็บงำมาแทบขาดใจก็จะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

แต่เธอไม่รู้เลย...ว่าคนที่ไม่ได้อยู่ข้างนอกห้อง ไม่ได้เปิดประตูเข้ามา เขากลับรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว เขานั่งอยู่ภายในห้องตั้งแต่แรก เฝ้าดู เฝ้ารอ และเฝ้าสงสัยในตัวตนของเธอมาตลอด

“เธอไม่ใช่พัชรีน...” เสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งดังขึ้นจากประตูห้องที่เปิดออกโดยไม่มีการเคาะใดๆ

พชรมนสะดุ้งเฮือก ร่างกายชาวาบ เอกสารในมือหล่นลงพื้นอย่างไม่มีสติ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบหยุดหายใจ เธอหันขวับไปมองต้นเสียงแล้วพบว่าชายผู้ไม่เคยแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาอย่างชัดเจนอย่าง ปรเมศร์ บัดนี้เขามีแววตาที่โกรธจัด ดวงตาคมกริบนั้นเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความไม่พอใจและความผิดหวัง

ปรเมศร์เดินเข้ามาช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาช่างหนักแน่นและเต็มไปด้วยความโกรธคล้ายคมมีดที่กำลังจะฟาดฟัน ฝ่าเท้าที่ก้าวเข้ามาแต่ละก้าวคล้ายกำลังเหยียบลงบนหัวใจของเธออย่างไม่มีเยื่อใย

“ตอบฉัน!” เสียงของเขาไม่ใช่การตะโกน แต่กลับแหลมบาดเหมือนดาบคมที่กำลังฟันลงมา

“ค...คุณหมายความว่าอะไรคะ...” เธอถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัว...กลัวมากกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยเป็นมาในชีวิต

“อย่าโกหกอีก...” เขาเหยียดริมฝีปากออกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน มองเธอด้วยสายตาที่ดูถูก เหยียดหยาม “เธอไม่ใช่พัชรีน...ฝาแฝดของเธอ...ใช่ไหม”

หญิงสาวเงียบไป ใจเต้นดังระรัวจนหูอื้อ น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาในดวงตาอย่างห้ามไม่อยู่โดยไม่ต้องบีบบังคับ

“ฉันถามว่าใช่ไหม!” เสียงของเขาเข้มขึ้นอีกครั้ง

“ค่ะ” คำยอมรับแผ่วเบาที่หลุดออกจากริมฝีปากเธอ แต่กลับดังก้องไปทั่วห้องราวกับเสียงระเบิดที่เป่าเปลือกนอกของเธอพังลงหมดสิ้น

เธอก้มหน้าลง กลั้นเสียงสะอื้นไว้สุดแรง มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อของตัวเองไว้แน่นจนสั่นระริก

“ทำไม...” เสียงของเขาเปลี่ยนไป เบากว่าเดิม แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวที่เธอสัมผัสได้ “ทำไมต้องหลอกฉัน!”

เธอส่ายหน้า น้ำตาไหลลงอาบแก้มไม่ขาดสาย “ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”

“ไม่ตั้งใจ?”

เขาหัวเราะในลำคออย่างขื่นขม เสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ

“เธอเข้ามาอยู่ในชีวิตฉัน อยู่ในบ้านฉัน อยู่ในหัวใจฉัน ทั้งที่เธอไม่ใช่คนที่ฉันรัก!”

คำว่า “คนที่ฉันรัก” ฟังดูเหมือนคมแหลมที่แทงเข้ามากลางใจเธอจนเจ็บแปลบ

“คุณอย่าพูดแบบนั้น...” เธอร้องไห้ ห้ามเขาด้วยเสียงแผ่วเบาที่สั่นเครือ “ฉันไม่เคยต้องการทำร้ายคุณเลย”

“แล้วเธอเข้ามาทำไม!” เขาตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธและความผิดหวัง “เพื่อเงินเหรอ! หรือเพื่อหนี้ของครอบครัว! หรือเพราะอยากได้ชีวิตดีๆ ในแบบที่เธอไม่เคยมี!”

คำพูดของเขาคือมีดที่กรีดแทงเธออย่างเลือดเย็นที่สุด มันคือบาดแผลที่ไม่มีวันหาย

“คุณพูดแบบนี้กับฉันได้ยังไง...” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาทั้งน้ำตา เสียงสะอื้นสะท้านขึ้นตามลำคอ “ทั้งที่...คุณเองก็รู้มาตลอดว่า ฉันไม่ใช่พี่พัช!”

เขาชะงัก ใบหน้าที่เคยดุดันแข็งกร้าวพลันแปรเปลี่ยนเป็นอึ้งไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนเจ็บปวด

ใช่...เขารู้ เขารู้ว่าเธอเปลี่ยนไป เธออ่อนโยนเกินไป ยิ้มอย่างจริงใจเกินไป ไม่มีรอยเสแสร้งแบบที่เขาเคยจดจำได้ในตัวพัชรีน แต่เขาหลอกตัวเอง เพราะเขาอยากให้เธอเป็นคนนั้น อยากให้คนที่ตายไปยังอยู่กับเขา

“ออกไป...” เขาเอ่ยเบาๆ แต่กดลึกจนเหมือนลมหายใจสิ้นสุด เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง

เธอชะงัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“ออกไปจากชีวิตฉัน...”

หญิงสาวไม่ขยับ ร่างกายแข็งทื่อราวกับไร้วิญญาณ หัวใจที่เจ็บจนชาไร้เรี่ยวแรงจะก้าวเดิน ไม่รู้จะเดินไปทางไหน ไม่รู้จะไปที่ใด

“ได้ค่ะ” เธอพูดเบาๆ ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินไม่หยุด

“ถ้าการที่ฉันมีชีวิตอยู่...มันผิดนัก ฉันจะหายไปจากคุณ...ตลอดไป”

เสียงประตูกระแทกปิดดัง “ปัง” ก้องกังวานไปทั่วห้อง ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า และเอกสารที่ปลิวกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ราวกับหัวใจที่แตกสลายของคนทั้งสอง

ปรเมศร์ยืนอยู่นิ่งๆ ไม่พูด ไม่ขยับ แต่หัวใจของเขา...พังทลายลงอย่างช้าๆ เหมือนโดนถอนเสาเอกที่ยึดเขาไว้จากภายใน

เขารู้ว่าเขาเพิ่งไล่ผู้หญิงที่เขา “ไม่กล้าเรียกว่ารัก”แต่ไม่เคยเลิกคิดถึงสักวินาทีเดียว

เมื่อความจริงเปิดเผยความรักกลายเป็นคำต้องห้ามแล้วหัวใจที่ยังรักอยู่...จะถูกกดให้เงียบงันไปได้นานแค่ไหนกัน?

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel