
อุบัติรักสามีจอมบงการ
บทย่อ
"อุบัติรักสามีจอมบงการ" SET อุบัติรักอุบัติร้ายนิยายรักโรมานซ์พาฝันที่จะพาหญิงสาวทุกคนโบยบินไปกับนุชลตรี สตรีชาวไทยผู้โชคดีได้จับพลัดจับพลูมาแต่งงานกับมาฮันห์ มหาเศรษฐีเมืองมัทราส อินเดียใต้ นุชลตรีไม่รู้สึกว่าหล่อนโชคดีเลยสักนิดที่มหาเศรษฐีแห่งมัทราสมาสู่ขอเธอแต่งงานถึงบ้านหลังเล็กที่กำลังจะสิ้นเนื้อประดาตัวของหล่อนกับแม่ เพราะเธอรู้ดีว่าไม่นานมาฮันห์จะต้องเฉดหัวเธอทิ้งสักวันหนึ่งหากเธอมีทายาทให้กับเขา แม้ว่ามาฮันห์จะมีรูปงามดั่งเจ้าชาย หากในสายตาของนุชลตรีเขาดุร้ายยิ่งกว่าราชสีห์ ทั้งยังมีจิตใจอำมหิตเมื่อเห็นว่าหล่อนมีลูกไม่ได้ เขาจึงส่งเธอไปนอนในห้องใต้ดิน และกุเรื่องใส่ร้ายหล่อนว่าภรรยาคนแรกของเขาเป็นสตรีที่ห้ามคนในบ้านรับใช้เว้นแต่เพียงกุลลี หญิงรับใช้ใบ้ที่เขาส่งมา ไฉนมาฮันห์จึงย่ำยีจิตวิญญาณของนุชลตรีได้ถึงเพียงนี้ หรือแค่เพราะว่าหล่อนไร้ทายาทสืบสกุลให้กับเขามาค้นหาคำตอบในนิยายเล่มนี้กันค่ะ
อุบัติรักสามีจอมบงการ - บทนำ 1/1
ภาพวาดสีดำขาวถูกวางแขวนไว้บนฝาผนังลายเรียบอย่างจงใจ นุชลตรีสัมผัสได้ถึงความนัยที่แฝงไว้ในภาพวาดดอกไม้รูปกุหลาบบนรูปเขียนสีนั้น
ดอกไม้สีดำสนิทแซมเป็นช่อตั้งอยู่ท่ามกลางโลงศพแสดงถึงความรักอันเป็นอมตะ กุหลาบดำเบ่งบานสะพรั่งตรงปลายของกุหลาบดำเคลือบผิวมันเงาคล้ายหยดน้ำไหลเปรอะอยู่กลางภาพเขียนสี
หญิงสาวรู้สึกราวกับว่าหล่อนกำลังตกหลุมรักภาพวาดภาพเขียนสีกวอชที่แขวนเรียงรายเหล่านี้อยู่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
นุชลตรีมองภาพเขียนสีกวอชอย่างหลงใหล หล่อนเกือบเอื้อมมือไปจับภาพนั้น โชคยังดีที่สายตาของเธอเหลือบมองเห็นป้ายสีทองตัวอักษรสีน้ำตาลเข้มเขียนไว้ว่าห้ามจับไม่งั้นโดนปรับ
หญิงสาวหักห้ามใจไว้ได้ทันพลางเดินไปชมงานศิลปะในโซนถัดไปอย่างรวดเร็ว
นุชลตรีจำได้ว่าโซนแสดงงานนิทรรศการ ‘เสพก่อนตาย’ มีประมาณ ห้าส่วนด้วยกัน สามส่วนแรกหญิงสาวได้ไปเสพมาจนจุใจแล้ว อีกสองโซนนั้นจะอยู่ในอาคารถัดไปซึ่งอยู่ตรอกซอยเล็ก ๆในเมืองฝรั่งเศส
ปารีสเป็นหนึ่งในเมืองแห่งความรุ่มรวยไปด้วยศิลปะนานาชนิด ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์มากมายหลายแห่งเปิดรองรับนักท่องเที่ยวผู้คนสายอาร์ตที่หลั่งไหลมาอย่างเนืองแน่น
หญิงสาวเดินผ่านออกมาจากหน้าประตูซุ้มต้อนรับเพื่อจะเดินไปชมงานศิลป์จัดแสดงในโซนถัดไป
นุชลตรีอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ นั่นก็เพราะว่าโซนที่อยู่ห่างไกลถัดไปเป็นผลงานศิลปะของสรากาเดีย นักประพันธ์ที่ผันตัวมาเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว
เธออดมองภาพโปสเตอร์ที่แปะผนังไม่ได้ งานในเปเปอร์เป็นวัสดุคล้ายกระดาษเคลือบผิวมันวาวที่วางเรียงรายคล้ายกับกระจกในโบสถ์อาสนวิหารนัวยงที่แคว้นโอดฟร็องส์ที่เธอเห็นเมื่อทริปก่อนจะมาลองเที่ยวคนเดียว
ฟรานซ์เป็นเมืองที่นุชลตรีชื่นชอบมากที่สุดในบรรดาเมืองต่างประเทศที่หล่อนเคยไปเยือน เพราะความงดงามของศิลปะตั้งแต่ประตูเมืองไปยังรูปเขียนสี…หล่อนอดหัวใจพองโตขึ้นมาไม่ได้
พิพิธภัณฑ์ วูลฟ์ แด มาเรีย ที่เชิญหล่อนมาดูนิทรรศการของศิลปินหญิงในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งมิวเซียมที่เลื่องชื่อในฟรานซ์เป็นอย่างมาก นุชลตรีรู้ดีว่าคนในวงการอาร์ตทุกคนรักศิลปะ และพวกเขาก็เชื่อว่าศิลปะก็รักพวกเขาเช่นกัน
นุชลตรีจบจากคณะนิเทศศิลป์ในประเทศไทย ทว่าวันนี้หล่อนได้รับโบนัสจากแม่ของเธอให้มาชื่นชมผลงานเป็นรางวัลที่หญิงสาวเรียนจบ
ปลายเท้าสองข้างของหญิงสาวเดินออกมานอกพิพิธภัณฑ์ นุชลตรียกมือขึ้นมากอดอกตนเองไว้เพื่อกันความหนาวเย็นของอุณหภูมิที่ลดต่ำลงในปารีส
หญิงสาวสวมเสื้อสเวตเตอร์สีชมพูสด ด้านในของเสื้อสเวตเตอร์เป็นเสื้อไหมพรมตัวเล็ก หากแต่บางแนบเนื้อของหญิงสาว
นุชลตรีเลือกใส่เสื้อสเวตเตอร์กับกระโปรงอัดพลีซคล้ายกับกระโปรงนักศึกษาเวลาที่หล่อนไปเรียนมหาวิทยาลัย
หญิงสาวเดินออกมาข้างนอก แสงแดดอ่อนๆสาดประกายลงมาเล็กน้อย ดวงอาทิตย์ในกรุงปารีสทอแสงอ่อนจางหากแต่ฉายรัศมีอาบไล้ลงมาจนฟากฟ้าสีครามกลายเป็นสีฟ้าสดใสจนนุชลตรีเห็นเมฆที่รายล้อมบนท้องนภา
หญิงสาวเดินไปตามทางก้อนหินที่เรียงรายต่อกันอย่างรวดเร็วเพียงเพื่อหมายจะชมนิทรรศการกุหลาบหินแสนปีของพิพิธภัณฑ์ที่หล่อนวาดฝันวางแผนไว้ว่าจะต้องดูให้สักครั้งหนึ่งให้ได้ในชีวิตนี้ของเธอ
“พี่สาว…กุหลาบไหมจ้ะ” เสียงหนึ่งเอ่ยดังขึ้นขณะหญิงสาวกำลังเดินผ่านทางเข้าออกหน้าพิพิธภัณฑ์ไปเพื่อไปอย่างอีกอาคารหนึ่งที่กำลังจัดแสดงงานที่เธอใฝ่ฝันว่าจะมาดู
นุชลตรีหยุดมองมือเล็กของเด็กชายที่ส่งกุหลาบสีแดงสดมาให้เธอเพียงชั่วครู่ หญิงสาวสังเกตเห็นเด็กชายมีใบหน้ากลมแก้มของเขามีสีแดงคล้ายมะเขือเทศสุกแต้มอยู่ ดวงตาของชายหนุ่มมีสีน้ำตาลเปล่งประกายแวววับคล้ายกับเมล็ดถั่วอัลมอนด์
