บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ผู้ชายในฝันของตังเม

TDIS UNIVERSITY

ทีดีไอเอส ยูนิเวอร์ซิตี้ ถือเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีเนื้อที่กว้างขวางตั้งอยู่ยังเขตชานเมือง แต่ก็มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน การคมนาคมสะดวก ทำให้นักศึกษาที่อยู่ใจกลางเมืองสามารถเดินทางมาได้ไม่ยาก รอบนอกมหา’ลัยก็เจริญมาก มีทั้งคอนโดฯ ตึก อะพาร์ตเมนต์ขึ้นเต็มไปหมด แถมยังอัดแน่นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักศึกษาครบครัน ทั้ง ร้านข้าว ร้านเสริมสวย ผับ ร้านเหล้าก็อยู่ไม่ไกล แถมขับรถเลยไปอีกหน่อยก็เจอห้างฯ ใหญ่

ส่วนภายในมหาวิทยาลัยก็ทันสมัยไม่แพ้กัน มีการแบ่งสรรพื้นที่เป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัว ทั้งหอประชุมใหญ่ ที่สามารถรองรับความจุนักศึกษาได้เกือบ 3,000 คน หอสมุดสูงสุดล้ำสมัย ศูนย์กีฬาและสุขภาพซึ่งมีทั้งสนามบอล สนามแบดมินตันในร่ม สนามบาสเกตบอล สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน โรงอาหารหลักสุดกว้างขวางเสมือนห้างฯ ขนาดย่อม ๆ สามชั้น มีทั้งร้านอาหารขึ้นชื่อจากภายนอกเข้ามาเช่าสถานที่ รวมถึงร้านอาหารจากทางมหา’ลัยเองด้วย ซึ่งก็สามารถรองรับนักศึกษาได้เกือบพันคน นอกจากนั้นในส่วนกลางของมหา’ลัยก็มีสระน้ำขนาดใหญ่กินเนื้อที่เกือบไร่ พร้อมฝูงห่านสีขาวหลายสิบตัวว่ายวนให้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ รอบข้างรายล้อมไปด้วยพื้นหญ้าเขียวสบายตา และต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่น ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักศึกษาชอบมานั่งเล่นกัน แม้จะมีบางคนถูกห่านไล่จิกบ้างก็ตาม ทั้งหมดนี้ทำให้ TDIS UNIVERSITY ไม่ต่างจากเมืองขนาดย่อม ๆ เลยก็ว่าได้

หญิงสาวตัวเล็กดวงตากลมสวยราวกวางน้อยไร้เดียงสา นั่งอมยิ้มเขิน ตัวบิดตัวม้วน ขณะมือกำโทรศัพท์รุ่นเก่าไถดูรูปภาพของรุ่นพี่ที่ตนแอบปลื้มในเพจของมหา’ลัย

“งื้ออออออ หล่อ น่ารัก แสนดี ยิ้มนี้ละลายใจเวอร์ ~ นี่แหละพ่อของลูกหนูตังเม ~”

น้ำเสียงเพ้อฝันเรียกสายตาเหนื่อยหน่ายของเพื่อนสาวอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ให้หันมอง พร้อมพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ ราวกับนัดหมายกันมาก่อน

“ตังเม แกยังไม่เลิกชอบพี่อาร์ทเขาอีกเหรอ” นุ่น สาวเรียบร้อยของกลุ่มอดถามออกมาไม่ได้

“อะไรกันยัยนุ่น พี่อาร์ทเพิ่งจะโสด แถมฉันยังไม่ได้ลองจีบพี่เขาเลย เรื่องอะไรจะยอมตัดใจง่าย ๆ ล่ะ” คนตัวเล็กตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย แทบจะเก็บกลั้นความยินดีไว้ไม่อยู่ หลังจากทราบข่าวว่าหนุ่มหล่อที่ตนหมายตากลับมาครองสถานะโสดอีกครั้ง

“ยัยนุ่นมันหมายความว่า สภาพแกแบบนี้ยังคิดฝันจะไปจีบพี่อาร์ทอีกงั้นเหรอ!”

เกล เพื่อนสาวสุดเถรตรงขยี้ปมเพิ่ม เรียกรอยยิ้มของนุ่นให้คลี่กว้าง ผิดกับคนถูกแซะที่เบะปากคว่ำ ขัดใจราวเด็กน้อย เถียงกลับไม่ยอมแพ้

“สภาพแบบนี้มันยังกันยะ วันนี้ฉันมั่นใจมากว่าแต่งออกมาจึ้ง!”

“ฉันล่ะปวดหัว ครั้งหน้าเดี๋ยวฉันซื้อกระจกบานใหญ่ ๆ ให้เป็นของขวัญนะตังเม ถามจริงคิดได้ไง แต่งตัวแบบนี้ออกมา แวบแรกนึกว่าสัญญาณไฟจราจร!” เพื่อนสาวผมยาวตรงจรดเอวกุมขมับ พลางเหลือบมองการแต่งกายของตังเมอีกครั้งด้วยความระอา

“ทำไมวะ แปลกตรงไหน ฉันไปดูในเน็ตมาแล้วนะโว้ย พวกเน็ตไอดอลเขาก็ใส่เสื้อคลุมแบบนี้กัน รอบนี้ไม่แปลกค่ะ!” คนตัวเล็กพยายามอธิบายต่อด้วยดวงตากลมไร้เดียงสา

“เฮ้ออออออออ ~ นุ่นอธิบายต่อสิ ฉันปวดหัว”

“แฮะ ๆ แบบว่า…สีที่แกเลือกมาฉันว่ามันไม่ค่อยเข้ากันอะตังเม” นุ่นมีสีหน้าลำบากใจที่ต้องพูดตรง ๆ กับแฟชั่นพิลึกประจำวันของเพื่อนสาว แต่สาวซื่อหัวช้าก็เหมือนจะไม่เข้าใจ

“ทำไมล่ะ ฉันว่าน่ารักดีออก รู้ไหมว่าตั้งแต่ฉันเข้ามหา’ลัยมาคนมองใหญ่เลย คิกคิก เจ้าแม่แฟชั่นคนใหม่จะถือกำเนิดขึ้นแล้ว”

“โอ๊ยยยยยย! ยัยตังเม คนไม่ได้มองเพราะแกสวยค่ะ เขามองเพราะมันประหลาด! คนบ้าอะไรใส่เสื้อคลุมแดง กระเป๋าสะพายหลังสีเหลือง รองเท้าส้นสูงเขียว! นี่ยังไม่รวมถึงการแต่งหน้าแปลก ๆ เหมือนละเลงบลัชออนหมดพาเลท และไอ้ผมทรงน้ำพุของแกอีก!”

“ไม่สวยเหรอ? หรือสีเสื้อคลุมมันแดงไปหน่อย ตอนแรกก็ว่าจะเลือกสีชมพู” คนตัวเล็กเอียงคอถามกลับตาใส ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำวิพากษ์วิจารณ์สุดเถรตรงของเพื่อนสาวเลย

“กูปวดหัว เอาที่มึงสบายใจเถอะ” เกลถึงกับคอตก ยกมือนวดขมับเหนื่อยหน่ายหัวใจกับเซนส์ด้านแฟชั่นที่ติดลบเกินจะเยียวยาของเพื่อนรัก

“แงงงงง เพื่อนรักจ๋า อย่าทำหน้าหมดอาลัยตายอยากแบบนั้นสิ”

“คือแบบ...ฉันว่าแกแต่งตัวธรรมดาไม่ดีกว่าเหรอตังเม หน้าตาแกก็ออกจะดี ไม่ต้องพยายามสรรหาอะไรมาใส่เยอะ ๆ หรอก เชื่อฉันสิ” นุ่นพยายามเกลี้ยกล่อมต่อด้วยรอยยิ้ม แต่พอได้ยินคำตอบของตังเมรอยยิ้มมันก็เริ่มบิดเบี้ยว

“ไม่เอาอะ แบบนี้ฉันก็ไม่เริ่ดสิ”

“...”

“...”

“ฉันว่าเราไปห้องเรียนกันเถอะ เหนื่อยจะคุยเรื่องแฟชั่นกับยัยตังเมเต็มทน” เกลส่ายหัวด้วยความเหนื่อยล้า หยัดกายขึ้นมาเป็นคนแรก บอกกลาย ๆ ให้นุ่นช่วยหยุดประเด็นเรื่องรสนิยมของตังเมดีกว่า ไม่อย่างนั้นพวกเธอมีหวังไปเรียนสาย

สาวตัวน้อยได้ตานั่งกะพริบตาปริบ ๆ ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมทั้งสองถึงมีสีหน้ากระอักกระอ่วนขนาดนั้น กว่าสมองจะได้ทันประมวลผลใด ๆ ทั้งคู่ก็เดินทิ้งระยะไปไกลแล้ว ทำให้ตังเมต้องรีบคว้ากระเป๋าสะพายหลังสีเหลืองสุดน่ารักแล้วรีบวิ่งตาม

“รอด้วยดุ๊!”

เธอตะโกนตามหลัง เผลอหลุดสำเนียงแบบสาวเมืองเพชรบุรี เร่งฝีเท้าเพื่อนวิ่งตามเพื่อนทั้งสองให้ทัน

ใบหน้าน่ารักชวนมองถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบบเกินพอดีมุ่ยยู่เล็กน้อยอย่างตัดพ้อเมื่อตามทัน ดวงตากลมสวยแสนใสซื่อคู่นั้นทำสองสาวได้แต่อ่อนใจ ซึ่งนี่ก็เป็นเหมือนฉากเหตุการณ์ปกติของกลุ่มสามสาวไปเสียแล้ว

ตังเม สาวน้อยตัวเล็กแสนสดใส ปัจจุบันเธออายุ 20 ปี และกำลังศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์สาขาการตลาด พื้นเพเดิมเป็นสาวเพชรบุรี เติบโตมากับร้านขนมไทยชื่อดังประจำจังหวัดของคุณยาย จึงได้ชื่อว่า ‘ตังเม’ บวกกับตอนเด็กชอบทานขนมเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อโตมาพวงแก้มจึงเป็นก้อนกลมน่าบีบ ผิดกับรูปร่างเล็กกะทัดรัดสัดส่วน และความสูงเพียงแค่ 155 เซนติเมตรเท่านั้น

เธอได้มีโอกาสเข้ามาเรียนต่อมหา’ลัยในกรุงเทพฯ นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สาวบ้านนอกได้รู้จักโลกแห่งแสงสี ความทันสมัย เทคโนโลยีไฮเทคแบบที่เพชรบุรีไม่มี รวมถึงแฟชั่นการแต่งตัวสวยแปลกตาของเด็กกรุงเทพฯ ด้วย หญิงสาวจึงเพียรพยายามอยากจะสลัดลุคสาวบ้าน ๆ ออกไป แล้วอัปเกรดตัวเองให้ดูโดดเด่นบ้าง แต่เนื่องด้วยเซนส์ทางด้านแฟชั่นติดลบขนานหนัก ต่อให้ช่วงปี 1 เกลและนุ่นจะพยายามช่วยปรับ ช่วยสอนการแต่งตัวให้เธอแล้ว แต่ตังเมก็มักชอบไปสรรหาการแต่งตัวแปลก ๆ จากเหล่านางแบบตามแฟชั่นวีก แน่นอนเธอไม่ได้มีเงินซื้อเสื้อผ้าแบรนด์ราคาแพงขนาดนั้นมาสวมใส่ จึงมักซื้อชุดจากตลาดนัดมามิกซ์แอนด์แมตช์เองตามความเข้าใจ จนสร้างความระอาให้เพื่อนสาวทั้งสอง

แต่ความมั่นใจเปี่ยมล้น ก็ไม่ได้ทำให้ตังเมล้มเลิกความตั้งใจ นอกจากนี้เธอยังมีเหตุผลครั้งใหม่ที่ยิ่งต้องฮึดสู้ นั่นก็คือ ‘พี่อาร์ท’ หนุ่มหล่อ แสนดีจากคณะสถาปัตยกรรม

โดยเรื่องมันเริ่มต้นเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่ตังเมเพิ่งขึ้นปีสอง เธอและกลุ่มเพื่อนไปทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารหลักของมหาวิทยาลัย แล้วสาวซุ่มซ่ามก็ดันสะดุดชายกระโปรงพลีทยาวที่วันนั้นอยากเปลี่ยนลุคเป็นสาวชิค ๆ ทำให้ล้มหน้าทิ่มลงไปกองกับน้ำแตงโมปั่นและข้าวหมูแดง จนเนื้อตัวเปรอะเปื้อน

ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันจากนักศึกษาอื่น หนุ่มหล่อตัวสูงคนหนึ่งก็ยื่นมือเข้ามาช่วย เขาช่วยเก็บเศษอาหารบนพื้นอย่างไม่รังเกียจ และพาสาวโก๊ะที่ยังตาพร่ากับความหล่อเหลาไปล้างเนื้อล้างตัว กว่าจะตั้งสติได้ เขาก็จากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินหอมสะอาด

หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว นั่นเป็นครั้งแรกที่ตังเมมั่นใจว่าเธอตกหลุมรักใครสักคนเข้าแล้ว

แถมเขาก็ยังหล่อเหลา แสนดี อย่างกับพระเอกในนิยายหลุดออกมา

แต่หลังจากลองหาข้อมูลของเจ้าชายขี่ม้าขาว อกน้อย ๆ มันก็หักดังเป๊าะ เพราะรุ่นพี่หนุ่มสถาปัตย์ดันมีแฟนอยู่แล้ว! แถมอีกฝ่ายยังเป็นสาวฮอตของคณะบริหารอีก เรียกได้ว่ามองจากมุมไหนก็มีภาษีดีกว่าเด็กต่างจังหวัด แต่งตัวแปลกแบบเธอหลายขุม

ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่แน่นอนว่าตังเมไม่ยอมถอดใจง่าย ๆ ยังคงตามแอบมอง แอบปลื้มเขาอยู่ห่าง ๆ ไม่ลืมแอบแช่งให้ทั้งสองรีบเลิกกันเร็ว ๆ

และในที่สุดวันที่เฝ้ารอคอยมาแสนนานก็มาถึง เมื่อพี่อาร์ทคนดีกลับมาโสดอีกครั้ง ทำให้ตังเมกระดี๊กระด๊าเป็นพิเศษ และต้องรีบหาวิธีรุกจีบเพื่อคว้าหัวใจสุดหล่อมาครองให้ได้ก่อนจะถูกตัดหน้าไปอีก

ในห้องเรียน

เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเป็นลอนใหญ่ถูกเกล้ามัดขึ้นสูงราวกับเชียร์ลีดเดอร์ไล่ปลายนิ้วเลื่อนดูหน้าอินสตาแกรมของชายหนุ่มที่แอบปลื้มด้วยสายตาเป็นประกายเคลิบเคลิ้ม ยิ่งภาพรอยยิ้มหวาน ๆ และสายตาอบอุ่นยามหันมองมาทางกล้อง มันก็ทำให้ใจของเธออ่อนระทวยไปหมด

“ตังเม...เลิกส่องไอจีพี่อาร์ทสักที สนใจที่อาจารย์สอนก่อน!” นุ่นกระซิบเตือนเบา ๆ เมื่อเพื่อนสาวเอาแต่อมยิ้มปัญญาอ่อน จิตใจล่องลอยไปไกล

“ขอดุ๊ พี่เขาโสดแล้ว หยุดบ่นเพื่อนวันหนึ่ง” คนตัวเล็กหันไปคลี่ยิ้มหวาน พร้อมกะพริบตาปริบ ๆ จนนุ่นต้องถอนหายใจยาว

“งั้นก็ตามสบาย แต่ถ้าใกล้สอบก็อย่ามาขอให้ฉันช่วยแล้วกัน”

“งื้ออออออ ไม่เอาสิ เพื่อนขา เพื่อนนุ่นสุดที่รักอย่าใจร้ายกับหนูตังเมตัวเล็ก ๆ เลยนะคะ”

“ถามจริง แกคิดจริง ๆ เหรอว่าจะจีบไอ้พี่อาร์ทนั่นติดอะ เห็นแฟนเก่าเขาแล้วหนิว่าสวยขนาดไหน ฉันว่าพักเถอะ” เกลพูดขึ้นมาบ้าง แม้ประโยคมันจะดูรุนแรงไปบ้าง แต่ทั้งหมดก็เพราะหวังดีไม่อยากให้ตังเมเสียใจ

แต่ทว่า

“โนค่ะ ฉันว่าฉันมีหวัง! พี่อาร์ทเขาก็น่าจะแอบสนใจฉันอยู่เหมือนกันแน่!” ตังเมฉีกยิ้มกว้าง ยืดอกด้วยความมั่นใจเกินร้อย จนสองสาวขมวดคิ้ว

“ยังไง?”

“ก็เพราะตอนที่ฉันกดติดตามไอจีพี่เขา อาทิตย์ต่อมาเขาติดตามไอจีฉันกลับไง”

“...”

“...”

สองสาวได้ยินต่างก็หมดคำพูดกับนิสัยมองโลกแง่ดีแบบฉุดไม่อยู่ เลิกสนใจยัยคนเพ้อฝันแล้วหันกลับไปสนใจเนื้อหาที่อาจารย์ประจำวิชาสอนต่อ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel