ตอนที่ 4 เบบี้เนย อันคัท
หลังจากวางโทรศัพท์ ความเงียบสงัดภายในห้องนอนก็พาให้ใจลอยไปถึงแฟนหนุ่มผู้ล่วงลับ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและอ้อมกอดที่เคยอบอุ่น พลันเลือนหายไปพร้อมกับอุบัติเหตุอันน่าสะพรึงกลัวในคืนวันนั้น หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลรินอาบแก้มเนียน เธอไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะจากไปเร็วขนาดนี้ ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับโลกที่โหดร้ายเพียงลำพัง
ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนดึงเธอออกจากภวังค์เศร้ากลางดึก
ฟ่าง: เนย แกคิดดีแล้วใช่มั้ย
เนย: ฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
ฟ่าง: โอเค งั้นพรุ่งนี้แกมาหาฉันที่คอนโด สักสิบโมงเช้านะ
เนย: ได้เลยฟ่าง ขอบใจแกมากนะ”
ฟ่าง: ไม่เป็นไรจ้า เรื่องแค่นี้สบายมาก เดี๋ยวฉันจะให้แฟนเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ ที่ห้องฉันมีพร้อมทุกอย่าง ทั้งไฟ ทั้งกล้อง รับรองว่าแกต้องปังแน่นอน
ฟ่าง: ฉันคิดชื่อช่องให้แกได้แล้วล่ะ เบบี้เนยอันคัท รับรองชื่อนี้ปังแน่
เนยอ่านข้อความแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ คอนโดของเพื่อนที่อยู่กับแฟนหนุ่ม เธอไม่รู้จักเขาดีพอ การจะต้องไปทำถ่ายรูปแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นแบบนั้น แม้จะเป็นแฟนเพื่อนก็ตาม มันจะเหมาะสมจริงหรือ แล้วเขาจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหน
ร่างระหงนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืน ท่ามกลางความมืดและความเงียบ เธอจินตนาการถึงแสงไฟสปอร์ตไลท์ที่จะสาดส่องลงบนเรือนร่าง และครั้งนี้เธอไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกแล้ว
รุ่งเช้าปณิสราตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งหวาดหวั่นและคาดหวัง แต่เมื่อภาระค่าใช้จ่ายและใบหน้าบึ้งตึงของแม่ลอยเข้ามาในหัว ความลังเลทั้งหลายก็ถูกปัดตกไป หญิงสาวจัดการธุระส่วนตัวอย่างเงียบ ๆ พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปารีณาและนายท็อปที่กำลังเตรียมตัวออกไปทำงานด้วยกันอย่างกระหนุงกระหนิง
เมื่อถึงเวลานัดหมาย ปณิสราเดินออกจากบ้านด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอจงใจสวมเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงยีนส์ธรรมดาเพื่อปกปิดความปั่นป่วนที่กำลังปะทุอยู่ภายใน ตลอดทางบนวินมอเตอร์ไซค์ที่มุ่งหน้าสู่คอนโดของเพื่อนรัก สายตาของเธอกวาดมองทิวทัศน์สองข้างทางอย่างเลื่อนลอย ความทรงจำเกี่ยวกับ แฟนหนุ่มผู้ล่วงลับผุดขึ้นมาตอกย้ำความรู้สึกผิด ถ้าเขายังอยู่ เขาคงไม่มีวันยอมให้เธอต้องก้าวเดินบนเส้นทางนี้แน่ ๆ แต่ในโลกที่ความจนบีบคั้นจนหายใจไม่ออก ศักดิ์ศรีที่เขายึดถือกลับกลายเป็นสิ่งที่เธอกินไม่ได้
เมื่อมาถึงคอนโดหรูใจกลางเมือง ข้าวฟ่างเดินลงมารับเพื่อนที่ด้านล่าง เธอสวมชุดลำลองสบายๆ แต่ยังคงดูดีตามสไตล์ครีเอเตอร์สาวที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ข้าวฟ่างโอบไหล่เพื่อนสนิทพลางพาเดินเข้าไปในลิฟต์ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมราคาแพงและแอร์เย็นฉ่ำทำให้ปณิสรารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก แฟนฉันไม่อยู่น่ะ” ข้าวฟ่างบอกเมื่อเข้ามาถึงในห้องพักที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยม
“ค่อยยังชั่วหน่อย ฉันน่ะคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน” เนยตอบเสียงอ่อย
“คิดมากทำไมหึ พี่กายเขาใจดีออก เขาเองนั่นแหละที่สอนให้ฉันเป็นครีเอเตอร์ แล้วเดี๋ยวฉันจะสอนแกอีกที รับรองว่าหุ่นระดับแก ต้องกลายเป็นดาวเด่นแน่นอน” ข้าวฟ่างพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะพาเพื่อนเดินเข้าไปในห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการถ่ายทำ
แสงไฟสตูดิโอสว่างจ้า อุปกรณ์ถ่ายภาพถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เตียงนอนขนาดใหญ่ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตาดูนุ่มนวลชวนสัมผัส เนยมองไปรอบๆ ห้องด้วยหัวใจที่เต้นรัวอีกครั้ง นี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่เธอไม่เคยฝันถึง
“เอาล่ะเนย ไม่ต้องเกร็งนะ คิดซะว่านี่คือการแสดงบทบาทสมมติ” ข้าวฟ่างยิ้มกว้างพลางหยิบชุดชั้นในลูกไม้สีดำตัวจิ๋วที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมา
“เดี๋ยวแกไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำนะ แล้วออกมาให้ฉันดู”
เนยเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ใบหน้าที่เคยสดใสบัดนี้ดูซีดเซียว เธอค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดและทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจที่หอบถี่ มือที่สั่นเทาหยิบชุดชั้นในลูกไม้ขึ้นมาสวมใส่ เนื้อผ้าบางเบาเสียดสีกับยอดอกและผิวเนื้ออย่างไม่คุ้นเคย พอใส่แล้วมันเปิดเผยจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่เธอเคยซ่อนเร้นไว้ภายใต้เสื้อผ้ามิดชิด
เมื่อสวมใส่เสร็จ เธอยืนมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง ความอับอายแล่นวาบไปทั่วร่าง แต่แล้วภาพของแม่ที่กำลังลุ่มหลงสามีใหม่จนไม่สนใจเธอ ก็ผลักดันให้เธอตัดสินใจเปิดประตูห้องน้ำออกมา
“โอ้โห! เนย... แกสวยมากเลยนะเนี่ย หุ่นดีสุดๆไปเลย!” ข้าวฟ่างอุทานด้วยความทึ่ง สายตาที่มองมาทำให้เนยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเปลื้องผ้าต่อหน้าสาธารณชน
“เอาล่ะ มาลองโพสท่าโปรโมตกันหน่อย เอาแค่เซ็กซี่พอนะ” ข้าวฟ่างเริ่มจัดท่าทางให้เพื่อน
“ไหนแกลองขึ้นไปนอนบนเตียงสิ แล้วก็มองมาที่กล้องแบบยั่วยวนหน่อยๆ” ปาณิสราทำตามที่เพื่อนบอกอย่างตะกุกตะกัก เธอพยายามฝืนยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ใช่ตัวเธอ
“ไม่ใช่อย่างนั้นสิเนย แกต้องอินกับมันหน่อย... คิดซะว่าแกกำลังยั่วผู้ชายที่แกชอบที่สุด”
คำพูดของฟ่างทำให้เนยนึกถึงมาร์ค เธอหลับตาลง จินตนาการว่าเลนส์กล้องตรงหน้าคือสายตาที่อบอุ่นของเขา เธอค่อยๆ เอนตัวลงบนเตียงนุ่ม ปล่อยให้เรือนร่างผ่อนคลาย มือเรียวเลื่อนไปสัมผัสต้นขาเนียนอย่างแผ่วเบา ดวงตาที่เคยเศร้าสร้อยบัดนี้กลับฉายแววเย้ายวนอย่างน่าอัศจรรย์
“ใช่เลยเนย! แบบนั้นแหละ! สวยมาก!” ข้าวฟ่างกดชัตเตอร์รัวๆ
เสียงชัตเตอร์ที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เนยรู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนเข้าไปในโลกอีกใบ โลกที่เธอต้องใช้เสน่ห์แลกกับเงินตราเพื่อหนีจากความจน แต่แล้วความท้าทายที่แท้จริงก็มาถึง เมื่อข้าวฟ่างเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“เนย!!!... แกลองถอดบราออกดูมั้ย” ปณิสราชะงักไปทันที หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอับอายและศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกำลังต่อสู้กับความต้องการอยู่รอด เธอจะกล้าเปิดเผยความลับที่ซ่อนเร้นที่สุดต่อหน้ากล้องจริงๆ หรือ แสงไฟที่สาดส่องลงมาดูเหมือนจะร้อนแรงขึ้นทุกขณะ รอคอยคำตอบจากหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่บนทางแยกของชีวิต
