บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 แรงกดดัน

ร่างระหงของปณิสราหิ้วถุงพลาสติกใบใหญ่ที่บรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและพวกของสดเดินกลับเข้ามาในบ้าน เสียงรองเท้าแตะกระทบพื้นปูนดังสะท้อนความเงียบเหงา มือเรียวเอื้อมมือไปเปิดตู้เย็นแสงไฟด้านในเผยให้เห็นความว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอจัดวางไข่ไก่ที่เพิ่งซื้อมาลงในช่องทีละฟองอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิตยามนี้

เสียงท้องร้องประท้วงด้วยความหิวโหยเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ก่อนเดินออกจากบ้านเมื่อครู่ หญิงสาวจำใจหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมา มือเรียวฉีกซองออกอย่างเร่งรีบก่อนจะกดน้ำจากหม้อต้มที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ กลิ่นหอมของผงปรุงรสที่ลอยวนขึ้นมาพร้อมไอน้ำร้อนๆ ยิ่งตอกย้ำความหิวให้ทำงานหนักขึ้น เธอตอกไข่ไก่ลงไปหนึ่งฟอง เฝ้ามองดูไข่ขาวที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขุ่นโอบล้อมเส้นเหลืองนวลเอาไว้ แม้มันจะเป็นเพียงอาหารราคาถูกที่ประทังชีวิตไปวันๆ แต่ในยามที่ความจนบีบคั้นเช่นนี้ มันกลับดูเป็นอาหารเลิศรสที่สุดเท่าที่เธอจะไขว่คว้าได้

ชีวิตของเธอพลิกผันหลังจากผู้เป็นบิดาเสียไปเมื่อปีกลาย แม่ของเธอที่เคยเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว ต้องออกไปทำงานเป็นแม่บ้านโรงแรมเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ความหวังที่จะช่วยกันประคับประคองครอบครัวกลับพังทลาย เมื่อแม่เลือกคว้าเอาหนุ่มรุ่นน้องที่ทำงานเดียวกันซึ่งอายุห่างจากเธอไม่ถึงสิบปีมาเป็นสามีคนใหม่

ปารีณาหลงสามีเด็กคนนี้จนลืมสิ้นทุกอย่าง เธอแอบเอาเงินเก็บที่มีอยู่ไปปรนเปรอเขาจนหมดตัวจนต้องขายรถ ช่วงปิดเทอมปณิสราจึงตัดสินใจไปทำงานพาร์ตไทม์เป็นพนักงานเสิร์ฟในบาร์ระดับวีไอพี เพราะหวังในรายได้เสริมที่จะช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน แต่ความสวยของเธอกลับกลายเป็นดาบสองคม ผิวขาวนวลเนียนที่ต้องแสงไฟสลัวและทรวดทรงนาฬิกาทรายภายใต้ชุดยูนิฟอร์มรัดรูป มันทำให้เธอนั้นตกเป็นเป้าสายตาของพวกเสี่ยจอมหื่น รวมไปถึงพวกเสือสิงกระทิงแรด

สัมผัสอันจาบจ้วงจากแขกวีไอพีที่ตั้งใจคุกคามเธอในคืนนั้น ยังคงเป็นภาพที่คอยตามหลอกหลอนปณิสราอยู่ทุกครั้ง สายตาหิวกระหายจากชายกลุ่มนั้นจ้องมองร่างของเธอราวกับเป็นเพียงเศษเนื้อชิ้นหนึ่งที่พวกเขาพร้อมจะรุมทึ้งยังไงก็ได้

เหตุการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อชายสูงวัยคนหนึ่งในกลุ่มอาศัยจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัว กระชากร่างของเธอให้ลงไปนั่งบนตักหนา ก่อนจะกอดรัดเอาไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกที่ผสมปนเปกับน้ำหอมราคาแพงโชยเข้าจมูกจนเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างรุนแรง

“แค่หนูยอมไปนอนกับเสี่ยแค่คืนเดียว หนูก็จะมีเงินใช้สบายไปทั้งเดือนเลยนะ” คำกระซิบที่ติดหูเธอมาตลอด มันเป็นข้อเสนอที่น่าอดสูและหยามเกียรติกันอย่างที่สุด ปณิสราพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อสลัดตัวออกและปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เธอรีบขอตัวไปห้องน้ำเพื่อล้างความอัปยศนั้น ก่อนจะตรงไปแจ้งผู้จัดการร้านเพื่อขอลาออกในทันที

แม้จะรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ามืดมนเพียงใด และไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเอาเงินที่ไหนมาประทังชีวิต แต่ปณิสราก็บอกตัวเองเสมอว่า หากเธอเห็นแก่เงินเพียงชั่วครู่ชั่วยามในคืนนั้น เธอก็คงต้องสูญเสียศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไปตลอดกาล

หลังจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปช่วยประทังความหิวไปได้ในคืนนี้ เธอรู้ดีว่าหากยังหางานใหม่ไม่ได้ในเร็ววัน ศักดิ์ศรีที่เพียรรักษามาทั้งชีวิตคงต้องถูกโยนทิ้งเพื่อแลกกับลมหายใจ

กลางดึกคืนนั้น ความเงียบสงัดก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคำรามสนั่นของเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ที่พุ่งเข้ามาจอดสนิทภายในรั้วบ้าน ปารีณาปีนลงจากเบาะซ้อนท้ายด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความแสนงอนและหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด

เหตุผลคงหนีไม่พ้น นายท็อป สามีเด็กคราวลูกที่ทำท่าจะบิดรถออกไปดื่มกินกับกลุ่มเพื่อนฝูงต่อ โดยไม่คิดจะสนใจไยดีเมียรุ่นแม่ที่ยืนฮึดฮัดอยู่ตรงนี้แม้แต่น้อย

ความวุ่นวายที่คุ้นชินกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโต้เถียงที่ดังระงมไปทั่วบ้านไม้หลังเก่า ปณิสรา ทำได้เพียงถอนหายใจทิ้งในความมืด เธอรู้ดีว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่เซฟโซนสำหรับเธออีกต่อไป และนั่นยิ่งตอกย้ำให้เธอมั่นใจว่า เส้นทางสายใหม่ที่เธอกำลังจะก้าวเดินนั้นคือทางออกเดียวที่เหลืออยู่

ปารีณาเดินนวยนาดเข้ามาในบ้านอย่างไม่แยแส สายตาคมกริบกวาดมองตรงไปยังตู้เย็น หวังจะหยิบน้ำเย็น ๆ มาดับกระหาย แต่เมื่อบานประตูตู้เย็นถูกเปิดออก ภาพของไข่ไก่และอาหารสดที่วางเรียงรายอยู่ภายในกลับดึงดูดความสนใจของเธอมากกว่า ก่อนจะเดินไปหาบุตรสาวที่ยืนล้างจานอยู่ในครัว

“เนย... แกพอจะมีเงินติดตัวบ้างมั้ย เอามาให้แม่ยืมก่อนสักพันสิ” เสียงของปารีณาห้าวขึ้นเล็กน้อย พลางบุ้ยปากไปยังหน้าบ้านที่ท็อปยังคงนั่งรออยู่บนมอเตอร์ไชค์บิ๊กไบค์ด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์นัก

“ท็อปมันจะขอออกไปทำธุระกับเพื่อนน่ะ”

“หนูตกงานอยู่นะแม่ พันหนึ่งหนูไม่มีหรอก” ปณิสราตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับปวดร้าว เพราะรู้ว่าแม่จะเอาเงินเปย์สามี

“สักสี่ห้าร้อยแกไม่มีติดตัวเลยเหรอ ดูสิ ของกินเต็มตู้เย็นขนาดนี้ แล้วแกเอาเงินที่ไหนไปซื้อมาถ้าไม่มีเงิน!” ปารีณาขึ้นเสียงแหลมสูง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ

“ซื้อที่ไหนล่ะ... หนูติดหนี้ป้าจันเอาไว้ทั้งนั้นแหละแม่” เธอจำใจต้องโกหกมารดา

“แล้วทำไมแกถึงได้โง่ลาออกจากงานห๊ะ!” ปารีณาแหวใส่เสียงดังลั่น

“งานในบาร์นั่นรายได้ดีจะตาย ทิปก็หนัก ทำไมแกถึงไม่รู้จักทน ฉันอุตส่าห์ฝากให้แท้ ๆ”

“ทนเหรอแม่” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองมารดา ดวงตาคลอเบ้าด้วยหยาดน้ำตาแห่งความน้อยใจถึงที่สุด

“แต่แขกวีไอพีพวกนั้นมันลวนลามหนูนะ มันจ้องจะลากหนูขึ้นเตียง แม่ไม่คิดจะห่วงหนูบ้างเลยเหรอไงคะ”

ปารีณาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอวูบไหวคล้ายมีความห่วงใยผุดขึ้นมาเพียงชั่วขณะ ทว่าความหิวโหยในเงินตรากลับกลืนกินความรู้สึกเหล่านั้นจนมิด เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“มันก็ไม่ถึงกับลากขึ้นเตียงหรอกมั่ง... ถ้าแกไม่ออกไปกับเค้าน่ะ คิดดูสิ แกได้เงินนะ แล้วแขกพวกนั้นเค้าก็ระดับเสี่ยทั้งนั้น กระเป๋าหนักจะตาย แค่โดนจับนิดลูบหน่อยมันไม่สึกหรอหรอก ที่แกไปนอนกับไอ้มาร์คเงินไม่ได้สักบาทแม่ไม่เห็นแกบ่นสักคำ!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel