บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ฝันร้ายลวงตา

ตอนที่ 6 ฝันร้ายลวงตา

รัตติกาลเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ยามสาม บรรยากาศรอบเขาลูกอันเป็นที่อยู่อาศัยของศิษย์เอกแห่งสำนักชิงลู่เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดปีกแผ่วเบา สลับกับเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวผ่านซอกหน้าต่างไม้ฉลุ แสงจันทร์เลือนรางสาดส่องผ่านม่านหมอกลงมายังห้องโถงกว้าง ทอดเงายาวเหยียดประดุจกรงขังมืดทึบที่ไร้ทางออก ทว่าในความเงียบสงบนั้นเอง เสียงสะอื้นไห้ที่แฝงไปด้วยความหวาดหวั่นพลันดังขึ้น ทำลายสมาธิอันล้ำลึกของบุรุษผู้ครองตนในฐานะเซียนกระบี่ไปจนสิ้น

โม่ฉิง ลืมตาขึ้นในความมืด แววตาของเขาหาได้มีความง่วงงุนไม่ หากแต่เปี่ยมไปด้วยความวิตกกังวล เขาขยับกายลุกขึ้นจากแท่นหินบำเพ็ญเพียร พลางมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเสียงนั้นทันที หัวใจที่เคยเยือกเย็นดุจศิลาของเขากลับเต้นผิดจังหวะยามที่นึกถึงร่างบอบบางที่อาศัยอยู่ถัดไปเพียงไม่กี่ก้าว

ที่ห้องนอนของศิษย์สาว อวี้ฉาน กำลังดิ้นรนอยู่บนเตียงไม้หอม นางขดตัวสั่นเทาประดุจลูกนกที่ปีกหัก เส้นผมสีดำขลับหยักศกยุ่งเหยิงกระจายเต็มหมอนหยก เหงื่อกาฬซึมชื้นตามไรผมและนวลแก้ม ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัส นางส่งเสียงละเมอออกมาด้วยความตระหนก ราวกับภาพเหตุการณ์ในอดีตกำลังตามมาหลอกหลอนนางในห้วงนิทรา

“ไม่... อย่า... เปลวไฟ... พวกท่านจะฆ่าข้า... เหตุใดจึงต้องฆ่าข้าด้วย...”

เสียงกระซิบอันแหบพร่าของนางเปรียบเสมือนเข็มแหลมที่ทิ่มแทงเข้าไปในโสตประสาทของโม่ฉิง เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันวาบไหวเผยให้เห็นหยดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มของดรุณีน้อย เขาลังเลอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะยื่นมือขาวสะอาดออกไปหมายจะปลุกนางให้ตื่นจากฝันร้ายที่แสนทารุณ

ทว่าทันทีที่มือนั้นสัมผัสถูกไหล่บาง อวี้ฉานกลับลืมตาโพลงขึ้นทันที แววตาของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด นางส่งเสียงกรีดร้องออกมาคำหนึ่งก่อนจะโผเข้ากอดรัดเอวของโม่ฉิงไว้แน่นหนา ราวกับเขาคือขอนไม้เพียงชิ้นเดียวกลางทะเลเพลิงที่กำลังมอดไหม้ชีวิตของนาง

“อาจารย์! อาจารย์ช่วยข้าด้วย! พวกเขากำลังมา... คนพวกนั้นถือกระบี่... พวกเขายิ้มและหัวเราะในขณะที่กองไฟกำลังลุกท่วมตัวข้า!”

นางซุกหน้าลงกับหน้าท้องของเขา ร่างกายที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อและสั่นสะท้านอย่างควบคุมมิได้ทำให้โม่ฉิงทำตัวไม่ถูก เขาพยายามจะแกะมือเล็กๆ นั้นออกด้วยความสำรวมในฐานะนักพรต แต่เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นไห้ที่ปานจะขาดใจ ความสงสารอาทรกลับมีชัยเหนือศีลธรรมทั้งปวง เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือใหญ่ลูบแผ่นหลังของนางอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม

“มันเป็นเพียงความฝัน อวี้ฉาน... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าอยู่นี่... ไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้”

อวี้ฉานหาได้คลายแรงกอดรัดไม่ นางกลับยิ่งเบียดกายซุกไซ้เข้าหาความอบอุ่นจากกายเซียนมากขึ้น กลิ่นหอมของไม้กฤษณาที่ห่อหุ้มตัวเขาทำให้นางรู้สึกคลื่นไส้ในใจด้วยความเกลียดชัง แต่ภายนอกนางกลับแสร้งทำเป็นโหยหาพึ่งพิง นางเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาที่ชุ่มโชก น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงบนอาภรณ์สีขาวของโม่ฉิงจนเป็นรอยช้ำ

“ได้โปรด... อย่าทิ้งข้าไปไหนเลยเจ้าค่ะ ข้ากลัวเหลือเกิน... ทันทีที่ข้าหลับตา ภาพกองไฟและคมกระบี่เหล่านั้นก็กลับมาหาข้าทุกครั้ง ข้า... ข้ามิอาจนอนเพียงลำพังได้อีกแล้ว...”

นางพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าขณะที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางจิกเกร็งลงบนลำแขนของเขา โม่ฉิงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เว้าวอนนั้น เขาเห็นเพียงเด็กสาวที่แตกสลายจากสงครามที่เขาเองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง (ในฐานะผู้ปราบมาร) ความรู้สึกผิดที่มืดบอดเริ่มเกาะกินใจของเขา เขามองว่าความไร้เดียงสานี้คือสิ่งที่เขาต้องชดใช้ด้วยการปกป้องรักษา

“แล้วเจ้าต้องการให้ข้าทำเช่นไร?”

เขาถามเสียงแผ่ว มโนธรรมในใจเริ่มเตือนถึงความไม่เหมาะสม ทว่าสายตาที่รันทดของอวี้ฉานกลับตัดรอนเหตุผลทุกประการ

“ให้ข้า... ให้ข้าได้นอนอยู่ใกล้ท่านได้ไหมเจ้าคะ? เพียงแค่ได้กลิ่นอายของท่าน... ได้ยินเสียงหัวใจของท่าน... ข้าจึงจะข่มตาลงได้”

คำขอนั้นประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเซียนกระบี่ การร่วมเตียงกับศิษย์สาวคือสิ่งที่ผิดวินัยสำนักอย่างรุนแรง ทว่าเมื่อเขามองสภาพของนางที่ดูราวกับดวงวิญญาณที่กำลังจะดับสูญ โม่ฉิงกลับมิอาจเอ่ยคำปฏิเสธออกมาได้ เขาผ่อนลมหายใจยาวก่อนจะเอนกายลงนอนเคียงข้างนางบนเตียงกว้าง โดยตั้งใจว่าจะคงความสงบนิ่งไว้เพียงเพื่อเป็นที่พึ่งพิงให้นางเท่านั้น

ทว่าทันทีที่แผ่นหลังของเขาแตะฟูกนุ่ม อวี้ฉานก็พลิกกายเข้าหาทันที นางพาดแขนขาเรียวบางกอดรัดเขาไว้ประดุจเถาวัลย์ที่พันรัดต้นไม้ใหญ่ ศีรษะซุกลงที่ซอกไหล่ของเขา สัมผัสถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาผ่านอาภรณ์ชั้นบาง โม่ฉิงเกร็งกายค้างดุจหินสลัก ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของทรวงอกสาวที่เบียดชิดกับต้นแขนของเขา

อวี้ฉานลอบกระตุกยิ้มในเงามืดขณะที่หลับตาลง

[แข็งทื่อไปเลยหรือโม่ฉิง... จอมกระบี่ผู้สูงส่ง บัดนี้กลับตกอยู่ในเงื้อมมือของมารร้ายในคราบศิษย์รักเสียแล้ว]

นางจงใจขยับกายไปมาเล็กน้อย แสร้งทำเป็นกำลังหาท่าทางที่สบายที่สุดเพื่อการหลับไหล ทว่าทุกการเคลื่อนไหวกลับเป็นการปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่โม่ฉิงพยายามข่มกลั้นไว้

เขานอนมองเพดานมืดมิด พยายามร่ายมนต์คาถาสงบจิตในใจ ทว่ากลิ่นกายหอมละมุนของอวี้ฉานกลับรบกวนสมาธิของเขาจนแตกซ่าน พลังปราณมหาหงส์ในกายนางทำปฏิกิริยากับไอเซียนของเขาจนความร้อนรุ่มพวยพุ่งขึ้นมาในช่องท้อง เขาเริ่มรู้สึกว่าผ้าห่มผืนหนานี้ช่างร้อนระอุประดุจเตาหลอมเหลว

โม่ฉิงหันไปมองใบหน้ายามหลับ (จอมปลอม) ของศิษย์สาว แสงจันทร์ที่รอดผ่านหน้าต่างลงมาจับที่นวลแก้วขาวซีดและริมฝีปากบางที่เผยอออกเล็กน้อย ความคิดอกุศลผุดขึ้นในสมองเพียงวูบเดียวแต่กลับสร้างรอยด่างพร้อยในตบะเซียนของเขายิ่งกว่าสิ่งใด เขานึกถึงโลกที่โหดร้ายข้างนอกนั่น... โลกที่ฆ่าฟันและเผาผลาญจนเด็กสาวคนหนึ่งต้องมาขวัญผวาเช่นนี้ เขารู้สึกเกลียดชังทุกคนที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้ โดยไม่รู้เลยว่า ‘คนฆ่า’ ที่นางฝันถึง... หนึ่งในนั้นก็คือตัวเขา

“ข้าจะปกป้องเจ้าเอง... อวี้ฉาน”

เขากระซิบแผ่วเบาพลางเอื้อมมือไปกอดตอบนางอย่างทะนุถนอม สัมผัสจากมือใหญ่ที่โอบล้อมรอบตัวนางทำให้ความแค้นในใจอวี้ฉานยิ่งคุกรุ่น นางแสร้งครางในลำคออย่างสุขสมที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของศัตรู

ค่ำคืนนั้น โม่ฉิงมิได้หลับลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขานั่งมองใบหน้าของนางสลับกับการข่มจิตใจตนเอง ทว่ายิ่งเขามอง ความยึดติดและความรู้สึกอยากครอบครองกลับยิ่งฝังรากลึกลงในกมลสันดาน เขาเริ่มมองนางมิใช่เพียงศิษย์ แต่เป็น ‘สมบัติ’ ล้ำค่าที่เขาจะไม่ยอมให้ผู้ใดได้แตะต้องหรือพรากไปจากอ้อมแขนนี้

รุ่งสางมาเยือนพร้อมกับหมอกขาวที่ลงจัด อวี้ฉานลืมตาขึ้นมาพบว่าตนเองยังถูกโอบกอดไว้ด้วยอ้อมแขนที่แกร่งกล้า นางแสร้งทำเป็นเขินอายรีบผละกายออกเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อ

“อาจารย์... ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าคงล่วงเกินท่านไปมาก...”

โม่ฉิงลุกขึ้นยืน จัดแจงอาภรณ์ที่ยับย่นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของเขากลับมีความหมองมัวพาดผ่าน

“ไม่ต้องคิดมาก... หากมันทำให้เจ้าหลับสนิทได้ ข้าก็ยินดี”

เขาเดินออกจากห้องไปทิ้งให้ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง อวี้ฉานลูบไล้ไปตามผ้าปูเตียงที่ยังเหลือไออุ่นจากกายเขา รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง แผนการดึงเขาลงสู่บ่วงราคะดำเนินไปอย่างราบรื่น ยิ่งเขาเมตตา ยิ่งเขาห่วงใย เขาก็ยิ่งอ่อนแอลงในสายตานาง

[วันใดที่ข้าแผดเผาสำนักชิงลู่ให้เป็นจุณ... ข้าจะให้เจ้านอนกอดข้าท่ามกลางกองไฟจริงๆ เหมือนในฝันนั้นเลยล่ะ... โม่ฉิง]

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel