ตอนที่1 เด็กขี้แย
สวนสาธารณะ
เวลานี้สำหรับคนอื่น ๆ ที่มาสวนสาธารณะคงมาพักกายพักใจและออกกำลังกาย แต่ทว่ากับเด็กสาววัย 16 ปีที่อยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ใต้ต้นไม้ในสวนสาธารณะแห่งนี้กลับก้มหน้าเศร้าน้ำตาซึม
"ทำไมเราบื้อจัง"
"โจทย์แค่นี้ทำไมเราถึงทำไม่ได้"
ยิ่งเห็นการบ้านในมือน้ำตาที่ซึม ๆ อยู่ก็ไหลรินออกจากตาจนเด็กสาวใช้มือเล็ก ๆ ดันแว่นตาหนาเตอะออกเล็กน้อยเพื่อปาดเช็ดน้ำตา
"แบบนี้ต้องโดนเพื่อนล้ออีกแน่"
เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของเด็กสาวเหมือนเป็นเด็กติ๋ม เพราะเธอมักใส่แว่นตาหนา ๆ ที่เหมือนเด็กรักเรียนหนอนหนังสือที่ไม่สนใจเรื่องอื่น แต่แท้จริงแล้วเด็กสาวสายตาสั้นตั้งแต่เด็กเลยใส่แว่น ไม่ได้สายตาสั้นเพราะอ่านหนังสือเยอะ ยิ่งกับวิชาที่เป็นตัวเลขเด็กสาวยิ่งดูโง่งม
"ฮึก"
ยิ่งคิดบ่อน้ำตาก็ยิ่งไหล
กึก
"รับไปสิ"
แต่ในขณะที่เด็กสาวกำลังก้มหน้าก้มตาร้องไห้อยู่ กลับมีมือที่ถือผ้าเช็ดหน้ายื่นมาตรงหน้าเธอ ทำให้เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับคนตัวสูงที่อยู่ในชุดสูทที่ดูดีและเนียบมาก เหมือนนักธุรกิจที่ดูดีมีภูมิฐาน
'หล่อจัง'
แม้คนตัวสูงจะดูเป็นผู้ใหญ่แต่ในสายตาของเด็กสาวกลับยังมองว่าเขานั้นหล่อเหลาเหลือเกิน ซึ่งที่ผ่านมาเด็กสาวไม่เคยรู้สึกว่าใครจะเป็นคนหล่อสำหรับเธอมาก่อน แต่ทำไมกับเขาถึงได้ดูหล่อในสายตาของเด็กสาว แม้ใบหน้าของเขาจะเรียบนิ่งไปหน่อยแต่เด็กสาวรู้สึกได้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดี
"ขะ ขอบคุณค่ะ"
เด็กสาวมองคนตัวสูงตาปริบ ๆ ผ่านกรอบแว่น แม้จะยังงุนงงอยู่บ้างแต่เด็กสาวก็ยื่นมือไปรับผ้าเช็ดหน้าจากเขา
"รอยยิ้มที่สดใสคงเหมาะมากกว่าน้ำตานะ"
แม้สีหน้าและคำพูดของเขาจะเรียบนิ่งทว่าคนฟังอย่างเด็กสาวกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมากลางใจ เหมือนเธอกำลังได้รับคำปลอบโยน
"หนูไม่ได้อยากร้องไห้ หนูแค่รู้สึกว่าทำไมหนูถึงได้โง่วิชาเลขขนาดนี้ คนอื่นทำได้ทำไมหนูถึงทำไม่ได้"
แม้จะไม่รู้ว่าคนแปลกหน้าคนนี้จะเป็นใคร แต่เด็กสาวกลับระบายออกมา เพราะเด็กสาวรู้สึกว่าตอนนี้มีคนรับฟังเธอ
"อย่าดูถูกตัวเอง ทำไม่ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าโง่ แค่อาจเป็นสิ่งที่เราไม่ถนัดและไม่ชอบ"
"ยอมรับว่าหนูไม่ชอบ แต่เพื่อนบางคนก็ไม่ชอบแต่ทำไมเพื่อนทำได้ หนูเลยคิดว่าตัวเองโง่จริง ๆ"
เด็กสาวก้มหน้าก้มตาพูดเสียงอ้อมแอ้ม
"เอามาดูหน่อยสิ"
"คะ?"
"ที่บอกว่าทำไม่ได้"
เขาบอกกับเด็กสาวพร้อมชี้ไปยังหนังสือที่อยู่ในมือของเด็กสาว
"นี่ค่ะ"
เด็กสาวยื่นหนังสือเรียนที่เปิดหน้าการบ้านไว้ให้กับเขา และเขาก็รับไปพร้อมพลิกหน้าหนังสือดู ซึ่งการกระทำของเขาทำให้เด็กสาวเผลอจ้องผ่านกรอบแว่นอย่างลืมตัว
เวลาต่อมา
"เย้ ๆ หนูทำได้แล้ว"
"นี่เป็นครั้งแรกเลยที่หนูรู้สึกว่าตัวเลขสนุกขนาดนี้"
เด็กสาวหัวเราะร่าเมื่อการบ้านที่เธอทำไม่ได้และไม่ชอบตอนนี้ทำเสร็จแล้วโดยมีเขาคอยสอน สอนเพลินจนเด็กสาวลืมไปเลยว่าตัวเองไม่ชอบตัวเลข
"สอนเก่งขนาดนี้เหมาะแก่การเป็นคุณครูหรืออาจารย์มากเลยค่ะ หนูยกนิ้วให้เลยค่ะ"
เด็กสาวยังพูดไม่หยุดพร้อมกับทำท่ายกนิ้วให้กับเขา แม้เขาจะไม่ค่อยพูดออกจะนิ่ง ๆ ด้วยซ้ำแต่เด็กสาวก็รับรู้ว่าเขาไม่ได้เมินเชยกับคำพูดเธอ
"ถ้าฉันมีโอกาสได้สอนลูกสาวแบบนี้ก็คงดี ลูกสาวฉันอายุก็ไล่เลี่ยกับเธอ"
"คะ?"
คำพูดของเขาทำให้เด็กสาวชะงัก
เด็กสาวรู้สึกมีอาการแปลก ๆ ที่ใจ คงเป็นเพราะตกใจเลยมีอาการแปลก ๆ แบบนี้ และในหัวก็เริ่มประมวลผลบางอย่างจนเกิดความสงสัย คำว่า 'ลูกสาว' ทำให้เด็กสาวใคร่รู้ เพราะเขาดูไม่แก่เลยแต่กลับบอกว่ามีลูกอายุไล่เลี่ยกับเธอซึ่งเธออายุ 16 ปี
แล้วเขามีลูกตั้งแต่อายุเท่าไหร่
แล้วทำไมเขาถึงไม่มีโอกาสได้สอนลูก
"เธอทำให้ฉันคิดถึงลูกสาว เพราะฉันกับลูกไม่ได้อยู่ด้วยกัน เป็นไปได้ฉันก็อยากให้ลูกอยู่กับฉัน"
เขาพูดกับเด็กสาวมากกว่าตอนแรกเพราะการที่เขาได้เห็นเด็กสาวก็พลอยทำให้คิดถึงลูกสาวที่อายุประมาณ 17 ปี ที่ตอนนี้อยู่กับแม่ที่ต่างประเทศ เพราะเขากับแม่ของลูกเราแยกทางกัน
"หนูเชื่อว่าต้องมีวันที่คุณ...เอ่อ....คุณน้าได้อยู่กับลูกค่ะ"
เด็กสาวเม้มปากเมื่อไม่รู้ว่าต้องเรียกคนตัวสูงว่ายังไง เพราะเราทั้งสองไม่ได้แนะนำตัวต่อกัน แต่เมื่อเขาบอกมีลูกแล้วเธอเลยเรียกเขาว่าคุณน้าแทน
"ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น...แต่ตอนนี้ฉันต้องไปแล้วล่ะ"
เขาพูดพร้อมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและไม่ได้ติดใจอะไรกับคำเรียกของเด็กสาวที่เรียกเขาว่าคุณน้า
"ไปแล้วเหรอคะ..."
เด็กสาวถามเสียงแผ่ว จ้องมองร่างกายของคนตัวสูงที่ดูทะมัดทะแมงสูงสง่า จนทำให้เด็กสาวไม่อาจละสายตาไปได้
"ฉันมาคุยธุรกิจที่โรงแรมข้าง ๆ สวนนี้ ฉันเห็นว่าสวนสาธารณะของที่นี่บรรยากาศดีกว่าที่กรุงเทพเลยมาเดินสูดอากาศ แต่ไม่คิดว่าจะได้สอนเลขกับเด็กคนหนึ่งแบบนี้...แต่ตอนนี้ฉันจะต้องไปสนามบินแล้วล่ะ"
"ไปสนามบินเหรอคะ? คุณน้าไม่ได้อยู่ที่นี่และทำงานที่นี่หรอกเหรอคะ"
เด็กสาวรู้สึกว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีกแล้ว เพราะเธออยู่เชียงใหม่แต่เขาบอกว่าอยู่กรุงเทพ
"ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่และไม่ได้ทำงานที่นี่"
"อ่อค่ะ...แบบนี้หนูก็ไม่มีโอกาสเจอคุณน้าอีกแล้วสิ"
"..."
"หนูรู้สึกโชคดีจังที่ได้เจอคุณน้าในวันนี้ หนูขอบคุณที่สอนการบ้านหนูนะคะ หนูสนุกมาก ๆ ค่ะ"
"หลังจากนี้ก็ยิ้มเยอะ ๆ นะ ฉันต้องไปแล้วล่ะ"
"ค่ะ...โชคดีนะคะ"
เด็กสาวยกยิ้มให้กับเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใสที่สุด ถึงแม้ไม่ได้รู้จักกันเป็นเพียงคนแปลกหน้าและผ่านทางมาเจอกัน แต่เด็กสาวก็รู้สึกประทับใจที่ได้เจอคุณน้าที่แปลกหน้าแต่ใจดี เด็กสาวพยายามจดจำใบหน้าของคนตัวสูงไว้และคิดว่าคงไม่มีทางลืม และมองเขาที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ
แต่กาลเวลาแปรเปลี่ยน
บางอย่างก็เริ่มเลือนรางจางหาย
แต่ความรู้สึกประทับใจก็ยังฝั่งลึกอยู่ในใจ
---------------------------
นิยายที่เกี่ยวข้อง (อ่านแยกได้)
นางร้ายกลายเป็นคนใหม่แล้ว
(รดา+เหมราช=รินดา)
อาจารย์ปฐพี
(ปฐพีพ่อของรดา)
ลุงราม
(ราม+รินดา)
---------------------------
