บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 21 ถูกกล่าวหาว่าเป็นหายนะตัวน้อย

ค่ำคืนอันเงียบสงบในความคิดของคนอื่น แต่ไม่ใช่กับอั้นจิ่ว เด็กน้อยคิดว่าไม่นานเกินรอ ภายในสองชั่วยามนี้สำนักพยับหมอกต้องส่งคนมาลอบสังหารเขาเป็นแน่ ถึงอย่างไรเขาก็ยื่นมือเข้าไปขัดขวางความสำเร็จของพวกเขา ตอนนี้พวกเขาไม่เพียงสังหารคนไม่ได้ กิจการและทรัพย์สินก็เอามาเป็นของตัวเองไม่ได้ นี่ไม่เท่ากับขโมยไก่ไม่ได้แต่ยังเสียข้าวสารอีกหนึ่งกำมือหรอกหรือ

กลางดึกอันเงียบสงบ ในขณะที่ชาวเมืองซือโจวนอนหลับสนิท มีกลุ่มคนชุดดำนับร้อยกำลังเคลื่อนตัวมาทางโรงเตี๊ยมซือเค่อไหล อั้นจิ่วไม่ได้สนใจว่าจะมีคนชุดดำหรือผู้ใดมา เขาเพียงแต่กินให้อิ่มนอนให้หลับ ส่วนเรื่องที่ว่าคนชุดดำนั้นจะมาหรือไม่มาเขาหาได้ใส่ใจ ถึงอย่างไรก็ไม่ถึงคราวที่เขาจะต้องจัดการ

ในระหว่างที่อั้นจิ่วนอนหลับอย่างสบายใจ กลุ่มคนชุดดำได้บุกเข้ามาเพื่อสังหารคุณชายใหญ่ที่กลุ่มคนไม่ทราบชื่อได้ช่วยเหลือเอาไว้ ถึงแม้ว่าวันนี้พวกเขาจะต้องลงมือเผาโรงเตี๊ยมซือเค่อไหลในวันนี้ แต่ไม่สามารถให้คนที่พักอยู่ในโรงเตี๊ยมซือเค่อไหลรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว  

“ต้าเฮย เสียงดังอันใดกัน เจ้าไปจัดการให้เรียบร้อย เสียงดังรบกวนการพักผ่อนของข้า”

“ขอรับนายน้อย น่าจะเป็นสำนักพยับหมอกส่งคนมาจัดการ คุณชายที่พวกเราช่วยเหลือเอาไว้ ตอนนี้พวกเขาส่งคนมาเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจุดไฟเผาโรงเตี๊ยมแล้วขอรับ”

“บัดซบ คนพวกนี้เหตุใดถึงได้ไร้เหตุผลเช่นนี้ คิดจะเอาชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปด้วยเลยรึ เจ้ารีบไปจัดการให้เร็ว เห็นทีสำนักพยับหมอกนี้คงเก็บเอาไว้ไม่ได้แล้ว”

“ตอนนี้ต้าฮุยกับคนอื่น ๆ จัดการกับคนของสำนักพยับหมอกทั้งหมดแล้วขอรับ นายน้อยนอนต่อเถอะขอรับ ถ้าหากนอนน้อยจะไม่โตเอานะขอรับ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ค่อยจัดการพรุ่งนี้เช้า”

“อือ ได้ เช่นนั้นเจ้าเอายานี่ไปให้คุณชายใหญ่ รักษาเขาให้หายดี ส่วนขวดนี้เป็นของเถ้าแก่พ่อของเขา ในเมื่อเราได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้วก็ควรทำให้ถึงที่สุด”

“ขอรับนายน้อย”

“รีบ ๆ ไปจัดการเถอะ ข้ารำคาญมดปลวกพวกนี้จะแย่แล้ว”

หลังจากสั่งงานต้าเฮยแล้ว อั้นจิ่วก็กลับไปนอนต่อ แต่ภายในใจคิดเอาไว้ว่าพรุ่งนี้สำนักพยับหมอกพวกเจ้าได้เจอข้าแน่ รวมถึงจวนเจ้าเมืองด้วย เจ้าเมืองซือโจวเป็นขุนนางกังฉินสารเลวตัวใหญ่ที่ขูดรีดภาษีประชาชน นอกจากจะขูดรีดภาษีแล้วยังกดขี่ข่มเหงรังแกประชาชนผู้อ่อนแออีกด้วย 

เหล่าอสูรภายใต้การบัญชาของต้าเฮยใช้เวลาไม่นานก็สามารถจัดการกับผู้บุกรุกยามวิกาลจนหมดไม่มีผู้ใดเหลือรอดกลับไปได้ หลังจากจัดการเก็บกวาดเรียบร้อย ต้าเฮยได้นำยาที่อั้นจิ่วให้มานำไปรักษาอาการบาดเจ็บของคุณชายใหญ่ ซึ่งได้ทราบชื่อภายหลังว่า หม่าอี้เทียน เป็นบุตรชายคนโตของเถ้าแก่หม่าชิงสง นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกผู้หนึ่งก็คือ หลี่เหล่าจื้อ หลงจู๊ของโรงเตี๊ยมซือเค่อไหล

 

ซือเค่อไหลถือว่าเป็นโรงเตี๊ยมที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองซือโจว บุตรหลานสกุลหม่าสืบทอดกิจการมาแล้วเก้ารุ่น รุ่นที่เก้านั่นก็คือเถ้าแก่หม่าชิงสง หลังจากจัดการรักษาหม่าอี้เทียนเรียบร้อยแล้ว ต้าเฮยก็ได้นำยาไปรักษาเถ้าแก่หม่าที่จวนสกุลหม่าทันที เถ้าแก่หม่ายังได้บอกข้อมูลต่าง ๆ และความสัมพันธ์ของเจ้าเมืองซือโจวกับสำนักพยับหมอกให้กับต้าเฮยฟัง

เจ้าเมืองซือโจวมีชื่อว่าเจิ้งจิ้งตง เป็นคนละโมบแสวงหาอำนาจและเงินทอง เจิ้งจิ้งตงมีน้องสาวสามคน และหนึ่งในน้องสาวทั้งสามคนของเขาแต่งให้กับเย่ชิงซานผู้อาวุโสห้าของสำนักพยับหมอก โดยอาศัยชื่อเสียงของสำนักร่วมมือกับเจ้าเมืองซือโจว ข่มเหงขูดเลือดขูดเนื้อชาวบ้านในระหว่างที่เจ้าสำนักพยับหมอกเข้าด่านกักตน นอกจากผู้อาวุโสห้าแล้วยังมีกู้เหิง รองเจ้าสำนักพยับหมอกให้การสนับสนุนด้วย

“ข้าหม่าชิงสง ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ขอรับ หากในวันข้างหน้ามีสิ่งใดที่ข้าสามารถตอบแทนบุญคุณได้ พวกเราสกุลหม่าย่อมยินดี ขอแค่เพียงพวกท่านต้องการ”

“เถ้าแก่พักผ่อนให้มากเถอะ จะได้หายจากอาการบาดเจ็บเร็ว ๆ นายเหนือหัวของข้าไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนนอกจากอาหารอร่อย พร้อมที่พักในยามที่พวกเรากลับมาที่ซือโจวอีกครั้ง ส่วนเรื่องอื่นนายเหนือหัวของข้าบอกว่าจะจัดการให้ เถ้าแก่วางใจได้ นายเหนือหัวของข้านั้นเกลียดที่สุดคือพวกที่รังแกข่มเหงผู้อ่อนแอกว่าและขุนนางกังฉิน”

“เช่นนั้นท่านช่วยรับร้านค้าสองร้านเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่ว่าพวกท่านมาซือโจวเพื่อต้องการเปิดร้านค้าหรือ พอดีร้านค้าทั้งสองร้านนี้เป็นของภรรยาผู้ล่วงลับไปแล้วของข้า ทิ้งเอาไว้ก็หาได้ใช้ประโยชน์อันใด หากพวกท่านไม่รับอันใดเลย ข้าเองก็คงรู้สึกไม่สบายใจ”

“ตกลง เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน ส่วนเรื่องสำนักพยับหมอก ท่านรอฟังข่าวดีได้เลย ข้าขอตัวก่อน”

 

เช้าวันต่อมาหลังจากกินมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว อั้นจิ่วออกเดินทางไปที่สำนักพยับหมอกพร้อมกับต้าเฮยกับต้าฮุย โดยทิ้งผู้ติดตามคนอื่นเอาไว้ดูแลโรงเตี๊ยมซือเค่อไหลและดูแลความปลอดภัยของคุณชายใหญ่หม่าอี้เทียน ตลอดการเดินทางอั้นจิ่วขี่คอต้าเฮยไป นอกจากนี้เด็กน้อยยังซื้อขนมถังหูลู่กินระหว่างเดินทางด้วย เขาพยายามทำตัวให้น่ารักสมวัย ด้วยรูปลักษณ์ของเด็กห้าขวบ ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นก็จะชมว่าเขาเป็นคุณชายน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดู

“อีกไกลหรือไม่”

“ผ่านเนินเขาข้างหน้าไปก็จะถึงแล้วขอรับนายน้อย”

“ดี รีบ ๆ จัดการ จะได้กลับไปถลกหนังหัวไอ้เจ้าเมืองโฉดชั่ว เจิ้งจิ้งตง ข้าอยากกลับบ้านแล้ว ข้าคิดถึงท่านแม่แล้ว”

“ขอรับนายน้อย”

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงสำนักพยับหมอก สำนักพยับหมอกนั้นตั้งอยู่บนเขาพยับหมอก เมื่อทั้งสามไปถึงเชิงเขาซึ่งเป็นทางขึ้นก็พบศิษย์ที่ทำหน้าที่เฝ้าประตู แต่อั้นจิ่วไม่ได้สนใจว่าผู้ใดจะเปิดประตูให้เขาเข้าไปหรือไม่ เมื่อไปถึงเขาก็เริ่มทำลายตั้งแต่ทางขึ้นเขาไปจนถึงประตูใหญ่ของสำนัก จากนั้นก็เริ่มทุบทำลายเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีผู้อาวุโสหลายคนของสำนักรวมถึงรองเจ้าสำนักอย่างเย่ชิงซานออกมาตอบโต้

“ผู้ใดกัน บังอาจนัก กล้ามาบุกรุกสำนักพยับหมอกของข้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือเยี่ยงไรกัน”

“ข้าเอง ข้าเอง ตาแก่เช่นเจ้าจะทำอันใดข้าได้”

“เจ้าเด็กน้อยผู้นี้ เป็นลูกเต้าผู้ใดกัน เหตุใดถึงได้มาก่อความวุ่นวายเช่นนี้ สำนักพยับหมอกหาใช่ที่วิ่งเล่นของเจ้า”

“พ่อแม่ของข้าเป็นผู้ใด คนเช่นเจ้าหาได้คู่ควรรู้”

“เหตุใดเจ้าถึงได้มาบุกรุกสำนักของพวกเรา”

“ใครให้พวกเจ้าส่งคนไปเผาโรงเตี๊ยมที่ข้าเข้าพัก พวกเจ้ารบกวนการนอนของข้า ตาเฒ่าเช่นเจ้าไม่รู้รึ เด็กเช่นข้าหากนอนน้อยนอนไม่พอ ข้าก็จะไม่โต เมื่อข้าไม่โตข้าก็จะไม่สูง ตาเฒ่าเช่นเจ้า เจ้า แล้วก็เจ้า รู้หรือไม่”

“แล้วเจ้ารู้ได้เยี่ยงไรว่าเป็นคนของสำนักของพวกเรา เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ เจ้าหนู อาหารกินมั่วซั่วได้นะ แต่เจ้าจะมาพูดจามั่วซั่วไม่มีหลักฐานไม่ได้”

“พอเถอะ ตาเฒ่า อย่ามาทำตัวเป็นคนดีมีคุณธรรม คิดว่าข้าไม่รู้เรื่องชั่ว ๆ ที่พวกเจ้าทำรึ เดิมทีข้าเองหาได้สนใจว่าเจ้าจะอยากได้ซือเค่อไหล หรือว่าเจ้าจะร่วมมือกับเจ้าเมืองชั่ว หรือแม้กระทั่งเจ้าส่งคนไปสังหารบ้านสกุลหม่า หรือว่าสำนักของเจ้าจะร่วมมือกับจวนเจ้าเมืองก่อกรรมอันใดข้าก็หาได้สนใจ แต่พวกเจ้ามารบกวนการนอนของข้า ข้าไม่พอใจ วันนี้หากข้าไม่ได้เผาสำนักของเจ้า ข้าผู้นี้ก็จะไม่สบายใจ ในเมื่อพวกเจ้าชอบเผาบ้านเรือนผู้อื่นนัก ข้าก็จะเผาบ้านเรือนของพวกเจ้าเช่นกัน”

“เจ้า เจ้าสมควรตาย”

“เจ้า เจ้า อันใดของเจ้า พวกเจ้าลงมือ”

“ขอรับนายน้อย”

หลังจากได้รับคำสั่งต้าเฮยกับต้าฮุยก็ลงมือทำลายสำนักพยับหมอกไปครึ่งหนึ่ง จนกระทั่งศิษย์ในสำนักล้วนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก แม้แต่ผู้อาวุโสห้าก็ตายไปในสนามรบในครั้งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนศิษย์กับผู้อาวุโสที่รอดชีวิตนั้นอั้นจิ่วหาได้ใส่ใจ จากศิษย์นับพันตอนนี้เหลือไม่ถึงห้าสิบคน 

“จำเอาไว้ พวกเจ้าที่เหลือรอดชีวิต ตั้งใจฝึกฝนของพวกเจ้าให้ดี ข้ายังเห็นว่าพวกเจ้ายังมีความดีอยู่บ้างหรอกนะ ไม่อย่างนั้นแล้วล่ะก็”

“ท่่านบรรพบุรุษน้อย พวกเราทราบแล้วขอรับ ขอบพระคุณที่ไว้ชีวิต”

“ก็เท่านั้นล่ะ จำเอาไว้ พวกเจ้าอย่าได้ทะนงตนไป พวกเจ้าคงไม่คิดสินะ ว่าสำนักที่พวกเจ้าภูมิใจนักหนาต้องมาพังทลายเพราะชาวนาเช่นข้า พวกเจ้าก็หาได้มีฝีมือมากมาย ต่อไปหัดถ่อมตัวให้มากหน่อย อย่าได้เที่ยวรังแกชาวบ้านไปทั่ว”

“ขอรับ ท่านบรรพบุรุษน้อย พวกเราจะจดจำคำสั่งสอนของท่านเอาไว้ให้ขึ้นใจขอรับ”

หลังจากที่อั้นจิ่วกับพวกกลับไปแล้ว เหล่าศิษย์ที่ซ่อนตัวอยู่ตามที่ต่าง ๆ ก็ทยอยกันออกมาและเริ่มทำความสะอาด สำนัก จัดการเผาศพของศิษย์ที่ตายไป ผู้อาวุโสใหญ่ได้แต่ถอนหายใจ เขาสาปแช่งผู้อาวุโสห้ากับรองเจ้าสำนักที่ก่อเรื่องจนนำพาหายนะมาสู่สำนัก ไม่รู้ว่าเจ้าสำนักกลับมาไม่รู้จะว่าเยี่ยงไรบ้าง จะหาเรื่องผู้ใดก็ช่างเถอะ เหตุใดถึงต้องไปมีเรื่องขัดแย้งกับตัวหายนะน้อยผู้นี้ด้วย อายุเพียงห้าขวบแต่ตบะแก่กล้ามากไม่รู้ว่าอยู่ขั้นไหนแล้ว เพราะไม่สามารถมองขั้นพลังของเขาได้

“ผู้อาวุโสใหญ่ ครั้งนี้นับว่าพวกเขารนหาที่ตายแล้ว เดิมทีพวกเขาก็ใช้อำนาจข่มเหงศิษย์ร่วมสำนัก เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว สำนักของเราจะได้สะอาดขึ้น”

“พวกเราทำได้แค่ฟื้นฟูสำนักรอท่านเจ้าสำนักกลับมาเท่านั้น พวกเจ้าที่มีชีวิตอยู่อย่าได้ริเดินทางไปในทางที่ไม่ดี พวกเจ้าดูเอาไว้ จุดจบของผู้อาวุโสห้ากับรองเจ้าสำนักเป็นเยี่ยงไร จำเอาไว้เป็นบทเรียน”

“ศิษย์ทราบแล้วขอรับ”

ส่วนอั้นจิ่วนั้นหลังจากกลับไปก็ไม่ได้กลับไปที่ซือเค่อไหลในทันที เขามุ่งหน้าไปที่จวนเจ้าเมืองเพื่อจัดการทำความสะอาดอีกครั้ง หากเจ้าเมืองสารเลวผู้นี้ยังคงอยู่ ในตอนที่ร้านค้าผักผลไม้วิญญาณของเขาเปิดทำการคงโดนสูบเลือดสูบเนื้อเป็นแน่ ขุนนางกังฉินผู้นี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ให้เป็นภัยกับชาวเมือง

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel