ตอนที่ 15 การเริ่มต้นที่ดี
เช้าวันนี้อั้นจิ่วเตรียมตัวเข้าป่าเพื่อเก็บสมุนไพร รวมถึงการล่าสัตว์อสูรวิญญาณไปขายเพื่อหาเงินเข้าบ้าน ตอนนี้เงินยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่มาก ถ้าหากจะพัฒนาหมู่บ้านจำเป็นจะต้องมีเงินในมือให้มากกว่านี้
นอกจากเงินแล้วยังต้องมีศิลาวิญญาณอีกด้วย หลังจากกินมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว อั้นจิ่วก็ขี่หลังต้าฮุยเข้าป่าอสูรวิญญาณไปทันที ส่วนต้าเฮยนั้นมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของบ้านสกุลฉือ รวมถึงเป็นแรงงานหลักในการทำงานในไร่นา
ก่อนออกจากบ้านอั้นจิ่วได้กำชับให้ท่านพ่อกับท่านปู่ไปที่บ้านของท่านป้าทั้งสองเพื่อชักชวนให้มาอยู่เสียด้วยกัน อย่างน้อย ๆ ในอนาคตต่อไป เมื่อครอบครัวเจริญรุ่งเรืองขึ้นก็จะสามารถช่วยให้ครอบครัวของท่านป้าทั้งสองหลุดพ้นจากความยากลำบากได้ อั้นจิ่วเองชอบที่จะมีญาติพี่น้องมากมาย ในชาติที่แล้วแม้แต่พ่อแม่เป็นใครเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำ
“ท่านปู่ ท่านพ่อ ข้าไปก่อนนะขอรับ”
“เจ้ารีบไปรีบกลับอย่ามัวแต่เล่นสนุกจนลืมเวลา ระวังท่านแม่ของเจ้าจะตีก้นเจ้า”
“ท่านพ่อ ข้าโตแล้ว ท่านแม่ไม่ตีข้าหรอกขอรับ ต้าฮุยพวกเราไปกันเถอะ อ้อ ท่านพ่อ ท่านปู่ อย่าลืมไปหาท่านป้าทั้งสองนะขอรับ”
“ไม่ลืม ไม่ลืม เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง”
ในขณะที่พ่อเฒ่าฉือชีกับลูกชายเดินทางไปบ้านของลูกสาวทั้งสองคน อั้นจิ่วก็เข้าป่าอสูรวิญญาณเพื่อเก็บสมุนไพรวิญญาณเพื่อนำมาหลอมโอสถเตรียมเอาไว้สำหรับสร้างแก่นปราณและโอสถอื่น ๆ ที่ใช้ในการฝึกตน อั้นจิ่วยังมีความคิดที่จะขยายหมู่บ้านไปจนถึงทางเข้าป่าหมอกอสูรอีกด้าน ซึ่งเป็นทางเข้าป่าอสูรวิญญาณ
อั่นจิ่วต้องการเปลี่ยนหมู่บ้านชาวนาธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นหมู่บ้านชาวนาของผู้ฝึกตน วิถีบำเพ็ญสู่เส้นทางเซียนของอั้นจิ่วนั้นต่างจากสำนักต่าง ๆ ในแดนมนุษย์แห่งนี้ ความตั้งใจของอั้นจิ่วนี้เขาไม่รู้ว่าจะสามารถทำสำเร็จได้ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่เขาจะพยายามอย่างเต็มที่ อย่างน้อย ๆ ผู้ที่ฝึกตนในเส้นทางเซียนนี้จะมีอายุขัยยืนยาวมากกว่าคนปกติ
ใช้เวลาไม่นานต้าฮุยก็พาอั้นจิ่วมาถึงป่าอสูรวิญญาณ จากนั้นทั้งสองก็ได้เรียกสัตว์อสูรวิญญาณใต้บังคับบัญชามาช่วยกันเก็บสมุนไพร นอกจากเก็บสมุนไพรแล้วยังล่าสัตว์อสูรวิญญาณนอกคอกที่นิสัยไม่ดีบางตัวที่ชอบทำตัวกร่าง ชอบรุกล้ำที่อยู่ของผู้อื่นอย่างเช่นเจ้างูเกล็ดดำตัวนี้ที่กำลังไล่ล่าลูกเสือดำอยู่ในตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วอาหารของมันจะเป็นพวกหมู กวาง แต่ไม่ใช่ลูกเสือดำ
“เจ้างูเกล็ดดำเจาจะทำอันใด” ต้าฮุย
“จะทำอันใดแล้วมันเกี่ยวอันใดกับเจ้า เหอะ สายเลือดสูงส่งแล้วเยี่ยงไร ตกต่ำจนต้องไปเป็นอสูรรับใช้ของพวกมนุษย์ ไร้ศักดิ์ศรีสิ้นดี”
“เจ้ากล้าดูถูกนายน้อยของพวกเรารึ อยากตายใช่หรือไม่ นายน้อยของเราดีชั่วเช่นไรก็เป็นถึงเซียนน้อย แล้วเจ้าเล่า แม้แต่การเลื่อนระดับยังเชื่องช้า เจ้าคิดหรือว่าเจ้ากินอสูรวิญญาณพวกนี้เข้าไปจะทำให้เจ้าสามารถเลื่อนระดับได้ โง่เง่าสิ้นดี”
“ต้าฮุย ปิดปากของเจ้าไส้เดือนน่าเกลียดตัวนี้สักที ข้ารำคาญ มันรบกวนการเก็บสมุนไพรของข้า”
“เด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเยี่ยงเจ้ากล้าบอกว่าข้าเป็นไส้เดือนรึ เจ้าอยากตายใช่หรือไม่”
“รำคาญจริง ๆ” อั้นจิ่วโบกมือเพียงครั้งเดียวร่างของงูเกล็ดดำก็ระเบิดกลายเป็นจุลหายวับไปกับตา
“นายน้อยขอรับ เกล็ดและหนังของงูเกล็ดดำขายได้ราคาดีมากนะขอรับ นายน้อยไม่น่าลงมือหนักไปเลย”
“ช่างเถอะน่า ไป ๆ พวกเจ้าไปล่าสัตว์อสูรวิญญาณที่นิสัยไม่ดีมาสักสองสามตัว ข้าจะหาเงินเข้าบ้านเสียหน่อย”
“ขอรับนายน้อย”
อั้นจิ่วใช้เวลาอยู่ในป่าอสูรวิญญาณทั้งหมดสองวันสองคืน เด็กน้อยลืมไปแล้วว่าก่อนออกจากบ้านได้รับปากกับท่านปู่และท่านพ่อว่าจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่เพราะกำลังสนุกสนานกับการเก็บสมุนไพรวิญญาณ อีกทั้งในป่าอสูรวิญญาณแห่งนี้มีพลังฟ้าดินหนาแน่นมากกว่าอยู่ในหมู่บ้าน ทำให้อั้นจิ่วฝึกฝนจนลืมเวลา
ตอนนี้อั้นจิ่วได้เลื่อนระดับจากแสวงวิถีเลื่อนขั้นมาอยู่ในระดับหลอมสุญตาขั้นต้นแล้ว ตอนนี้อั้นจิ่วแน่ใจว่าในเมืองนี้หรืออาจจะเป็นทั่วทั้งแคว้นนี้จะไม่มีผู้ใดสามารถรังแกเขาได้ เมื่อเห็นว่าได้เวลากลับบ้านแล้วอั้นจิ่วจึงได้รีบให้ต้าฮุยพากลับบ้าน ระหว่างทางอั้นจิ่วนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้เวลาได้ผ่านไปแล้วสองวัน ตอนนี้ท่านแม่คงเป็นห่วงเขามากแล้ว
สองวันที่ผ่านมาในระหว่างที่อั้นจิ่วเข้าป่าอสูรวิญญาณไปเก็บสมุนไพร พ่อเฒ่าฉือชีกับอั้นปาก็ไปที่บ้านของลูกสาวทั้งสองคนเพื่อชักชวนให้ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่หมู่บ้านเถาหยวนที่ครอบครัวตัวเองเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เดิมทีครอบครัวของลูกสาวทั้งสองคนไม่เต็มใจจะย้ายมา เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นภาระของครอบครัวพ่อตาแม่ยาย แต่อั้นปาให้เหตุผลว่าอั้นจิ่วอยากให้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน ต่อไปในอนาคตข้างหน้าจะสร้างโรงเรียนขึ้นในหมู่บ้าน อั้นจิ่วอยากให้พี่ชาย พี่สาวได้เรียนหนังสือด้วยกัน ที่สำคัญอั้นจิ่วอยากให้ครอบครัวของท่านป้าทั้งสองเจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน ถ้าหากอยู่หมู่บ้านเดียวกันก็จะสามารถดูแลกันได้สะดวก
หลังจากฟังเหตุผลของทั้งสองคนแล้ว ครอบครัวทั้งสองจึงตัดสินใจจะย้ายครอบครัวมาที่หมู่บ้านเถาหยวน เมื่อตกลงกันได้แล้ว พี่เขยทั้งสองคนกับอั้นปาก็ได้หารือเรื่องการสร้างบ้านใหม่ และเลือกพื้นที่ในการสร้างบ้านของแต่ละครอบครัว สำหรับบ้านสกุลฉือนั้นต้องรอให้อั้นจิ่วเป็นผู้เลือกสถานที่ในการสร้างบ้าน
กลับมาทางด้านอั้นจิ่ว หลังจากที่กลับออกมาจากป่าอสูรวิญญาณก็ไม่กล้าเข้าบ้าน ได้แต่ส่งกระแสจิตถามสถานการณ์กับต้าเฮยเพียงเท่านั้น ต้าเฮยตอบกลับมาว่าท่านแม่ของเขาไม่ได้โกรธหรือโมโห เพราะตอนนี้ที่บ้านของเขารู้แล้วว่าเขานั้นไม่ใช่เด็กสี่ขวบธรรมดา เพียงแต่ทุกคนในบ้านยังปฏิบัติกับเขาเฉกเช่นเด็กน้อยวัยสี่ขวบปกติที่สมควรกินก็กิน สมควรนอนก็นอน ทุกคนในครอบครัวอยากให้เขาเป็นเพียงเด็กน้อยแสนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ขอแค่เขาเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงและปลอดภัยเพียงเท่านี้ก็ดีแล้ว เมื่อรู้ว่าท่านแม่ไม่ได้โกรธ อั้นจิ่วก็รีบกลับบ้านทันที
“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ ข้ากลับมาแล้ว”
“เหตุใดเจ้าถึงเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้ ไม่ใช่พ่อของเจ้าบอกให้รีบไปรีบกลับรึ”
“พอดีข้าเห็นว่ามีสมุนไพรเยอะมากขอรับ ไหน ๆ ก็ไปแล้วก็เลยเก็บสมุนไพรเพลินไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปสองวันแล้ว ท่านแม่ขอรับ ท่านย่ากับท่านปู่แล้วก็ท่านพ่อไปที่ใดขอรับ เหตุใดบ้านถึงได้เงียบเช่นนี้”
“ท่านย่าของเจ้ารู้ว่าเจ้ากำลังจะกลับมาก็เลยทำของอร่อยให้เจ้าอยู่ ส่วนท่านพ่อกับท่านปู่ของเจ้าไปช่วยท่านลุงใหญ่กับท่านลุงรองของเจ้าเลือกที่ดินสำหรับสร้างบ้านน่ะ”
“โอ้ ดีมากเลยขอรับ ในที่สุดทุกคนก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันเสียที”
“ว่าแต่ลูกเถอะ รีบไปอาบน้ำได้แล้วจะได้รีบมากินข้าว เจ้าอายุยังน้อยอย่าให้เหนื่อยมากนัก”
“ข้าไม่เหนื่อยขอรับท่านแม่ รอท่านพ่อมาจะได้เข้าเมืองเอาของไปขาย ตอนนี้บ้านเรายังต้องการเงินอีกมาก”
“เรื่องเอาของไปขายในเมืองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านพ่อของเจ้าเถอะ เจ้าเองก็รีบไปอาบน้ำจะได้กินข้าว แล้วรีบ ๆ พักผ่อนเสียล่ะ”
“ขอรับท่านแม่ อ้อ ต้าฮุย ตอนที่ท่านพ่อเอาของไปขายในเมืองรบกวนเจ้าไปกับท่านพ่อสักเที่ยว”
ต้าฮุยตอบตกลงทันที อั้นจิ่วรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งของท่านแม่ พออาบน้ำเสร็จท่านย่าก็ทำอาหารเสร็จพอดี หลังจากกินอาหารมื้อใหญ่แสนอร่อยฝีมือท่านย่าจนอิ่มหนำสำราญแล้ว อั้นจิ่วก็รีบกลับเข้าห้องไปพักผ่อนทันที แต่ความจริงแล้วอั้นจิ่วไม่ได้พักผ่อนอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะตอนนี้เขาเพิ่งเลื่อนขั้น พลังยังไม่เสถียรเท่าไหร่ เขาจึงจำเป็นที่จะต้องปรับลมปราณให้เข้าที่เข้าทางเสียก่อน
หนึ่งชั่วยามผ่านไป อั้นปากลับมาพร้อมพี่เขยทั้งสองคน เมื่ออั้นปาทราบจากภรรยาว่าลูกชายกลับมาแล้วและมีของที่ต้องการนำไปขายในเมือง เมื่อได้ยินเช่นนั้นอั้นปาไม่รอชา รีบเตรียมเกวียนเทียมวัวทันที ต้าฮุยเห็นว่าเกวียนพร้อมแล้วก็คาบถุงเฉียนคุนกระโดดขึ้นไปบนเกวียนทันที
อั้นปาบังคับเกวียนไปส่งพี่เขยทั้งสองคนก่อน จากนั้นมุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อนำของไปขายทันที ดูจากท่าทางของต้าฮุยแล้วน่าจะเป็นสัตว์อสูรวิญญาณ หาไม่แล้วลูกชายของเขาคงไม่ให้ต้าฮุยตามมาด้วย หากว่าของที่ต้องการขายเป็นเพียงของธรรมดาสามัญ
เมื่อเดินทางมาเกือบจะถึงหน้าประตูเมือง ต้าเฮยเอาซากสัตว์อสูรออกมาจากถุงเฉียนคุนจากนั้นร่ายเวทย์ลวงตาเอาไว้ คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ เพื่อหลบเลี่ยงอันตรายจากคนที่มีความคิดไม่ดี ในเมืองนี้ย่อมมีทั้งผู้หวังดีและผู้ไม่หวังดีปะปนกันอยู่ หลังจากที่อั้นปาขายของป่าหมดแล้ว ครั้งนี้เขาทำเงินได้ก้อนใหญ่ได้อีกครั้ง
ตอนนี้เงินในมือของอั้นปามีอยู่หลายแสนตำลึง อั้นปาทำตามความต้องการของอั้นจิ่วทุกเรื่อง เขารู้ดีว่าที่ครอบครัวของเขามีวันนี้ได้เพราะลูกชายของเขาล้วน ๆ ในที่สุดครอบครัวก็สามารถเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้จริง ๆ เป็นไปตามคำทำนายของนักพรตพเนจรทำนายเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ต่อไปนี้บ้านสกุลฉือจะกลายเป็นครอบครัวใหญ่มีลูกหลานมากมาย ที่สำคัญมีหลานชายมากมายในอนาคต
