บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 14 แยกหมู่บ้าน

หลังจากเกิดเหตุการณ์หัวหน้ามาปล้นข้าวสาลีของชาวบ้านแต่กลับถูกสัตว์อสูรวิญญาณฆ่าตาย ผู้นำตระกูลติงได้แต่งตั้งหัวหน้าหมู่บ้านขึ้นมาใหม่ นั่นก็คือซูมู่อวี่คนนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นลูกเขยที่แต่งเข้ามาในบ้านสกุลติง แต่ทว่าสำหรับลูกเขยแต่งเข้าผู้นี้กลับเป็นคนที่มีความสามารถและมีคุณธรรมเป็นอย่างมาก

 ซูมู่อวี่ยึดถือหลักปฏิบัติที่ไม่กระทำการใด ๆ ที่ผิดต่อคุณธรรมและจริยธรรม เขาเป็นคนที่แยกแยะผิดถูก สำหรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านดอกท้อคนใหม่ ตำแหน่งนี้เหมาะสมกับเขามาก อีกทั้งพ่อตาของเขาถึงแม้จะเป็นสกุลติงสายรอง แต่เขาเป็นคนดีมากคนหนึ่งและเป็นคนที่มากความสามารถ เมื่อผู้นำตระกูลหารือกับผู้อาวุโสหลายคนในตระกูลแล้วมีความเห็นชอบให้ ซูมู่อวี่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไป

 

ถึงแม้ว่าจะมีการแต่งตั้งหัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่แต่ก็ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากอั้นจิ่วอยู่ดี หากแต่งตั้งคนที่อั้นจิ่วไม่เห็นด้วยผู้นำตระกูลติงก็กลัวว่าสายสกุลของพวกเขาคงได้ถูกล้างบางเป็นแน่ ใครให้ลูกบ้านคนอื่นเก่งกาจถึงเพียงนี้ เด็กน้อยที่ฟันน้ำนมยังงอกไม่เต็มปากแต่กลับกลายเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรวิญญาณ

 ไม่ว่าบ้านสกุลฉือต้องการสิ่งใด พวกเขามีหน้าที่แค่ทำตามเท่านั้น นับว่าโชคดีที่บ้านสกุลฉือนั้นเป็นคนดีมีคุณธรรม หากเป็นคนเหมือนติงต้าเหลียงเกรงว่าแม้แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านก็คงต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพียงแค่หลานชายที่ไร้ฝีมือได้เป็นศิษย์สายนอกของสำนักเมฆา เขายังสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านมากมายขนาดนี้ ถ้าหากว่าเขามีหลานชายที่มีความสามารถเช่นบ้านสกุลฉือแล้วล่ะก็ คงสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมากมายเป็นแน่ ด้วยนิสัยที่ละโมบของเขา เกรงว่าไม่เพียงแค่ชาวบ้านในหมู่บ้านดอกท้อเท่านั้น หมู่บ้านข้างเคียงก็อาจจะถูกเขารุกรานไปด้วย เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว สกุลติงจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดกับบรรพบุรุษอีกต่อไป

 

สามวันต่อมาอั้นปาได้เข้าเมืองไปพร้อมกับซูมู่อวี่เพื่อทำการขอแยกหมู่บ้าน ในการขอแยกหมู่บ้านนี้ผู้ที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านใหม่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมห้าพันตำลึง ซึ่งอั้นปาก็ได้จ่ายเงินให้กับทางการโดยไม่อิดออด หลังจากนั้นก็มีการแบ่งพื้นที่หมู่บ้านใหม่และกำหนดเขตแดน อั้นปาได้ตั้งชื่อหมู่บ้านแห่งใหม่ว่าหมู่บ้านเถาหยวนตามที่อั้นจิ่วต้องการโดยมีอั้นปาเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน 

ชาวบ้านในเขตพื้นที่หมู่บ้านเถาหยวนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ต่อไปนี้พวกเขาก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องสนใจสีหน้าชาวบ้านในเขตกลางและเขตใน ตอนนี้แยกหมู่บ้านกันแล้ว หมู่บ้านดอกท้อจะเป็นเยี่ยงไรพวกเขาหาได้สนใจไม่ พวกเขารู้เพียงแค่ว่าหมู่บ้านเถาหยวนไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น ทุกครอบครัวเท่าเทียมกันไม่ว่าจะยากดีมีจนเยี่ยงไรก็ตาม หากครอบครัวผู้ใดสามารถร่ำรวยขึ้นได้โดยความขยันพากเพียรของพวกเขา ย่อมเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ ไม่เกี่ยวกับผู้อื่น

นอกจากแบ่งแยกหมู่บ้านแล้ว อั้นปายังซื้อที่ดินเพิ่มอีกหลายร้อยหมู่ นอกจากที่ดินทำกินแล้วยังมีภูเขาเล็ก ๆ และเนินเขาอีกสองสามแห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่โดยรอบหมู่บ้านเถาหยวน อั้นจิ่วต้องการทำการเพาะปลูกพืชวิญญาณเพื่อส่งขายให้กับสำนักต่าง ๆ ในอนาคต ตอนนี้ต้องเร่งหาเงินเพิ่ม นอกจากเงินแล้วยังต้องมีสมุนไพรล้ำค่า ต่อไปนี้ครอบครัวของเขาจะต้องเป็นผู้ฝึกตนทุกคน หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว อั้นจิ่วตั้งใจว่าจะเข้าป่าเพื่อหาสมุนไพรมาหลอมยาให้กับทุกคนในครอบครัว ถึงแม้พวกเขาจะเป็นชาวนาแต่ก็จะเป็นชาวนาที่ไม่มีผู้ใดสามารถรังแกได้ 

 

ตอนนี้เรื่องที่ต้องจัดการก็จัดการเรียบร้อยดีแล้ว ข้าวสาลีก็เก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ส่วนในเรื่องของภาษียังไม่ถึงเวลาที่จะต้องจ่าย หลังเก็บเกี่ยวข้าวสาลี อั้นจิ่วให้ท่านพ่อปลูกมันเทศกับข้าวโพด ส่วนผักก็ปลูกพวกถั่วแขก ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว แตงกวา หัวไชเท้า หมู่บ้านเถาหยวนมีแม่น้ำสายเล็กไหลผ่าน อั้นจิ้วให้ต้าเฮยขุดคลองส่งน้ำจากแม่น้ำเข้าที่นาเพื่อสะดวกในการรดพืชผัก โดยมีชาวบ้านส่งตัวแทนในครอบครัวมาช่วยขุดด้วย

อั้นปายังได้วางแผนชลประทานรอบ ๆ หมู่บ้านตามคำแนะนำของอั้นจิ่ว ตอนนี้ชีวิตก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง อั้นจิ่วคิดว่าจะให้ท่านพ่อกับท่านปู่ไปชวนครอบครัวของป้าใหญ่กับป้ารองย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียที่หมู่บ้านเถาหยวน เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลช่วยเหลือได้ทันท่วงที

หลังจากที่หมู่บ้านเข้าที่เข้าทางแล้ว เขาจะได้เข้าป่าไปหาสมุนไพรอย่างสบายใจ อีกไม่กี่วันอั้นจิ่วจะมีอายุครบสี่ขวบแล้ว ที่โลกมนุษย์นี้การเจริญเติบโตช้าต่างจากแดนเซียนมาก เมื่อร่างกายเล็กจ้อยเช่นนี้ทำอันใดก็ไม่สะดวก ลำบากไปหมด อั้นจิ่วล่ะไม่พอใจเลย

“ลูกชาย เจ้าเป็นอันใด เหตุใดนั่งหน้าบูดหน้าบึ้ง ผู้ใดทำให้เจ้าไม่พอใจกัน”

“ไม่มีขอรับ ข้าแค่ไม่พอใจที่ข้าโตช้าเกินไป”

“เจ้าเด็กแก่แดด ก็ลูกเพิ่งจะเกิดได้ไม่นานลูกจะรีบโตไปทำไมกัน เจ้าเด็กนี่วัน ๆ เจ้าคิดอันใดบ้าง ในหัวเล็ก ๆ ของเจ้านี่มีอันใดอยู่บ้าง เจ้าอย่าได้คิดมาก ถึงเวลากินเจ้าก็แค่กิน ถึงเวลานอนเจ้าก็แค่นอน ถึงเวลาเล่นเจ้าก็แค่ไปเล่นให้สนุก อย่าได้บังคับตัวเองถึงเพียงนั้น พ่อไม่ต้องการให้เจ้าแบกทุกเรื่องเอาไว้ตั้งแต่อายุเท่านี้”

“ท่านพ่อ ตอนนี้ท่านพ่อว่างใช่หรือไม่”

“ว่างสิ มีอันใดรึ”

“เช่นนั้นว่างแล้วก็ไปหาน้อง ๆ มาให้ข้าจะดีกว่า ข้าเองก็อยากเป็นพี่ชายแล้ว ท่านเข้าใจหรือไม่ ข้าไปล่ะ"

“นี่ เจ้าเด็กนี่ แล้วนี่เจ้าจะไปที่ใด”

“ไปเล่นน้ำ จับปลา ตามประสาทเด็กขอรับ ท่านแม่ ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อรังแกข้าขอรับ”

“เจ้าเด็กบ้า พ่อยังไม่ทำอันใดให้เจ้าเลย”

อั้นจิ่วกับต้าฮุยพาวัวทั้งสี่ตัวไปเล่นน้ำในแม่น้ำสายเล็ก นอกจากนี้ยังมีสัตว์อสูรวิญญาณหลายตัวออกมาจากป่าอสูรวิญญาณมารวมกลุ่มเล่นน้ำกับอั้นจิ่วด้วย ชาวบ้านที่ผ่านมาพบเห็นครั้งแรกอาจจะดูแปลกไปบ้าง แต่พอเวลาผ่านไปพวกเขาก็ชินเสียแล้ว อีกทั้งพวกเขารู้สึกปลอดภัยที่หมู่บ้านของพวกเขามีผู้ฝึกสัตว์อสูรวิญญาณอยู่ 

“นายน้อยท่านจะไปเก็บสมุนไพรเมื่อไหร่ขอรับ”ต้าฮุยถามขึ้นมา

“รอให้ข้าช่วยท่านพ่อจัดการเรื่องต่าง ๆ ในหมู่บ้านอีกสักสองสามวัน อ้อจริงสิ ข้าอยากได้สัตว์อสูรวิญญาณระดับสูงมาประจำที่หมู่บ้านคอยดูแลความปลอดภัยของชาวบ้าน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในระหว่างที่ข้าไม่อยู่หมู่บ้าน ก่อนที่ท่านพ่อกับท่านปู่จะสามารถบำเพ็ญเพียรได้ จำเป็นที่จะต้องมีคนมาคอยดูแลความปลอดภัยของชาวบ้าน”

“ได้ขอรับนายน้อย ประเดี๋ยวข้าจะกลับไปที่ป่าอสูรวิญญาณคืนนี้แล้วย้ายกองกำลังของเราลงมาอยู่ที่หมู่บ้านบางส่วน”

“เช่นนั้นฝากด้วยล่ะ ลำบากเจ้าแล้ว”

“เป็นหน้าที่ของข้าขอรับ”

“พวกเจ้า จับกุ้งแม่น้ำให้มากหน่อย วันนี้ข้าจะทำอาหารอร่อย ๆ มื้อใหญ่ ปลาก็เอาตัวที่ใหญ่ที่สุดนะ”

“ได้เลยขอรับนายน้อย”

อั้นจิ่วเล่นน้ำ จับปลา จับกุ้ง เอากลับมาบ้านให้ท่านแม่ทำอาหาร แต่สำหรับอาหารพิเศษอั้นจิ่วจะเป็นคนเตรียมเครื่องปรุง ให้ท่านแม่เป็นคนทำ ในระหว่างที่บ้านสกุลฉือกินมื้อค่ำอย่างเอร็ดอร่อย อั้นจิ่วมีสิ่งที่เขาสงสัยและอยากจะถามท่านแม่อยู่หนึ่งเรื่อง แต่เขาไม่รู้ว่าจะถามท่านแม่ดีหรือไม่

ตั้งแต่อั้นจิ่วเกิดมาเขาไม่เคยเห็นญาติพี่น้องของท่านแม่และไม่ได้ยินท่านแม่เอ่ยถึงครอบครัวของนางมาก่อน ถ้าหากจะถามก็กลัวว่าท่านแม่จะสะเทือนใจหากครอบครัวของนางไม่มีผู้ใดเหลืออยู่แล้ว หรือว่าเรื่องนี้เขาต้องถามกับท่านพ่อเป็นการส่วนตัว 

อั้นจิ่วกินข้าวไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ไป ที่สำคัญเขาจะต้องกลายเป็นชาวนาที่เก่งกาจ เขาจะต้องมีขุมอำนาจเป็นของตัวเอง เพื่อปกป้องครอบครัวญาติพี่น้องและพวกพ้องของตัวเอง สิ่งสำคัญนอกจากจะเป็นชาวนาที่ร่ำรวยเก่งกาจแล้ว เขายังอยากจะเปิดโรงเหล้า โรงเตี๊ยม เขาต้องการส่งผักวิญญาณขายทั่วแคว้น ความร่ำรวยมั่งคั่งนี้ช่างทำให้คนปวดใจจริง ๆ

“เจ้าเก้า หลานรีบกินเถอะ คิดอันใดอยู่”

“ท่านปู่ ตอนนี้พวกเราก็ถือว่ามีหน้ามีตาแล้วใช่หรือไม่ขอรับ ข้าว่าท่านกับท่านพ่อไปชวนป้าใหญ่กับครอบครัวแล้วก็ป้ารองกับครอบครัวให้ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านของเราจะดีกว่าจะได้ดูแลกันง่ายขึ้น ที่สำคัญตอนนี้ที่ทำกินของพวกเรามีมากขึ้น แต่คนช่วยดูแลมีน้อยมาก ท่านกับท่านพ่อดูแลไม่ไหว ท่านพ่อยังต้องดูแลเรื่องต่าง ๆ ในหมู่บ้านอีก”

“เรื่องที่เจ้าพูดมาปู่เองก็เห็นด้วย แต่ครอบครัวของท่านป้าทั้งสองของเจ้าจะยินดีย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านของพวกเราหรือไม่นั้นคงต้องลองไปพูดคุยดู”

“ท่านพ่อ ข้ามีอีกเรื่องหนึ่งไม่รู้ว่าพอจะเป็นไปได้หรือไม่”

“เรื่องอันใดรึ”

“ข้าอยากให้ท่านพ่อสร้างโรงเรียนในหมู่บ้านของเรา อย่างน้อย ๆ ให้เด็ก ๆ ได้อ่านออกเขียนได้ การที่คนเราสามารถอ่านออกเขียนได้นั้นเป็นเรื่องที่ดีมากขอรับ”

“เรื่องนี้ยังต้องหารือกันอีกที สร้างโรงเรียนน่ะมันง่าย แต่หาอาจารย์มาสอนที่หมู่บ้านนั้นเป็นเรื่องยาก”

“อ้อ เช่นนั้นก็สร้างโรงเรียนเอาไว้ก่อนก็ได้ เมื่อไหร่หาอาจารย์ได้แล้วค่อยเปิดเรียน”

“เรื่องโรงเรียนเอาไว้ก่อนเถอะ ที่ดินของเจ้ามากมายที่ให้พ่อเจ้าซื้อมา เจ้ามีแผนจะทำอันใดรึ ไหนเจ้าลองบอกปู่หน่อยสิ”

“ปลูกผัก ผลไม้ เลี้ยงไก่ เลี้ยงสัตว์อื่น ๆ ขอรับ”

“อ้อ แล้วจะทำเยี่ยงไรไหวกัน ที่ดินไม่ใช่น้อย ๆ”

“จ้างชาวบ้านมาช่วยทำขอรับ”

“ก็คงจะต้องจ้างชาวบ้านจริง ๆ นั่นล่ะ”

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel