บทที่ 1 แรกพบตกหลุมรัก
หญิงสาวเดินเบียดเสียดกับผู้คนมากมายเพื่อที่จะเข้าชมนิทรรศการ Thai @Trafalgar Square ที่จตุรัสรัสทราฟัลการ์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ดวงตาสีเขียวมรกตนั้นสอดส่ายไปตามบูทออกร้านซึ่งมีสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากประเทศไทยมากมาย รวมไปถึงอาหารและผลไม้อันเป็นที่ชื่นชอบของเธอมาตั้งแต่เด็ก
การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยต่างๆ ถูกนำมาแสดงอย่างต่อเนื่อง เสียงเซ็งแซ่ขึ้นเรื่อยๆ มีผู้คนที่เริ่มทยอยเข้างานกันมากขึ้น ทำให้เธอต้องเบียดเสียดผู้คนออกมาเพราะหายใจไม่ออก ด้วยความที่ไม่ทันระวัง ทำให้หญิงสาวชนกับชายหนุ่มแปลกหน้าโดยไม่รู้ตัว เขาโอบกอดร่างบางเอาไว้เพียงท่อนแขนอันแข็งแกร่งเพียงข้างเดียว ดวงตาคมสีน้ำตาลจับจ้องเข้าไปในแววตาสีเขียวมรกตของหญิงสาว ระยะห่างเพียงแค่คืบทำให้ลมหายใจเป่ารดใบหน้าของกันและกัน
ผู้คนในงานต่างเบียดเสียด จึงมีคนเดินชนหลังชายหนุ่ม ทำให้ริมฝีปากที่อยู่ใกล้ชิดประกบเข้าหากัน ชายหนุ่มสะดุ้งกับความนุ่มของเรียวปากบางดั่งกลีบกุหลาบ เธอรีบผละร่างออกมาในทันทีเพราะความตกใจ หลังมือบางปาดริมฝีปากอย่างลืมตัว
“ขอโทษครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนฟังเอ่ยขอโทษ อันนามองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างพิจารณา...
ดวงตาสีน้ำตาลเช่นเดียวกับเส้นผม ส่วนสูงที่มากกว่าทำให้เธอต้องเงยหน้ามอง เรือนร่างแข็งแกร่งที่เมื่อครู่เธอได้สัมผัสทำให้ร่างกายเธอร้อนผะผ่าว ภายใต้เสื้อยืดโปโลยี่ห้อดังนั้นเธอพอจะรู้ว่าเขาได้ซ่อนเรือนร่างกำยำ และเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างแน่นอน
ยิ่งคิดเลือดสาวแรกรุ่นก็ยิ่งไหลพล่าน เธอเริ่มจินตนาการเมื่อเขาอยู่ในชุดว่ายน้ำว่ามันจะเซ็กซี่ขนาดไหน เธอเม้มริมฝีปากบางด้วยความลืมตัว ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังจับจ้องเธออยู่นั้นหัวใจเต้นแรง ใบหน้าของเธอช่างเซ็กซี่เหลือเกิน เขากระแอมสองครั้งเพื่อเรียกสติของหญิงสาวกลับมา โดยที่เขาคิดว่าเธอคงจะตกใจกับจูบเมื่อครู่ที่รวดเร็วเหมือนสายลมพัดผ่าน แต่แท้จริงแล้วเธอกำลังจินตนาการถึงเรือนร่างของชายหนุ่มต่างหาก!
“คุณครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“อ๊ะ... ปละ เปล่าค่ะ” อันนารีบตอบ เธอมีท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัด อันนาก้มหน้าลงต่ำเหมือนคนที่กระทำความผิดก็ไม่ปาน เวย์ก้มมองตามหญิงสาวด้วยความใคร่รู้ สัดส่วนเรือนร่างของเธอนั้นช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน ถึงแม้จะอยู่ในชุดธรรมดาที่ดูเรียบหรูมีสไตล์ แต่มันก็ยังพอจะดูออกว่าภายใต้เสื้อผ้าเหล่านี้จะมีอะไรๆ ที่เร่าร้อน กระตุ้นสันชาตญาณชายแท้อย่างเขาอย่างแน่นอน
“เอ่อ คุณ...” เวย์ค้างไว้เพื่อรอให้หญิงสาวต่อ เขาอยากทำความรู้จักกับสาวน้อยตรงหน้าเสียแล้ว
“อันนาค่ะ” อันนาตอบอย่างกลัวเสียมารยาท เวย์พิจารณาใบหน้าสวยเหมือนลูกครึ่งอย่างวิเคราะห์ แต่ยิ่งมองก็เหมือนโดนสะกดด้วยเวทมนตร์อะไรสักอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้
“แล้วคุณ...”
เวย์สะดุ้งนิดหน่อย เขาแกล้งเบือนสายตามองไปทางอื่น หัวใจเริ่มเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะเข้าเสียแล้ว
“เวย์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”
เขายื่นมือไปหาหญิงสาว อันนายิ้มตอบรับด้วยมารยาท ทันทีที่มือบางนั้นสัมผัสกับมือหนา เขาเหมือนดั่งถูกไฟฟ้าช็อต ร่างกายชายหนุ่มสั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนาในทันที มือนุ่มนิ่มนั้นทำให้เขาเผลอคิดไปยามที่เธอไล้ตามแผงอกกว้างของเขา เวย์กลืนน้ำลายก้อนโตลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกละอายในความคิดที่แสนพิเรนทร์นั้นเหลือเกิน
“คุณพ่อขา”
เด็กน้อยวัย 7 ขวบดึงเสื้อของเวย์หลายครั้งกว่าที่เขาจะตื่นจากภวังค์อันแสนร้อนเร่าที่สร้างขึ้น เวย์ก้มหน้าลงไปมองลูกสาวด้วยความรู้สึกผิด อันนามองเด็กน้อยที่ถูกอุ้มขึ้นมาแนบอก ความสงสัยฉายชัดในดวงตาสีเขียว เวย์เห็นดังนั้นจึงแนะนำคาเซียให้อันนาได้รู้จัก
“นี่ลูกสาวผมเองครับ” เวย์พูดขึ้นโดยไม่รอให้เธอถาม เพราะเขาพอจะเดาออกว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่
“อ้อ... ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะสาวน้อย” อันนาพูดอย่างเป็นมิตร
“ฉันจะต้องไปแล้ว ลาก่อนนะคะ ถ้าโชคดีเราอาจจะได้เจอกันอีก” อันนายิ้มหวานส่งท้าย ก่อนจะเดินออกไปด้วยความเร่งรีบ
“เอ่อ...”
เวย์อึกอัก ได้แต่เอ่อๆ อ่าๆ อยู่ในลำคอ เขาอยากจะรั้งเธอเอาไว้ แต่ก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรที่จะทำให้เธออยู่ต่อ รอยยิ้มหวานนั้นถูกส่งให้เป็นครั้งสุดท้าย คาเซียโบกมือให้กับหญิงสาวแสนสวยนั้น น่าแปลกที่เขากับเธอเพิ่งจะเจอกันชั่วครู่ แต่ความรู้สึกเหมือนผูกพันกันมาแสนนาน
ใช่...เธอชื่ออันนา ไม่แน่ถ้ากามเทพเป็นใจให้เขา เขาอาจจะได้เจอเธออีกครั้งก็ได้!
เมื่อกลับมาถึงบ้านเวย์ก็พาคาเซียไปอาบน้ำ ก่อนจะส่งเข้านอนด้วยการอ่านนิทานให้ฟัง เมื่ออ่านนิทานจบคาเซียก็ยังไม่ยอมหลับ
“คุณพ่อขา พี่สาวคนนั้นสวยจังเลย” คาเซียพูดถึงอันนา หัวใจของเวย์เต้นสะดุดโครมครามเป็นพิเศษ เขาคิดถึงเธอตั้งแต่จากกันแล้ว ยิ่งคิดถึง ยิ่งอยากเจอ อยากรู้จักให้มากกว่านี้ เสียดายเหลือเกินที่เธอรีบไปเสียก่อน
“หนูชอบพี่เขาเหรอ” เวย์กระซิบถามพลางลูบผมสีทองด้วยความอ่อนโยน
“ชอบค่ะ พี่สาวสวยมาก”
“พ่อก็ชอบ นอนได้แล้วลูก ดึกมากแล้ว”
เวย์หยิบผ้าห่มกางออกห่มให้ลูกสาว คาเซียลุกขึ้นหอมแก้มเวย์หนึ่งทีแล้วค่อยนอนลง เขานั่งมองลูกสาวหลับไปด้วยใจที่เป็นสุข ทั้งที่ในอดีตเขาเคยทุกข์จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เมื่อ 5 ปีที่แล้ว...
“เวย์ เราแยกทางกันเถอะค่ะ ยังไงซะชีวิตคู่ของเราก็ไปด้วยกันไม่รอด” หญิงสาวพูดขึ้นหลังจากรู้ตัวว่าสามีของเธอกำลังจะล้มละลายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ธุรกิจยางรถยนต์ที่เขาเป็นเจ้าของบริษัทกำลังอยู่ในสภาวะที่ตกต่ำเนื่องจากรองประธานบริษัทที่เขาไว้ใจมากที่สุดยักยอกเงินในบริษัทไปกว่าสิบล้านปอนด์และหนีออกนอกประเทศ ตามจับกุมตัวไม่ได้ เคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนเมื่อธุรกิจโรงแรมที่เขาลงทุนไปเมื่อต้นปีก็เสียหายจนไม่สามารถประเมินค่าได้ เนื่องจากโรงแรมที่เขาเป็นหุ้นส่วนนั้นได้ไปสร้างริมชายหาดจังหวัดภูเก็ตในประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากสึนามิ บ้านพักที่กำลังก่อสร้างเสียหายไม่มีชิ้นดี เงินในบัญชีเขาก็ร่อยหรอเพราะต้องเอามาจ่ายค่าจ้างพนักงานบริษัท เขาแทบจะมีแต่ตัวเท่านั้น
“นาร่า... คุณกำลังพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า” เวย์แทบไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินประโยคนี้จากคนที่เขารัก ชายหนุ่มมีเด็กหญิงวัยสองขวบอยู่ในอ้อมกอด
“รู้ตัวสิคะ ฉันทำอะไรฉันรู้ตัวเองดีทุกอย่าง ตอนนี้คุณก็มีแต่ตัว จะมีปัญญามาเลี้ยงฉันได้ยังไง” เวย์สะอึกกับคำพูดหญิงสาว สีหน้าและแววตาที่แสนเหยียดหยามไล่มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!”
“เหอะ! คุณอย่าแกล้งโง่ไปหน่อยเลยค่ะ ใครจะอยากมีชีวิตอยู่ร่วมกับคนที่มีแต่ตัวอย่างคุณ ตอนนี้คุณไม่มีอะไรเลยสักอย่าง แล้วทำไมฉันจะต้องไปตกระกำลำบากกับคุณด้วย ฉันยังสาวยังสวย อนาคตฉันยังต้องเจอคนอื่นอีกตั้งเยอะแยะ ฉันไม่เอาชีวิตตัวเองไปจมปรักอยู่กับคนที่มีแต่ตัวอย่างคุณหรอก”
นาร่ายืนมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เอือมระอาเต็มทน ทำไมเธอจะต้องมาอยู่ร่วมกับคนที่มีแต่ตัวอย่างเขาด้วย ถ้าไม่ติดว่าเธอมีลูก เธอทิ้งเขาไปตั้งนานแล้ว แต่ติดที่เธอจะต้องให้นมคาเซีย หากทิ้งไปตั้งแต่แรกก็จะหาว่าใจดำเกินไป ตอนนี้คาเซียก็ 2 ขวบแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องให้นมลูกอีก อย่างนี้ก็ทางใครทางมันก็แล้วกัน!
“แต่เรายังมีคาเซีย”
“ฉันเชื่อว่าคุณเลี้ยงคาเซียได้ เอ๊ะ! หรือว่าคุณจะให้ฉันพาคาเซียไปด้วยคะ” นาร่าหยั่งเชิงชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าเวย์รักคาเซียมาก และถ้าเธอจะพาคาเซียไปอยู่ด้วยเวย์ต้องไม่ยอมแน่นอน
