บที่ 5 ตอบแทนบุญคุณ
เช้าวันหยุดภายในห้องรับประทานอาหาร บ้านพิพักษ์มนตรี ประมุขของบ้านคุณธวัช พิพักษ์มนตรี ได้ลอบมองหาบุตรสาวเพียงคนเดียวที่เกิดจากภรรยาคนแรก จนทั่วก็ไม่เจอไม่รู้ว่าหายไปอยู่ไหน ปกติลูกสาวเป็นคนตื่นเช้า และจะลงมาทำอาหารเช้าช่วยแม่บ้านเกือบทุกวัน
“นี้จะแปดโมง ทำไมยัยพลอยยังไม่ลงมาอีก ให้ผู้ใหญ่รอแบบนี้ได้ยังไง ไม่มีมารยาทจริง ๆเลยเด็กคนนี้ นมเอื้องให้คนไปตามหน่อย”
“เอ่อคือ!!คะ…คุณหนู”
“คุณพี่คะ!! ไม่ต้องให้คนไปตามหรอกค่ะ เมื่อเช้าน้องเห็นหนูพลอยออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด มีคนมารับเป็นผู้ชายด้วย”
“จริงเหรอนมเอื้อง…”
“ค่ะ….แต่ว่า”
“แล้วคุณรู้ได้ยังไง ว่ามีผู้ชายมารับ”
“ก็เมื่อเช้าน้องออกมาสูดอากาศ หน้าระเบียงน้องเห็นเข้าพอดี ผู้ชายคนนั้นเดินมาเปิดประตูรถให้หนูพลอย ที่แรกคิดว่าน่าจะเป็นตาตินณ์แต่ไม่ใช่ เพราะได้ข่าวว่าตาตินณ์ไปทำงานที่อังกฤษ แทนคุณไพศาล คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนผู้ชายสักคนล่ะค่ะ หนูพลอยเขามีเพื่อนผู้ชายเยอะจะตาย บางวันตอนเช้าคนหนึ่งมารับ พอตกเย็นก็เป็นคนใหม่มาส่ง เด็กสมัยนี้เขามีเพื่อนผู้ชายเยอะเป็นเรื่องปกติของคนยุคนี้” น้ำเสียงและท่าทางการพูดของคุณนวลฉวี ภรรยาใหม่ของคุณธวัช เหมือนการพูดแฉะ ลูกเลี้ยงตัวเองมากกว่าการบอกกล่าว
“ใช้!!ไม่ได้จริงๆ ลูกคนนี้มันชอบทำตัวแรด เหมือนแม่มันไม่มีผิด ไปไหนก็ไม่คิดจะบอกกล่าวคนในบ้านไว้หน่อย คงคิดว่าตัวเองโตแล้ว จะทำอะไรก็ได้ เอาเถอะตักข้าวได้แล้ว”
“ค่ะ….คุณผู้ชาย” เมื่อทานข้าวเสร็จ ก็รีบเรียกเขาเก่าแก่ของบ้านมาพบ
“นม!!ให้ใครก็ได้โทรตามยัยพลอยให้ที มีธุระสำคัญจะคุยด้วย”
“ได้ค่ะคุณผู้ชาย…คุณหนูคงกลับมาประมาณช่วงบ่าย ๆ”
“แล้วไปทำอะไร ถึงไปนานครึ่งค่อนวันขนาดนั้น”
“คุณหนูไปทำบุญค่ะ วันนี้เป็นครบรอบหกปีที่คุณผู้หญิงเสีย เห็นว่าจะชวนเพื่อน ๆ ไปทำบุญใส่บาตรช่วงเช้า แล้วตอนเที่ยงก็จะไปเลี้ยงอาหารให้กับเด็กบ้านกำพร้า ที่คุณผู้หญิงพาไปตอนเด็ก ค่ะ”
พอนมเอื้องพูด แล้วเหล่ตามองไปที่คุณผู้ชายของบ้าน ก็เห็นท่านนิ่ง เงียบเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่างจากสีหน้าและแววตาเหมือนมีเรื่องกังวลอยู่ แต่เก็บอาการไม่ให้ใครรับรู้ คนเก่าแก่ของบ้านดูออกว่าคุณผู้ชายตอนนี้คิดอะไรอยู่
“เอาเถอะจะมาตอนไหนก็ช่าง ถ้ายัยพลอยมาถึงแล้ว ให้ไปหาผมที่ห้องทำงานด้วย”
“ได้ค่ะคุณผู้ชาย”
ทางด้านพลอยไพลิน หลังจากช่วงเช้าเธอได้ทำบุญใส่บาตร และทำสังฆทานอุทิศหามารดาที่ล่วงลับ เนื่องในวันครบที่ท่านจากไปครบหกปี เธอก็นำดอกไม้มาว่างที่หน้าอัฐิ และทำความสะอาดบริเวณนั้น
“คุณแม่คะ…สบายดีไหม น้องพลอยไม่ค่อยมาหาเลย ก่อนหน้านี้ยุ่ง ๆ ใกล้เรียนจบต้องเคลียร์งานเยอะเลยค่ะ แต่ตอนนี้น้องพลอยเรียนจบแล้วนะ คงมีเวลามาหาคุณแม่บ่อยขึ้นน้องพลอยคิดถึงคุณแม่นะ อยู่ที่นู่นคงมีความสุขใช่ไหม ยังจำสัญญาที่คุณแม่เคยให้ไว้ ที่บอกว่าจะคอยมองจากบน จะอยู่ข้างๆ ไม่ไปไหน ตอนนี้น้องพลอยเก่งขึ้นมากเลยไม่ร้องไห้บ่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และยังเข้มแข็งด้วย ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเจอหาเล็กหรือใหญ่น้องพลอยก็ยิ้มสู้ ต้องเป็นคนที่อดทน แค่นี้เราก็จะผ่านทุกปัญหาไปได้ วันนี้น้องพลอยทำของโปรดมาให้คุณแม่เยอะ แล้วก็ยังชวนเพื่อน ๆ ไปเลี้ยงอาหารให้กับน้อง ๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าที่คุณแม่ชอบพาน้องพลอยไปตอนเด็ก ๆ ด้วย
ส่วนคุณพ่อท่านสบายดี และยังแข็งแรงเหมือนเดิมนะคะอาจจะมีเรื่องเครียดเรื่องธุรกิจบ้าง แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะน้องพลอยทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และหาของมาบำรุงคุณพ่อตลอด คุณพ่อมีความสุขดี ที่วันนี้คุณพ่อไม่ได้มาด้วยเพราะติดธุระก็เลยมาไม่ได้ ถ้าคุณพ่อว่างวันไหนน้องพลอยจะชวนมานะคะ ตอนนี้สายแล้วน้องพลอยต้องไปแล้วนะ ไว้วันหลังจะแวะมาใหม่ น้องพลอยคิดถึงคุณแม่นะคะ ไปแล้วนะคะ”
“ไปกันเถอะกวินป่านนี้พวกจัสมินกับมะปรางน่าจะใกล้ถึงแล้ว”
“อืม…ไปกันเถอะพลอย” ภูกวินณ์ หรือ กวิน ที่สาว ๆ เห็นเป็นต้องเหลียวมองตามอดีตเดือนมหาลัย รูปหล่อ พ่อรวยแถมยังเป็นสุภาพบุรุษเอาใจใส่คนรอบข้าง เป็นกันเอง เพื่อนชายในกลุ่ม ที่แอบชอบเพื่อนสนิทตัวเองแต่ไม่กล้าพูด กลัวถ้าพูดออกไปแล้วกลัวอีกฝ่ายไม่เหมือนเดิม เพราะเขานั้นรู้คำตอบอยู่แล้ว ว่าเธอพูดออกไป ยังไงเธอก็ต้องโดนปฏิเสธ เลยต้องเก็บงำความรู้สึกนี้เอาไว้
“ขอบคุณกวินนะ ที่มาเป็นเพื่อนเราวันนี้”
“พลอยไม่ต้องขอบคุณหรอกนะ…วินเต็มใจพามา ถือซะว่าพาเรามาทำบุญด้วย นี่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณพลอยมากกว่านะ รู้ไหมว่าวินไม่ได้เข้าวัดทำบุญมาใส่บาตรตอนเช้านานแค่ไหนแล้ว จำได้ว่าครั้งสุดท้ายน่าจะเป็นตอนที่พวกเราไปเที่ยวที่สังขละกัน กี่ปีแล้วนะ”
“โห่!!….ถ้าตั้งแต่ตอนนั้นก็เกือบสองปีแล้ว นานจริงแหละ”
“ก็เราเป็นพวกชอบนอนดึกตื่นสาย จะให้ตื่นเช้า ๆ ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นมันก็ไม่ใช่เรา เหมือนพวกคนบาปเลยเนอะ.
“ก็ไม่ขนาดนั้น แค่ไม่ได้ตื่นเช้ามาทำบุญ ใช่ว่าจะเป็นคนบาปเสียหน่อย ทุกวันนี้เรายังเห็นกวินทำบุญช่วยเหลือ หรือเลี้ยงอาหารคนที่ไม่มีนี้ก็ถือบุญอีกรูปแบบหนึ่งแล้ว กวินใจดีจะตายใคร ๆ ก็ชอบ”
“แล้วพลอยไม่ชอบเหรอ” ภูกวินณ์สบถขึ้นมาเบา ๆ ไม่ให้อีกได้ยิน
“ห๊ะ…อะไรนะเมื่อกี้ กวินว่าอะไรนะเราได้ยินไม่ชัดเลย”
“อ่อ!!ปะ...เปล่า ๆเราแค่จะบอกว่า รีบไปกันเถอะเดี๋ยวพวกนั้นรอนาน” มาถึงบ้านเด็กกำพร้าเพื่อน ๆที่นัดไว้ก็มากันครบ ร่วมถึงของและอาหารที่พวกเธอพากันนำมาแจกน้อง ๆ ตลอดเวลาที่ร่วมกิจกรรมกับพวกเด็ก ๆเธอรู้สุขยิ้มอย่างมีความสุข นึกถึงวันเก่า ๆที่พ่อกับแม่จะพาเธอมาสถานที่แห่งนี้เกือบทุกปี มันเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมาก ที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา สามคนพี่แม่ลูก
“เสร็จแล้วพวกเราไปทานข้าวก่อนไหมมะปราง จัสมิน ภพแล้วก็กวินด้วย ว่างกันรึเปล่า”
“ขอโทษนะพลอย คือเราไม่ว่างมีนัดกับน้องนะ”
“น้องที่แกพูดถึงใช่น้องชมพู่ ดาวคณะนิเทศปีที่แล้วรึเปล่าครับไอ้ภพ” วรภพ หรือ ภพ หนุ่มนักรัก เจ้าชู้เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เขาเป็นพวกรักสนุกแต่ไม่อยากผูกพัน เป็นเพื่อนชายอีกคนในกลุ่มของพลอยไพลิน ที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่สมัยมัธยม แต่พอเข้าเรียนมหาลัย วรภพกับภูกวินณ์ ก็แยกไปเรียนบริหารธุรกิจภาคอินเตอร์ ที่เอาไว้ต่อยอดธุรกิจของครอบครัวตัวเอง แต่ถึงจะเรียนคนละคณะ แต่ยังอยู่มหาลัยเดียวกัน เลยทำให้พวกเขายังสนิทกันเหมือนเดิม
“ไม่ต้องทำมาเป็นรู้มากเลยมึงไอ้วิน อย่าให้ถึงทีกูนะ”
“เออ!!กูจะรอดู”
“แล้วจัสมินกับมะปรางล่ะ ว่าไง”
“เรากับมะปรางนัดทีมงานที่จะตกแต่งร้านให้น่ะ นัดเขาไว้ช่วงบ่าย ไว้รอบหน้านะพลอย” จัสมิน สาวลูกครึ่งไทย – อเมริกา สาวห้าวไม่เคยกลัวอะไรในโลกใบนี้ รักเพื่อนมากใครทำอะไรเพื่อนเธอ ข้ามศพคนอย่างจัสมินไปก่อน บางครั้งเธอก็แอบคิดว่าเพื่อนตัวเองเป็นนักเลงรึเปล่า แต่คนที่ไม่ลงรอยกับจัสมินก็เห็นจะแค่ วรภพนั่นแหละช่วงมัธยมตัวติดกันอย่างกับตังเม ทุกวันนี้ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ใกล้กันไม่ได้เป็นต้องทะเลาะกันตลอด
“ได้ ๆไม่เป็นไร ถ้ามะปรางกับจัสมินอยากให้เราช่วยเรื่องร้านบอกเราได้นะ ไม่ต้องเกร็งใจ” ระหว่างที่เธอกำลังคุยกับเพื่อน ก็มีสายเข้า พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็เป็นสายจากนมเอื้อง
ตู๊ด…ตู๊ด….
“แป๊บนะ!!นมโทรมา เราขอไปรับสายก่อนนะ”
“ฮัลโหลค่ะ นม”
“คุณหนูทำธุระเสร็จยังคะ พอดีว่าคุณผู้ชายให้นมโทรตามบอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วยค่ะ”
“เสร็จพอดีเลยค่ะนม กำลังชวนเพื่อน ๆ ไปทานข้าวกัน แต่พากันติดธุระหมด เลยคิดว่าน่าจะเป็นวันหลังแทน เดี๋ยวน้องพลอยกลับบ้านเลยนะคะ”
“ได้ค่ะคุณหนู แล้วจะใครมาส่งคะ ให้ลุงไกรไปรับไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะนม เดี๋ยวกวินจะไปส่งน้องพลอย งั้นเจอกันที่บ้านะคะนม”
“ค่ะ!!คุณหนู”
“ใครโทรมาเหรอพลอย” ปรางทิทย์ หรือ มะปราง เพื่อนสนิทของของเธออีกคน ลูกคุณหนู ชอบแต่งตัวรักสวยรักงาม ถ้าวันไหนไม่ได้แต่งหน้าวันนั้นทั้งวันเธอจะไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เพื่อนเธอคนนี้ยังบ้าผู้ชายหล่อขั้นสุด รู้จักคนหล่อคนดังเกือบทั้งมหาลัยจะว่าอย่างงั้นก็ได้ ผู้ชายชอบมะปรางเยอะ แต่ก็ไม่เห็นจะชอบใครเลยสักคนนอกจากคุณหมออารันณ์ ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลที่มีแฟนไปแล้ว แต่มะปรางยังชอบและคลั่งไคล้พี่เขาอยู่
“นมเอื้อง โทรมาตามให้เรากลับบ้านน่ะ บอกว่าคุณพ่อมีธุระจะคุยด้วย”
“งั้นเราแยกกันตรงนี้เลยก็ได้ เดี๋ยวเราไปส่งพลอยเอง”
“โอเค…เอาตามนั้น ไว้ว่าง ๆ ค่อยนัดกันทีหลัง กวินแกส่งยัยพลอยให้ถึงบ้านดี ๆ ด้วยนะอย่าขับรถเร็วเข้าใจไหม”
“โอเค ครับคุณจัสมิน”
“เค ๆ ไว้เจอกันนะ”
ระหว่างทางกลับบ้าน ขณะที่รถกำลังติดไฟแดงเพื่อนชายคนสนิท ก็ดูสีหน้าเพื่อนสาวที่ตัวเองแอบชอบมานาน เห็นเธอยิ้มมาตลอดทั้งวัน ต่างจากเมื่อก่อนที่ทำหน้าเหมือนมีอะไรในใจมาตลอด
“ พลอยเป็นยังไงบ้าง วันนี้รู้สึกดีขึ้นรึเปล่าเราเห็นพลอยยิ้มตลอดเลยวันนี้”
“เรามีความสุขมากเลยวันนี้ เหมือนได้มีคุณแม่อยู่ข้าง ๆ ได้ทำอะไรหลาย ๆ ที่เราเคยทำกับท่านตอนคุณแม่ยังอยู่ มันมีความสุขจนบอกไม่ถูก”
“ดีแล้วแหละ เราเห็นพลอยมีความสุขแบบนี้ก็ดีใจ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจหรือมีปัญหาอะไรบอกเราได้เสมอ เราพร้อมจะช่วย”
“ขอบคุณกวินมากนะ ไว้เรามีอะไรจะบอกวินคนแรกเลย” พอเวลาผ่านไปได้สักพักรถของภูกวินณ์ก็ได้เข้ามาจอดในรั่วบ้านพิพักษ์มนตรี
“ขอบคุณวินมาก ๆ เลยวันนี้ที่ค่อยอยู่ทำธุระกับเราทั้งวันเลย เราไปก่อนนะขับรถกลับบ้านดี ๆ ล่ะอย่าขับรถเร็วเข้าใจไหมคุณกวิน”
“เข้าใจครับคุณพลอยไพลิน เราไปแล้วนะไว้เจอกัน”
“โอเคจ้า ขอบคุณนะที่มาส่ง” ระหว่างที่พลอยไพลินกำลังโบกมาลาเพื่อนชายอย่างภูกวินณ์ อยู่นั้นก็มีเสียงดังมาจากข้าง เสียงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เสียงแม่เลี้ยงของเธอ ที่ไม่ค่อยลงลอยกันเท่าไร อยู่ต่อหน้าคุณพ่อแม่เลี้ยงจะทำเหมือนรักใคร่เอ็นดูเธอ แต่พอลับหลังจิกกัดเธอได้ตลอด
“ไปไหนมาเหรอหนูพลอย น้าเห็นออกไปกับผู้ชายตั้งแต่เช้า กลับมาอีกทีก็บ่าย ไม่รู้ว่าออกไปไหนมา น้าก็ไม่อยากไปก้าวก่ายหรอกนะ แต่กลัวคนอื่นเขาจะเอาไปนินทา ว่าคุณพ่อของหนูไม่สั่งสอนลูกสาว”
“ขอบคุณน้านะคะ ที่เป็นห่วงไม่มีใครเขาเอาไปนินทาหรอกค่ะ นอกจากคุณน้า”
“นี่ยัยพลอย…”
“พลอยไปก่อนนะคะ”
“คุณหนูกลับมาแล้วหรอคะ กลับมาเหนื่อย ๆ ดื่มน้ำก่อนไหมคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะนม คุณพ่อมีธุระอะไรจะคุยกับน้องพลอยหรือคะ”
“นมก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ คุณผู้ชายบอกว่าถ้าคุณหนูมาถึงแล้วให้ไปพบที่ห้องทำงาน”
“งั้นน้องพลอย ไปหาคุณพ่อก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวคุณหนูเอาของว่างเข้าไปให้คุณผู้ชายด้วยนะคะ แมวไปเอาของว่างที่จัดไว้ให้คุณผู้ชายมาให้คุณหนูหน่อย”
“ได้ค่ะนม”
ก๊อก…ก๊อก….
“คุณพ่อคะ…น้องพลอยเข้าไปนะคะ”
“เข้ามาได้…..นั่งก่อนสิ” เมื่อบุตรสาวได้เข้ามาในห้องทำงาน ท่านเหลือบมองเพียงเล็กน้อย และบอกให้เธอนั่งลง
“ค่ะ…นมให้เอาของว่างมาให้คุณพ่อด้วย”
“อือ…เอาไว้ว่างตรงนั่นแหละ”
“วันนี้เป็นวันครบรอบที่คุณแม่จากไป น้องพลอยเลยไปทำบุญที่วัดแล้วก็ไม่เลี้ยงอาหารน้อง ๆ ที่บ้านเด็กกำพร้ามาค่ะ” เธอได้แอบมอง ว่าคุณพ่อจะมาปฏิกิริยายังไงหลังจากที่เธอพูดเรื่องผู้เป็นแม่ แต่พ่อของเธอก็ยังนั่งเซ็นเอกสารเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกไป
ประมุขของบ้าน เงยหน้ามาสบตาบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่าน เอ่ยสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของลูกสาว เป็นอย่างมากแต่เธอก็ได้แต่เก็บซ้อนความเจ็บปวด จากคำพูดของบิดาไว้
“อือ…เรื่องแบบนั้น แกไม่ต้องบอกฉันก็ได้ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร แม่แกก็ตายไปนานแล้ว ฉันไม่ได้เก็บเอาเรื่องพันนั้นมารกสมองหรอก แต่ที่ฉันให้นมเอื้อง ตามแกมาเพราะมีเรื่องสำคัญที่จะบอก”
“ค่ะ…เรื่องสำคัญอะไรที่จะให้ น้องพลอยทำเหรอคะ” เธอพยายามกลั้นน้ำตาให้มันไม่ไหล กลัวว่าจะถูกท่านตำหนิหาว่าเธอนั้นเป็นพวกอ่อนแอ กับคำพูดที่ท่านพูดที่เหมือนไม่มีเยื่อใย หรือความรักให้กับคุณแม่แล้ว
“รู้ใช่ไหม…ว่าตอนนี้ธุรกิจของครอบครัวเรากำลังมีปัญหาและกำลังถูกฟ้องล้มละลาย”
“พอจะทราบค่ะ”
“รู้ก็ดี…งั้นเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน เมื่อปีที่แล้วบริษัทเราขาดทุน ไม่มีใครเข้าอยากร่วมลงทุนด้วย เพราะการสินค้าเราไม่ตอบโจทย์ และยังมีบริษัทที่เกิดขึ้นมาใหม่อีก ทำให้คู่แข่งเราก็เยอะขึ้นไปด้วย ฉันทั้งยืนขอสินเชื่อจากธนาคารก็ไม่ได้เพราะวงเงินเราเต็มแล้ว แถมไม่มีเงินไปใช้หนี้เขาอีก ไปหยิบยืมจากใครไปหาใครก็มีแต่คนปฏิเสธ เลยคิดถึงคุณหญิงพราวพิรา กับคุณโทมัสสามีเขา เห็นว่าเป็นเพื่อนเก่าของแม่แก ฝั่งนั้นก็เลยให้มายี่สิบห้าล้าน แต่มันก็ช่วยพยุงบริษัทไปได้แค่ชั่วคราว เพราะเราติดหนี้เกือบสี่สิบล้าน ทางธนาคารเขาจะยืนฟ้องล้มละลายเราถ้าไม่มีเงินไปใช้หนี้ รอบนี้ฉันก็เลยเข้าไปขอความช่วยเหลือคุณพราวพิราอีก แต่ทางนั้นเขามีข้อเสนอให้กับเรา ถ้าอยากจะได้เงิน”
“ทางคุณป้าพราว มีข้อเสนออะไรเหรอคะ”
“เขาบอกว่าจะให้เงินเราก็ต่อเมื่อ ถ้าทางเราตอบตกลงกับข้อเสนอก ทางนั้น โดยการที่จะให้แกต้องงานกับลูกของเขา ถ้าแกยอมตกลงเขาจะยกหนี้ทั้งหมดให้พร้อมกับใช้หนี้ธนาคารให้ด้วย แล้วก็จะมาช่วยเราบริหารจนทำให้มีกำไร”
“แล้วคุณพ่อ ได้ตอบตกลงไปรึยังคะ”
“ฉันตอบตกลงไปแล้ว ถ้าฉันไม่รับข้อเสนอเขาไป บ้านเราก็จะไม่มีให้ซุกหัวนอน หรือแกจะปฏิเสธ”
“เราไม่มีทางออกวิธีอื่นหรอคะ ทำไมได้ไปขอยืมคุณลุงกับคุณป้าคะ”
“คิดว่าลุงกับป้าของแกจะช่วยฉัน พวกนั้นเขาตัดห่างปล่อยวัดเราไปนานแล้ว เขามีแต่จะสมน้ำหน้าฉันแหละ คงรอเวลาที่ฉันจะตกอับมานานแล้ว ญาติฝั่งแม่แกไม่เคยมีใครจะยืนมือมาช่วยหรอกนะไม่ต้องไปหวัง”
แต่….
“ไม่มีแต่…ฉันเลี้ยงมาถึงขนาดนี้แกคิดจะอกตัญญู ไม่คิดจะตอบแทนบุญคุณที่ฉันเลี้ยงมาบ้างหน่อยเหรอ แค่แม่แกทรยศกับความรักที่ฉันมีให้ ไม่รักดี ตัวเองมีลูกมีผัวอยู่แล้วก็ยังจะไปเล่นชู้ จะไปมีชู้กับใครฉันก็ไม่ว่า มันคือลูกน้องคนสนิทของฉัน แม่แกมันเลว จำใส่สมองของแกเอาไว้ด้วย ไม่ต้องถามอะไรต่อทั้งนั้น ฉันแค่จะให้แกเตรียมตัวฤกษ์แต่งคือต้นเดือนหน้า ระหว่างที่รอวันแต่งเดี๋ยวคุณหญิงพราวจะเข้ามาคุยกับแก”
“ค่ะ…” เธอนั้นอยากโต้ตอบเรื่องของมารดา แต่ตอนนั้นเธอยังเด็กไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกท่านมากนัก รู้เพียงว่าคุณพ่อบอกว่าคุณแม่ชู้ แต่ตลอดเวลาเธอก็ไม่เห็นว่าแม่จะรักใครหรือมีทางปันใจไปรักใคร ได้อีกนอกจากคุณพ่อ เห็นแต่คุณพ่อพาคุณน้านวลฉวี เข้ามาที่บ้านทั้งที่มีคุณแม่กับเธออยู่ที่บ้านด้วย และยังพามาแนะนำในฐานะภรรยาอีกคนของท่าน หลังจากนั้น เป็นต้นมาคุณแม่ก็เริ่มเจ็บป่วย และเสียชีวิตหลังจากคุณพ่อพาภรรยาใหม่มาได้ไม่ถึงหกเดือน
“งั้นก็ออกไปได้ ฉันมีธุระกับแกแค่นี้แหละ.
หลังจากที่พลอยไพลินได้ออกจากห้องทำงานของผู้เป็นพ่อไป เธอก็ได้แต่คิดและทบทวนกับตัวเองตลอดเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่คุณแม่เสียไปไม่เคยได้รับความรักความห่วงใยจากบิดาเลย หรือแม้กระทั่งถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ มีแต่คำพูดที่ค่อยบั่นทอนจิตใจเสมอมา แต่เธอก็อดทนเพราะรักและเคารพท่าน แต่คุณพ่อก็น่าจะมีเหตุที่ทำแบบนี้ เพราะตั้งแต่เด็กจนโตท่านแสดงให้เห็นมาตลอดว่า รักเธอและแม่มาก คุณแม่บอกว่าคุณพ่อนั้น มีเหตุผลที่ทำทุกอย่าง และที่สำคัญก่อนที่คุณแม่จะเสียท่านได้บอกว่า ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่รักลูกหรอก เธอเลยคิดเสมอมาว่าคุณพ่อรักเธอ
ถึงใครหลายคนจะมองว่าเธออ่อนแอ ไม่สู้คน มองโลกในแง่ดีเกินไป แต่ในทางกับกันเธอนั้น กับมองว่าตัวเองเป็นที่มีความอดทนสูงมาก ไม่ยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ และเธอมักจะใจดีกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ มักจะเห็นใจและเห็นเรื่องของคนอื่นเป็นเรื่องสำคัญเสมอ ด้วยน้ำเสียง กิริยามารยาทที่เธอได้รับมาจากผู้เป็นแม่ จึงทำให้ใครหลายคนต่างเอ็นดูเธอเสมอมา แต่ก็จะมีบางกลุ่มที่มองว่าที่เธอทำคือการแสดง แต่เธอก็ไม่เก็บมาคิด เพราะคนเราเกิดมาก็ไม่เหมือนกัน จะให้อีกฝ่ายมาคิดเหมือนเรามันก็ไม่ใช่
“เฮ้ยย…เธอต้องแต่งงานจริง ๆ สินะพลอยไพลิน”เธอได้แต่พูดกับตัวเองไม่ได้รัก ไม่ได้รู้จัก หรือแม้กระทั้งศึกษาดูใจกับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นว่าที่สามี ไม่รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นยังไง เขาจะใจดีกับเธอไหม แต่ก็หวังว่าลึก ๆ เขาคงไม่ได้เป็นคนใจร้าย
