บทที่ 3 เป็นกำลังใจ (3)
“ไม่มีใครพิเศษมาดูแลบ้างหรือคะ?”
“ไม่มีค่ะ มีแค่เจ๊ตุ่นกับโอมนี่แหละค่ะ” กลิ่นจันทน์ยิ้มตอบอย่างใจเย็น
เจ๊ตุ่นเหมือนจะจ้องเขม็งนักข่าวสาวคนนั้นเพราะเหมือนจะรู้อะไรมา หรือจะรู้ว่าไฮโซปิติจะกลับมาหาเด็กของตนอีก อย่างนี้ต้องระวังไว้ก่อนแล้ว
อีกหลายๆ คำถามที่ทั้งเจ๊ตุ่นและการินช่วยกันตอบ ผ่านไปชั่วโมงกว่าก็เสร็จการแถลงข่าว และกันเวลาให้ถ่ายรูปอีกนิดหน่อย
กลิ่นจันทน์ถูกเข็นออกไปยังหน้าตึก มีรถตู้สีดำที่คุณจุ๊จัดไว้เพื่อส่งกลิ่นจันทน์กลับบ้านมารออยู่แล้ว พวกนักข่าวและแฟนคลับตามออกมาด้วย กลิ่นจันทน์เข้าไปนั่งในรถแล้ว แต่ยังไม่ได้ปิดประตู
“เอาไว้โอ๋หายดีแล้วค่อยจัดมีตติ้ง กินข้าวกันสักมื้อนะคะ” กลิ่นจันทน์เอ่ยกับพวกแฟนคลับพร้อมๆ กับรับของขวัญไปด้วย เจ๊ตุ่นกับการินก็ช่วยอยู่ตลอด เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยที่โรงพยาบาลก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมโดยการกันไม่ให้ใครเข้าถึงตัวกลิ่นจันทน์มากนัก
“ได้ค่ะ น้องโอ๋พักผ่อนเยอะๆ นะคะ” หนึ่งในแฟนคลับคนแรกๆ ของกลิ่นจันทน์เอ่ย
“อัปเดตรูปลงไอจีบ้างนะคะพวกพี่จะคอย” แฟนคลับอีกหนึ่งคนที่เห็นหน้าค่าตากันมาตลอด
“ได้ค่ะโอ๋รับปาก” กลิ่นจันทน์ยกมือไหว้แฟนคลับและนักข่าว ด้วยความที่นั่งอยู่ในรถและสูงกว่าศีรษะทุกคน สายตามองไกลออกไปจึงเพิ่งจะสังเกตเห็นคุณหมอหนุ่มปรินทรยืนอยู่ตรงประตูกำลังมองมา เธอเลยพยักหน้าให้เขาเป็นการทักทายพร้อมทั้งการอำลา เขายกมือโบกให้พร้อมรอยยิ้ม ไม่มีใครเห็นหรอกนอกจากทั้งสองคน
“เสร็จสักที” เจ๊ตุ่นเอ่ยขณะที่รถเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลแล้ว “ว่าแต่จะกลับวันไหนเจ๊จะไปหาคุณยายด้วย”
“อีกสักวันสองวันค่ะขอเก็บห้องก่อน” กลิ่นจันทน์เอนหลังพิงเบาะท่าทางผ่อนคลาย
“โอมไปไหม?”
“โอมคงตามไปทีหลังค่ะ”
ติ้งต่อง เสียงแอปพลิเคชันแชทในมือถือของกลิ่นจันทน์ดังขึ้น หญิงสาวมองหน้าจอที่ขึ้นว่าจากเพื่อนที่เพิ่งเพิ่มเข้ามา ขึ้นชื่อปรินทรเป็นภาษาอังกฤษ กลิ่นจันทน์ขมวดคิ้วแต่ก็เปิดดูข้อความ
ปรินทร : พักผ่อนเยอะๆ นะครับ อย่าเดินมาก อย่าเผลอให้แขนขวา
“หา! ได้ไง”กลิ่นจันทน์เบิกตาโตก่อนจะเสียงดังขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
“อะไรหรือ?”
กลิ่นจันทน์ยื่นโทรศัพท์ให้เจ๊ตุ่นดู “ก็... ก็เจ๊ดู นี่ใช่คุณหมอปรินทรใช่ไหม แล้วเอาเบอร์โอ๋มาได้ยังไง” ตอนนั้นเองที่ข้อความเข้ามาอีก
ปรินทร : หมอขอเบอร์จากเจ๊ตุ่นครับ
“นั่นไงคุณหมอเขาตอบแล้ว อิๆ” เจ๊ตุ่นอดหัวเราะไม่ได้ คุณหมอนะคุณหมอ รู้ทันยายโอ๋จริงๆ
“ไปแลกเบอร์กันตอนไหน แต่เขาบอกว่าเขาขอเองหรือคะ”
เจ๊ตุ่นยิ้มกว้างพร้อมพยักหน้ารัวๆ สองสามครั้ง “คงเอาจริงแล้วแหละ นางเอกเจ๊จะได้คุณหมอไปกกกอดแล้ว”
“บ้า! ยังไม่ขนาดนั้นสักหน่อย ไม่รู้จักอะไรเขาด้วยซ้ำ หวังว่าจะไม่เป็นเหมือนคนนั้นอีกนะคะ” แม้จะพูดไปอย่างนั้น แต่สองข้างแก้มก็แดงเรื่อขึ้นมาแล้ว
“ไม่หรอกๆ จากที่เจ๊ได้คุยกับคุณหมอมาบ้างแล้ว ท่าทางไม่ใช่คนเหลาะแหละแน่นอน เชื่อเจ๊เถอะ ถ้าเขาขอคบด้วยก็ตกลงไปซะ หล่อนยี่สิบเจ็ดแล้ว ถ้าอยากมีผัวก็ลองคบใครสักคนดู”
“ก็พูดไป” ว่าแล้วก็ค้อนใส่เจ๊ตุ่นทีหนึ่ง
“แล้วนั่นจะไม่ตอบคุณหมอเขาไปสักหน่อยหรือ เขาคอยอยู่แน่ๆ”
“ตอบว่าอะไรล่ะเจ๊”
“แล้วแต่หล่อนสิย๊ะ อิตอนกกกันจะให้เจ๊ไปชี้แนะด้วยไหม อย่างน้อยเจ๊ก็มีประสบการณ์มากกว่านะคะ”
“บ้า!” แล้วก็ก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความตอบกลับ
กลิ่นจันทน์ : ขอบคุณค่ะ
ปรินทร : เป็นกำลังใจให้ครับ
แล้วก็ตามด้วยสติกเกอร์ชูสองนิ้ว
“คุณหมอนี่ก็วัยรุ่นจริง” เจ๊ตุ่นที่ชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยคนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ยิ่งกว่าตัวเองเป็นคนโดนสนใจเสียอีก
