บทที่ 14 ถูกเมิน
มหาวิทยาลัย
“แกหายหัวไปไหนมาตั้งหลายวัน พวกฉันโทรหาก็ปิดเครื่อง”
มะปรางเอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติเนออนไม่เคยหายไปหรือขาดการติดต่อหลายวันขนาดนี้
แถมมันยังกลับมาเรียนในสภาพตายซากเหมือนซอมบี้ที่เคยดูในหนังไม่มีผิดเพี้ยน
สีหน้าอิดโรย ขอบตาดำคล้ำคล้ายกับคนอดหลับอดนอนมาหลายคืน
“ไม่สบายน่ะ แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”
“ไม่สบายหรือหายไปอยู่กับไอ้เฉิน มันก็ไม่ได้มาเรียนเหมือนกัน”
“บอกว่าไม่สบายก็ไม่สบายสิ! แล้วพวกแกจะมาจับผิดฉันทำไมนักหนา” คนที่โดนจับผิดจิ๊จ๊ะในลำคอ ก่อนจะทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุด
“พวกฉันก็แค่เป็นห่วงแล้วแกจะโวยวายทำไม” เซย์ลีนที่นั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ พยายามทำความเข้าใจ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเนออนอาจจะหายไปอยู่กับเฉินเฉิน โดยที่ไม่บอกพวกเธอ
“คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่นะ”
“ยัยตัวดี! ใครทำให้แกหงุดหงิดบอกพวกฉันมา”
“ไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ”
“…..”
หลังเลิกเรียน
“เย็นนี้ไปดูหนังกันมั้ย เราจองตั๋ววีไอพีไว้แล้ว” เฉินเฉินที่มายืนดักรออยู่ก่อนหน้ารีบเดินตามหลังเพื่อนสาวด้วยท่าทางเงอะงะ ชวนให้น่าหงุดหงิด “พาเพื่อนออนไปด้วยก็ได้ เดี๋ยวเราเลี้ยงเอง”
“ไม่ว่าง เค้าจะไปโยนโบว์ลิ่ง”
“กลับกี่โมง ให้เราไปรับมั้ย”
“อย่ามาวุ่นวายได้มั้ยเฉิน! จะไปไหนก็ไปเลยไป” เนออนกอดอกหันมองอย่างไม่สบอารมณ์ ยังโกรธและไม่ลืมว่าเฉินเฉินทำอะไรกับเธอไว้บ้าง
กว่าจะได้ก้าวขาออกจากห้องเฉินเฉินได้ เล่นเอาแทบตายไม่เห็นเดือนเห็นตะวันไปสามวันสามคืน ถ้าเธอไม่หลอกว่าปวดท้องหนักต้องมาหาหมอก็คงไม่ได้หนีออกมา
“…..” เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเธอโกรธเลยอยากตามมาขอโทษและปรับความเข้าใจ
“เค้ายิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่นะ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าเลย”
“…..”
“ไสหัวไปเลยไป ไปให้พ้นหน้าเค้า”
ไม่พูดเปล่าแต่ยังใช้กำปั้นทุบตีเพื่อนชายอย่างเอาแต่ใจ แต่เฉินเฉินกลับยืนก้มหน้านิ่งไม่ตอบโต้
“อากาศมันร้อนหรือไง พิษสุนัขบ้ามันเลยกำเริบ” มะปรางเอ่ยถามพลางชะเง้อมองตามชายหนุ่มที่โดนไล่ตะเพิดเหมือนหมูเหมือนหมา
ไอ้อ้วนเฉินเฉินนี่ก็กระไร อยู่ทนมือทนตีนให้เพื่อนเธอระบายอารมณ์ทุบตีอยู่เป็นประจำ
“เฉินเฉินมันทำตัวน่ารำคาญจะตายไป พวกแกก็เห็น”
“พูดกับมันดีๆ ก็ได้ แกไม่เห็นหน้ามันหรือไง เหมือนจะร้องไห้แบบนั้น” มะปรางเองก็รู้สึกสงสารเฉินเฉินจับใจ ไม่รู้ว่าเนออนจะใจแข็งไปอีกนานแค่ไหน
“แล้วไง ฉันไม่จำเป็นต้องสนใจมัน”
“ถ้าไม่มีมันแล้วจะรู้สึก” เซย์ลีนพูดตามที่คิด เฉินเฉินมันทั้งตามใจ ยอมรับในสิ่งที่เนออนเป็นทุกอย่าง แล้วจะมีใครมารองรับอารมณ์ร้ายๆ ของเพื่อนเธอได้นอกจากเฉินเฉิน
“…..”
บ้านเฉินเฉิน
“อาหารไม่ถูกปากเหรออาเฉิน เดี๋ยวเตี่ยสั่งคนไปทำมาให้ใหม่”
“…..” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น นั่งมองลูกชายที่เอาแต่เขี่ยข้าวในจานไปมาไม่ยอมกินมันสักที
“ส่วนรถที่ลื้อบอกว่าอยากได้ เตี่ยให้เลขาจัดการแล้วนะ อีกสองสามวันจะมาส่ง” ไม่ว่าลูกชายคนโปรดอยากได้อะไร เตี่ยคนนี้ก็พร้อมจะหามาประเคนให้ในทันที “ลื้อเป็นอาราย ไม่สบายเหรอ ทำไมดูไม่ค่อยดีเลย”
“…..”
“หรือทะเลาะกับอาหนูออง”
“…..” ดวงตาเฉี่ยวคมเริ่มสั่นไหวหลังจากได้ยินชื่อของผู้หญิงคนนั้น
“จะให้เตี่ยไปสู่ขออาหนูอองเลยมั้ย แล้วบ้านหนูอองจะเรียกสินสอดเท่าไหร่ล่ะ” เขาเองก็พอรู้ว่าฐานะทางบ้านของนินทร์วราไม่ธรรมดา แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาถ้าเกิดว่าลูกชายชอบมากและอยากได้ผู้หญิงคนนี้จริงๆ “แต่ถ้าลื้อชอบหนูอองจริงๆ เท่าไหร่อั๊วก็จ่าย ลูกชายสุดที่รัก อั๊วให้ลื้อได้ทุกอย่าง”
“เค้าคงไม่อยากแต่งกับอั๊วหรอกเตี่ย”
“ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวสักหน่อย ลื้ออย่าเศร้าไปเลย” เตี่ยตบบ่าลูกชายเพื่อให้กำลังใจ เพียงแค่สั่งมาคนเป็นพ่อยินดีจะทำให้ลูกทุกอย่าง “ลูกชายเตี่ยทั้งหล่อทั้งรวย จะหาเมียอีกสิบคนก็ยังได้”
ถึงแม้หน้าตาของลูกชายอาจจะไม่ได้หล่อมาก แต่เงินในกระเป๋าและบารมีที่สะสมมานานหลายชั่วอายุคนไม่เป็นสองรองใคร ไม่ว่าจะอยากได้อะไรก็เสกได้เหมือนมีเวทมนตร์
“บอกกงๆ ลื้อเป็นแบบนี้แล้วอั๊วไม่สบายใจเลย หรือจะให้ลูกน้องเตี่ยไปฉุดอาหนูอองมาให้ลื้อเลยดีมั้ย ลื้อจะได้หายเศร้า”
ถ้าอยากได้เนออนมาอยู่กับลูกชาย วิธีนี้ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
“เตี่ยห้ามทำแบบนั้น อย่ายุ่งกับเมียผม!”
“…..” คนเป็นพ่อถึงกลับสะดุ้งหลังจากได้ยินเสียงตวาดของลูกชาย
“ผมอิ่มแล้ว ขอตัวก่อน”
“ทำไงดีล่ะเตี่ย อั๊วเห็นลูกเป็นแบบนี้แล้วไม่สบายใจเลย” พอเห็นลูกเศร้าคนเป็นแม่เองก็ทุกข์ใจ ได้แต่มองตามแผ่นหลังของเฉินเฉินที่เดินจากไปจนลับตา
“แล้วเราสองคนจะไปทำอะไรได้ อาเฉินอีรักของอีมานานแล้ว ใครก็ห้ามแตะ” คนเป็นพ่อเองก็จนใจ ยังมองไม่เห็นวิธีไหนที่จะทำให้ลูกชายสมหวัง
เวลาต่อมา
เฉินเฉิน : การบ้านของออน เราทำเสร็จแล้วนะ ลองเข้าไปตรวจในเมล์ว่ามีตรงไหนที่ต้องแก้ไขบ้าง
เฉินเฉิน : อารมณ์ดีขึ้นหรือยัง คืนนี้ออกไปเที่ยวไหน
เฉินเฉิน : กำไลข้อมือที่เธอบอกว่าสวย เราสั่งให้แล้วนะ ซื้อให้ทุกสีเลย
เฉินเฉิน : คืนนี้ส่งรูปมาให้เราดูหน่อยได้ไหม ไม่เห็นหน้าออนเรานอนไม่หลับเลย
เนออน : ….
ชายหนุ่มไล่สายตาอ่านข้อความทุกตัวอักษรซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายชั่วโมงผ่านไปอย่างไร้วี่แววว่าเธอจะกดอ่านและตอบกลับ มันยิ่งตอกย้ำว่าอาจจะเสียเธอไปในไม่ช้า
หลายวันผ่านไป
โรงอาหาร
“มองหาใคร” เข็มทิศสะกิดถามเพื่อนชายที่เอาแต่ชะเง้อคอมองหาใครบางคน
“…..” ผ่านไปหลายวันที่ไร้การติดต่อจากหญิงสาว เธอตัดขาดไม่โทรหา ไม่กดอ่านข้อความหรือตอบกลับ
ไปดักรอที่หน้าตึกคณะก็หลบหน้า ตามไปหาที่คอนโดก็เปลี่ยนรหัสผ่าน
“แล้วหลายวันมานี้ไม่ไปหาเมีย เอ้ย! ไม่ไปหาคุณหนูขี้เหวี่ยงของมึงหรือไง” พันไมล์ตั้งใจพูดกระแทกแดกดัน ในชีวิตของมันคงไม่มีใครสำคัญมากไปกว่ายัยคุณหนูเนออน
“กูโทรหาแล้ว ส่งข้อความแล้วแต่ออนยังไม่ตอบกลับมาเลย น่าจะยุ่งอยู่”
“ยุ่งหรือไม่อยากตอบ”
แม้จะรู้คำตอบอยู่ในใจ แต่ก็เลือกที่จะเข้าข้างตัวเองเพราะอยากที่จะทำใจยอมรับ
แค่ซื้อของไปง้อนิดหน่อย เดี๋ยวเธอก็คงหายโกรธเอง
“ตายยากชะมัด นั่นไงคุณหนูของมึง”
“…..” รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวตี๋เมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินเข้ามาภายในโรงอาหารอย่างที่คิดไว้
เนออนสวมใส่ชุดนักศึกษารัดติ้ว เสื้อไซซ์เอ็กซ์เอสและกระโปรงทรงเอที่มีความยาวเพียงคืบกว่าโชว์เรียวขาเนียนสวย เรียกความสนใจจากหนุ่มนักศึกษาที่อยู่แถวนั้นให้หันมอง
ผมสีดำขลับยาวตรงสลวยดูพริ้วไหว ใบหน้าจิ้มลิ้มดูโดดเด่นทันทีที่เดินเข้ามา
นมเป็นนมตูดเป็นตูดสัดส่วนอวบอั๋นลงตัวพอเหมาะ
“พวกกูไม่แปลกใจหรอก ว่าทำไมมึงถึงตัดใจจากยัยคุณหนูไม่ได้สักที” ขนาดมองไกลยังดูขาวอ่อรากระแทกตาเข้าแบบเต็มๆ ตัวท๊อปของมหาลัยหนึ่งในห้าต้องมีชื่อเนออนติดอยู่ ไอ้หมูตอนมันถึงได้ทั้งรักทั้งหลงจนหัวปักหัวปำ
“เดี๋ยวกูมานะ”
ทุกสายตาของบรรดาเพื่อนสนิทต่างจ้องมองอย่างให้ความสนใจ เมื่อจู่ๆ เฉินเฉินลุกพรวดพราดออกไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“แล้วมึงจะรีบไปไหน”
“ไปหาเนออนไง กูจะเข้าไปคุยให้รู้เรื่องว่าทำไมไม่ยอมรับโทรศัพท์กู”
“…..” พันไมล์ถอนหายใจลากยาวได้แต่มองตามท่าทางเงอะงะของเพื่อนชายตัวอ้วนที่รีบร้อนเดินจากไป
