ตอนที่ 6 อดีตที่เลวร้าย
ที่บริษัทของพี่ธีร์
"อ้าวคุณนุ่น สวัสดีค่ะ มาหาคุณธีร์หรอคะ"
"ใช่ค่ะ" เป็นเลขาของพี่ธีร์ที่ทักฉันขึ้นเมื่อเห็นฉันกำลังจะเดินเข้าห้องทำงานของพี่ธีร์
"คุณธีรดลย์ออกไปเมื่อสักครู่นี่เองนะ น่าจะคลาดกันกับคุณนะคะ"
"อ้าวหรอคะ พี่ธีร์ไปไหนไปพอรู้ไหมคะ"
"อืม ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ คุณธีรดลย์ไม่ได้แจ้งไว้ค่ะ"
"พี่ธีร์ออกไปคนเดียวหรอคะ แล้วจะกลับเข้ามาอีกไหมคะ"
"ออกไปกลับคุณพัฒน์ค่ะ คงน่าจะไม่กลับเข้ามานะคะ เพราะถ้าคุณธีร์กลับมาเข้าจะเเจ้งดิฉันไว้ค่ะ"
"อ่อๆค่ะ ขอบคุณนะคะ"
ไปไหนของเค้านะ ฉันเดินกลับมาที่รถกะว่าจะไปหาเค้าที่คลับหรือไม่ก็ที่คาสิโนเผื่อจะเจอสักที แต่ต้องชะงักเพราะมีข้อความจากพี่ธีร์เข้ามาก่อน
"พี่ยังไม่ว่างรับโทรศัพท์ ถ้าว่างจะโทรกลับเอง"
"อะ อ้าว.....เฮ้อออออออ"
? พี่ธีร์
"คุณพ่อทีเรื่องจะคุยกับพี่ธีร์ถ้า ถ้าพี่ธีร์ว่างเมื่อไหร่บอกนุ่นนะคะ คุณพ่อท่านจะขอพบพี่ธีร์หน่อยค่ะ"
ฉันได้แต่กดส่งข้อความในไลน์ไปหวังส่าถ้าพี่ธีร์ว่างแล้วเค้าคงจะเปิดอ่านข้อความของฉันบ้าง
ณ สุสานคริสต์
ธีร์.พาท
"พ่อครับแม่ครับผมมาเยี่ยม พ่อกับเเม่สบายดีไหมครับ....."
"หลายปีแล้วนะครับที่พ่อกับแม่จากผมไป แต่ผมกับพี่ๆยังคิดถึงพ่อกับแม่นะครับ"
"ผมสัญญาว่าผมจะทวงความยุติธรรมให้พ่อกับแม่ให้ได้ ใครที่มันทำให้พ่อกับแม่ต้องตากผมไป พวกมันต้องรับผิดชอบ"
"แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ"
ผมยกมือไหว้ที่หน้าสุสานของพวกท่านก่อนจะเดินกลับมาที่รถ ผมจะเเวะที่สุสานที่นี่เป็นประจำเวลาที่ผมมีเรื่องไม่สบายใจ ผมคิดถึงพ่อกับแม่เสมอเพราะผมมีเวลาอยู่ท่านน้อยมาก
พวกท่านจากผมไปตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมและพี่ๆได้รับการดูแลจากอาพัฒน์ น้องชายแท้ๆของพ่อผมที่เป็นเหมือนพ่อผมอีกคน เพราะอาพัฒน์ดูแลพวกเราสามพี่น้องเป็นอย่างดี อาพัฒน์ไม่มีครอบท่านจึงรักพวกเราสามพี่น้องเหมือนลูกแท้ๆของท่าน
ตอนที่พ่อกับแม่ผมเสียผมเด็กมากเกินกว่าที่จะรับเรื่องราว ผมไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวการตายของพวกท่านจนเมื่อหลายปีก่อนก่อนที่ผมจะเรียนจบ ผมได้พบเบาะแสที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพ่อกับแม่ผม
ผมกับอาพัฒน์ยื่นเรื่องขอรื้อคดีอุบัติเหตุของพ่อกับแม่ของผมใหม่อย่างเงียบๆเพื่อให้สืบของผมมีคนน้อยรู้ที่สุด เพราะพบหลักฐานบางอย่างที่บ่งชี้ได้ว่าการตายที่เกิดจากอุบัติเหตุของพ่อและแม่ของผมมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังแน่นอน
อดีตที่เลวร้ายที่ผมได้รับหลังจากที่พ่อแม่ผมเสียไป ผมต้องการการรับผิดชอบและชดใช้ผมต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าอย่างที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น พวกเราสามพี่น้องต้องเติบโตจากความรักของพวกเราด้วยกันเอง ผมรู้ว่ามันหว้าเหว่แค่ไหนกับการไม่มีพ่อแม่คอยผลักดันคอยสนับสนุนเหมือนคนอื่นๆ พวกเราทั้งสามคนต้องโตขึ้นให้ได้ด้วยความรักของตัวเองที่รักตัวเองมากพอที่จะเเข็งแกร่งต่อสู้กับทุกเรื่องราวในชีวิตของเราได้
และผมจะไม่เสียใจมากขนาดนี้เลยถ้าบุคคลที่ต้องสงสัยที่อยู่เบื้องหลังของการตายพ่อกับแม่ของผม คืออีกหนึ่งคนที่ผมต้องเรียกเค้าว่าพ่อ เค้าเป็นพ่อของคนที่ผมรักสุดหัวใจ ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าวันนึงมันจะเกิดเรื่องบ้านี้กับผม
แม้หลักฐานที่ผมมีอยู่ตอนนี้เกิน 50 % จะบ่งชี้ไปที่คุณพ่อของนุ่น แต่ผมกลับเอาผิดเค้าไม่ได้เพราะน้ำหนักของหลักฐานมันมีไม่มากพอที่จะยืนยันว่าเค้าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังของทั้งการตายของพ่อแม่ผมและอยู่เบื้องความวิกฤตขาดทุนของบริษัทพ่อแม่ผม เอกสารที่ผมหามาได้หลังจากที่ผมเรียนจบและมาเรียนรู้งานที่นี่มันเป็นเครื่องยืนยันว่าคุณลุงสุรเวชเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการในปลอมแปลงเอกสารการซื้อขายหุ้นของบริษัทจนบริษัทขาดทุนจนเกือบล่มละลาย
แต่ต่อมาไม่นานเค้ากลับยอมขายหุ้นของตัวเองให้พ่อกับแม่ผมเพื่อยื้อบริษัทไว้และแลกกับเงินจำนวนไปตั้งบริษัทส่งออกของตัวเองจนเค้ามีทุกอย่างในวันนี้แต่กลับทิ้งให้พ่อกับแม่ผมต่อสู้กับวิกฤตขาดทุนของบริษัทจนพวกท่านเกือบแย่ จนสามารถกู้บริษัทกับคืนมาได้
แต่หลังจากนั้นไม่นานพ่อกับแม่ผมก็ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิตคาที่ทั้งคู่ ตำรวจสรุปให้เป็นคดีอุบัติเหตุเพราะไม่สามารถตรวจสภาพของรถได้คดีจึงเงียบหายไป และต่อมาอีก 1 เดือน ลุงสุรเวชก็เปิดบริษัทส่งออกและกลับมาเป็นบริษัทคู่ค้ากับบริษัทของพ่อแม่ผม
หลังจากที่ผมเรียนจบผมทำใจอยู่นานว่าจะจัดการกับคนที่มันทำให้พ่อกับแม่ผมตายได้ยังไง แล้วอยู่ๆฟ้าก็เข้าข้างผมเมื่อคนที่ลุงเวชรักที่รักสุดเดินเข้ามาหาผมเอง ผมจึงจำเป็นต้องใช้เธอเพื่อหาความจริง
จนผมหลงรักเข้าแล้วจริงๆอย่างหมดหัวใจ เธอเป็นคนที่ทำให้รักมากที่สุดและก็เจ็บปวดได้มากที่สุดเหมือนกัน ต่อจากนี้การค้นหาความจริงของผมมันจะดำเนินไปอย่างที่ผมตั้งใจไว้เพราะตอนนี้หมากสำคัญในเกมส์นี้เธอเป็นของผมโดยสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
? นุ่น
"คุณพ่อทีเรื่องจะคุยกับพี่ธีร์ถ้า ถ้าพี่ธีร์ว่างเมื่อไหร่บอกนุ่นนะคะ คุณพ่อท่านจะขอพบพี่ธีร์หน่อยค่ะ"
"ทางนั้นขอพบเราหรอเจ้าธีร์"
"ครับอา ไม่รู้จะมาไม้ไหนอีก หลายวันมานี้ลุงเวชพยายามโทรติดต่อผมไปที่บริษัทเเต่ผมปฏิเสธที่นะรับสายครับ"
"อาว่าลองคุยกันเค้าหน่อยก็ดี เราจะได้รู้ทางของเค้าว่าเค้าจะเอากับเรายังไงกันแน่"
"คงร้อนตัวมั้งครับ เพราะตอนนี้ผมได้ทั้งตัวและหัวใจของลูกสาวเค้ามาแล้ว ในเมื่อทำอะไรเค้าไม่ได้ ผมก็จะทำกับคนที่เค้ารักแทนอยากรู้เหมือนกันว่ามันจะเจ็บปวดมากแค่ไหน"
"เเล้วเราเองจะไม่เจ็บด้วยหรือยังไง เราเองก็รักหนูนุ่นมากไม่ใช่หรอไง จะทำอะไรก็คิดดีดี ความรู้สึกของคนเราถ้ามันเสียไปแล้วมันเอาคืนไม่ได้นะ"
