บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 การมาถึงของนิ้วทองคำ

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลงมากระทบผืนดินบริเวณตีนเขาชิงซาน เสียงเครื่องมือช่างและเสียงตะโกนสั่งงานดังประสานกันอย่างคึกคัก 

งานก่อสร้างบ้านตระกูลหานดำเนินไปอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มาก ชาวบ้านชายฉกรรจ์ห้าสิบคนต่างลงมือปรับหน้าดิน ขุดรากฐาน และก่อกำแพงอิฐอย่างขันแข็ง ไม่มีผู้ใดกล้าเกียจคร้านหรืออู้งานแม้แต่คนเดียว

เหตุผลนั้นเรียบง่าย ค่าแรงวันละสามสิบอีแปะถือเป็นรายได้ที่สูงลิ่วในหมู่บ้านชนบท ซ้ำยังมีอาหารกลางวันเป็นข้าวขาวหุงสุกใหม่และน้ำแกงเนื้อรสเลิศให้กินจนอิ่มท้องทุกวัน

 สำหรับชาวบ้านที่เคยกินแต่แผ่นแป้งหยาบและผักป่าต้มเกลือ อาหารมื้อนี้ย่อมเปรียบดั่งงานเลี้ยงของบ้านเศรษฐี หานจื่อเยว่คอยตรวจสอบบัญชีและเสบียงอาหารอยู่เสมอ

 นางพบว่าเนื้อที่ซื้อมาจากเมืองชิงสุ่ยเริ่มร่อยหรอลง หากต้องควักเงินซื้อเนื้อจำนวนมากทุกวันย่อมเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ นางจึงตัดสินใจหาวิธีลดต้นทุนในส่วนนี้

เช้าตรู่วันนี้นางสวมชุดผ้าฝ้ายรัดกุม สะพายตะกร้าไม้ไผ่ ถือธนูและมีดสั้นเดินมุ่งหน้าขึ้นเขาชิงซานเพียงลำพัง นางตั้งใจจะล่าไก่ฟ้าและกระต่ายป่ามาทำเป็นเสบียงเนื้อเลี้ยงคนงาน 

หานจื่อเยว่เดินลึกเข้าไปในป่าทึบ อาศัยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมและฝีเท้าที่เงียบกริบดุจนักล่ามืออาชีพ นางง้างธนูยิงไก่ฟ้าและกระต่ายป่าได้อย่างแม่นยำ ทุกดอกลูกธนูที่ปล่อยออกไปล้วนเจาะเข้าจุดตายอย่างหมดจด สัตว์ป่าไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง

ขณะที่นางกำลังนั่งลงริมลำธารสายเล็ก ใช้มีดสั้นชำแหละซากกระต่ายป่าตัวหนึ่งเพื่อรีดเลือดและลอกหนังออกให้เรียบร้อย คมมีดที่คมกริบเกิดลื่นพลาดไปบาดเข้าที่ปลายนิ้วชี้มือซ้ายของนาง เลือดสีแดงสดหยดทะลักออกมาและร่วงหล่นลงบนปานแดงรูปจันทร์เสี้ยวที่ข้อมือซ้ายพอดี

พริบตาเดียว แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นบดบังทัศนวิสัย หานจื่อเยว่รู้สึกหน้ามืดไปชั่วขณะ คล้ายกับร่างกายถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงมิติที่บิดเบี้ยว เมื่อนางเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง ป่าชิงซานเบื้องหน้าได้อันตรธานหายไปจนสิ้น

สถานที่ที่นางยืนอยู่ยามนี้เปลี่ยนเป็นดินแดนลึกลับที่มีท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆหมอก เบื้องหน้าของนางคือกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กที่ปลูกสร้างอย่างประณีต

 ด้านข้างกระท่อมมีบ่อน้ำพุใสสะอาดจนมองเห็นก้นบ่อ ผิวน้ำนิ่งสงบส่งกลิ่นหอมสดชื่นระรื่นจมูก พื้นดินรอบบริเวณกว้างขวางสุดลูกหูลูกตาล้วนเป็นดินสีดำขลับที่ดูอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าผืนดินใดในโลกภายนอก

หานจื่อเยว่กวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความสงบนิ่ง นางรับรู้ได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้คือมิติลับ นิ้วทองคำของคนข้ามภพที่มักจะปรากฏในนิยายที่นางเคยรับรู้มาจากยุคปัจจุบัน สวรรค์ช่างเมตตานางอย่างแท้จริง

นางก้าวเดินไปที่บ่อน้ำพุอย่างระมัดระวัง โน้มตัวลงวักน้ำใสสะอาดขึ้นดื่ม น้ำพุมีรสหวานชุ่มคอและเย็นชื่นใจ เมื่อน้ำไหลล่วงลงสู่กระเพาะ ความเหนื่อยล้าจากการเดินขึ้นเขาและล่าสัตว์ก็มลายหายไปจนสิ้น

 ร่างกายที่เคยหนักอึ้งกลับรู้สึกเบาสบายและมีพละกำลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล บาดแผลที่ปลายนิ้วชี้สมานเข้าหากันจนแนบสนิทไร้ร่องรอยในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ หานจื่อเยว่มองมือของตนเองด้วยความพึงพอใจ

นางล้วงถุงผ้าใบเล็กที่บรรจุเมล็ดโสมคนร้อยปีที่เก็บเอาไว้ออกมาจากอกเสื้อ แล้วเดินไปที่แปลงดินสีดำขลับข้างบ่อน้ำพุ ใช้มือเปล่าขุดดินเป็นหลุมเล็กๆ แล้วหย่อนเมล็ดโสมลงไปอย่างเบามือหลังจากกลบดินเรียบร้อยแล้วจึงนำน้ำพุมารดลงไป

เพียงชั่วครู่ ก้านใบสีเขียวสดก็งอกพ้นผิวดินขึ้นมาให้เห็น รากและลำต้นเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วราวกับกาลเวลาถูกเร่งให้เดินไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด หานจื่อเยว่คำนวณเวลาและอัตราการเติบโตในใจ น้ำพุวิเศษนี้สามารถร่นระยะเวลาการเติบโตและเพิ่มอายุของสมุนไพรได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

ตอนนี้นางมีพื้นที่ล้ำค่าอยู่กับตัว ไม่ว่าจะต้องการโสมร้อยปีหรือพันปีก็สามารถปลูกได้ตามใจชอบ การหาเงินให้มั่งคั่งเพื่อสนับสนุนครอบครัวและสร้างฐานอำนาจย่อมง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ 

นางหลับตาลงและตั้งจิตคิดจะออกไปจากมิติ ร่างของนางก็ปรากฏกลับมายืนอยู่ที่ริมลำธารในป่าชิงซานดังเดิม หานจื่อเยว่เก็บกระต่ายป่าใส่ตะกร้า 

ร่างกายที่ได้รับการชำระล้างและบำรุงด้วยน้ำพุวิเศษทำให้ประสาทสัมผัสของนางเฉียบคมขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งการมองเห็น การได้ยิน และความว่องไวล้วนก้าวข้ามขีดจำกัดของคนธรรมดาไปมาก นางเดินล่าไก่ฟ้าและกระต่ายป่าเพิ่มเติมได้อีกกว่ายี่สิบตัวอย่างง่ายดายราวกับเดินเก็บผลไม้ในสวนหลังบ้าน

เมื่อหานจื่อเยว่แบกตะกร้าใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อกลับมา ชาวบ้านที่กำลังขนอิฐและผสมปูนต่างหันมามองด้วยความตกตะลึงปนชื่นชม นางเดินตรงไปหาหลินซือหลิงที่กำลังเตรียมอาหารอยู่บริเวณโรงครัวชั่วคราวและส่งเนื้อทั้งหมดให้มารดานำไปจัดการ

หลินซือหลิงรับเนื้อไก่และเนื้อกระต่ายมาล้างทำความสะอาด สับเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปรวนในกระทะจนสุกหอม ก่อนจะเทใส่หม้อต้มใบใหญ่ เติมหัวไชเท้าและเครื่องเทศ ต้มเคี่ยวจนเนื้อเปื่อยนุ่มและกลายเป็นน้ำแกงเนื้อหม้อใหญ่ กลิ่นหอมของน้ำแกงเนื้อและข้าวขาวที่เพิ่งหุงสุกใหม่ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ดึงดูดความสนใจของคนงานทุกคน

เมื่อถึงเวลาพักครึ่งวัน ชาวบ้านต่างพากันวางมือจากงานและมาต่อแถวรับอาหาร พวกเขานั่งล้อมวงกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่มีผู้ใดปริปากบ่นเรื่องความเหน็ดเหนื่อย

 มีเพียงเสียงพูดคุยและกล่าวชื่นชมความใจกว้างของสกุลหาน พวกเขาซาบซึ้งใจและตั้งมั่นว่าจะทำงานก่อกำแพงและสร้างบ้านอย่างสุดกำลังความสามารถเพื่อตอบแทนอาหารมื้อนี้

หานเยี่ยนโจวเดินเอามือไพล่หลังตรวจดูความเรียบร้อยของการสร้างบ้าน เขารู้สึกโล่งใจที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีชาวบ้านคนใดกล้าอู้งานหรือสร้างความวุ่นวาย 

ส่วนป้าจาง หลี่เยี่ยนหราน และคนบ้านเหอที่ไม่ได้มารับจ้าง ก็ได้แต่แอบยืนมองอยู่ไกลๆ ด้วยสายตาริษยาปนอาฆาต แต่พวกนางก็ไม่อาจทำอันใดได้

 หานจื่อเยว่มองดูรากฐานบ้านที่ก่อตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ นางเริ่มประเมินและวางแผนการค้าในอนาคต เมื่อบ้านสร้างเสร็จและมีกำแพงแน่นหนา นางจะกว้านซื้อที่ดินเพิ่มและเริ่มกิจการอย่างจริงจัง

เมืองหลวงอันห่างไกล

เหอหลิงเฟิงเดินทางมาถึงเมืองหลวงและเข้ารับตำแหน่งในสำนักฮั่นหลิน เดิมทีเขาคาดหวังว่าการสอบได้ตำแหน่งทั่นฮวาด้วยคะแนนโดดเด่น และมีพ่อตาเป็นถึงรองเจ้ากรมพิธีการ ชีวิตขุนนางของเขาจะสุขสบาย มีอนาคตก้าวหน้าและโรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่าความเป็นจริงที่เขาต้องเผชิญนั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ภายในจวนตระกูลหลิวอันกว้างใหญ่และหรูหรา เหอหลิงเฟิงกลับถูกจัดให้อยู่อาศัยในเรือนหลังเล็กซอมซ่อท้ายจวน หลิวหรูเยี่ยนแม้จะตบแต่งให้เขาอย่างเป็นทางการแล้ว แต่นางยังคงวางท่าเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้สูงศักดิ์ นางใช้จ่ายเงินทองอย่างฟุ่มเฟือย ซื้อหาเครื่องประดับและเสื้อผ้าตามใจชอบ

 

วันนี้เหอหลิงเฟิงเลิกงานจากสำนักฮั่นหลินและเดินทางกลับมาถึงเรือนด้วยใบหน้าเคร่งเครียดดำทะมึน การทำงานในสำนักฮั่นหลินไม่ได้เป็นอย่างที่เขาวาดฝันไว้

 สถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยการแข่งขัน แก่งแย่งชิงดี และการประจบสอพลอ บรรดาขุนนางหนุ่มที่มีพื้นเพมาจากตระกูลใหญ่โตต่างรวมกลุ่มกันเหนียวแน่นและกีดกันคนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเขาอย่างชัดเจน

เขาถูกมอบหมายให้ทำงานจุกจิกราวกับเสมียนระดับล่าง มีหน้าที่เพียงคัดลอกเอกสารเก่าและจัดเรียงตำรา เขาพยายามเข้าหารองเจ้ากรมหลิวผู้เป็นพ่อตาเพื่อหวังให้ท่านช่วยพูดจาเบิกทางและมอบตำแหน่งที่ดีกว่าให้

แต่รองเจ้ากรมหลิวเพียงแค่มองเขาเป็นหมากตัวหนึ่งที่ใช้แสดงความใจกว้างและอำนาจบารมีของตระกูลหลิวต่อสายตาฮ่องเต้ หาได้ให้ความเคารพหรือเกรงใจเขาในฐานะลูกเขยคนสำคัญไม่

เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้น หลิวหรูเยี่ยนเดินนวยนาดเข้ามาในห้อง นางสวมชุดผ้าไหมเนื้อดีปักลายดอกโบตั๋นด้วยดิ้นทอง บนศีรษะประดับด้วยปิ่นหยกเนื้อใสราคาแพงระยับ นางปรายตามองใบหน้าเคร่งเครียดของสามีด้วยสายตาเรียบเฉยไร้ความเยื่อใย

“ท่านพี่ วันนี้ข้าไปดูเครื่องประดับที่ร้านทองหลงจูมา ข้าสั่งช่างทำปิ่นทองคำฝังทับทิมเม็ดใหญ่เอาไว้ ท่านเตรียมเงินห้าสิบตำลึงไว้ให้ข้าด้วย พรุ่งนี้ยามอู่ทางร้านจะนำมาส่งที่จวน” หลิวหรูเยี่ยนเอ่ยเรียกร้องด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ

เหอหลิงเฟิงขมวดคิ้ว เขาเงยหน้ามองภรรยาด้วยความขุ่นเคืองแล้วพูดว่า “หรูเยี่ยน ข้าเพิ่งเข้ารับราชการ เบี้ยหวัดแต่ละเดือนที่ได้รับมามีเพียงน้อยนิด ปิ่นทองคำราคาแพงถึงห้าสิบตำลึง ข้าจะหาเงินก้อนใหญ่จากที่ใดมาจ่ายให้เจ้า เจ้าลดการใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นลงบ้างไม่ได้หรือ”

หลิวหรูเยี่ยนเบิกตากว้าง นางเหยียดยิ้มและแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “ท่านเป็นถึงบัณฑิตทั่นฮวา เป็นบุตรเขยของรองเจ้ากรมพิธีการ แค่เงินซื้อปิ่นให้ภรรยาประดับบารมียังไม่มีปัญญาจ่ายหรือ หากท่านไม่มีเงินติดตัว ก็ไปขอจากท่านแม่ของท่านสิ ข้าแต่งให้ท่านก็เพื่อมาเสวยสุข ไม่ได้แต่งมาเพื่อทนใช้ชีวิตอัตคัดอดมื้อกินมื้อเช่นนี้”

“เจ้าพูดวาจาเหลวไหลอันใดออกมา มารดาข้าอาศัยอยู่หมู่บ้านเล็กๆ จะมีเงินทองมากมายมาให้เจ้าผลาญเล่นได้อย่างไร เจ้าแต่งเข้าตระกูลเหอแล้วก็ควรทำตัวเป็นสะใภ้ที่ดี รู้จักจัดการดูแลจวน ไม่ใช่วางท่าเป็นคุณหนูเอาแต่ใจเช่นนี้”

 เหอหลิงเฟิงขึ้นเสียงด้วยความเหลืออด หลิวหรูเยี่ยนสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงหลังจากที่ได้ฟังสามีพูด ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม 

“ที่แท้ก็ยังรู้ตัวว่าเป็นแค่คนบ้านนอกยากจน หากข้าไม่ได้ให้ท่านพึ่งพาบารมีท่านพ่อ ขุนนางไร้รากฐานและไร้ทรัพย์สมบัติเช่นท่านจะมีหน้ามีตาเดินชูคอในเมืองหลวงได้อย่างไร ข้าบอกให้ท่านจ่ายเงินก็ต้องจ่าย หากท่านไม่มีปัญญาจัดการ ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อให้ตัดเบี้ยเลี้ยงของท่านเสีย”

นางสะบัดหน้าก้าวเดินหนีออกจากห้องไปอย่างหยิ่งยโส ทิ้งให้เหอหลิงเฟิงยืนนิ่งแข็งค้างอยู่กับที่ เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดสีแดงซึมออกมาจากฝ่ามือแต่เขาไม่ได้สนใจความเจ็บปวดทางกาย

 เขารู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก การใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยอำนาจและเงินทอง ทำให้เขาตระหนักว่าขุนนางไร้รากฐานเช่นเขาก็เป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งที่ตระกูลหลิวเลี้ยงไว้ใช้งาน

ในก้นบึ้งของจิตใจเหอหลิงเฟิง เริ่มเกิดความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาวูบหนึ่ง หากเขายังคงรักษาสัญญาหมั้นหมายกับหานจื่อเยว่ อาจารย์หานย่อมดูแลและให้เกียรติเขาทุกประการ 

หานจื่อเยว่ก็เป็นสตรีที่หัวอ่อนเชื่อฟัง นางสามารถทำงานหนักและดูแลมารดาของเขาเป็นอย่างดี ไม่เคยเรียกร้องสิ่งของราคาแพงให้เขาต้องอับอายและลำบากใจเช่นนี้

ทว่าความคิดอ่อนแอนั้นก็ถูกปัดทิ้งไปจากสมองอย่างรวดเร็ว เขาเลือกเส้นทางของคนมักใหญ่ใฝ่สูงแล้ว เขาไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าตนเองตัดสินใจผิดพลาด 

เขาจะต้องหาทางเหยียบย่ำทุกคนขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดของราชสำนักให้ได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม เขาจะทำให้ผู้คนที่เคยดูถูกเขาต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตอยู่แทบเท้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel