บทที่ 2 ชายปริศนา 2
สองสาวพยายามช่วยกันหาสร้อยอย่างขมักเขม้น โดยที่หญิงสาวใส่ซื่อที่หวังดีกับเพื่อนสาวไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตน ทันใดนั้นขณะที่อนาตาเซียกำลังก้มหน้าหาสร้อยอยู่ใต้ต้นไม้นั้นพิน่าก็อาศัยจังหวะที่อนาตาเซียกำลังก้มหน้าก้มตาหาสร้อยโดยไม่ได้ระวังความปลอดภัยของตน เธออาศัยจังหวะนั้นผลักอนาตาเซียลงไปในหลุมขนาดใหญ่ทันที
“อ้า.....ตุบ” เสียงอนาตาเซียร้องออกมาด้วยความตกใจขณะตกลงไปในหลุมโดยไม่ตั้งใจ ร่างกายของเธอบาดเจ็บเล็กน้อย “โอ๊ย ! หลุมอะไรมาอยู่แถวนี้เนี่ย “ อนาตาเซียบ่นออกมาอย่างหงุดหงิดโดยไม่รู้ว่าตนตกมาได้ยังไง “พิน่าๆฉันตกลงมาในหลุมช่วยฉันด้วย” อยาตาเซียพูดขอความช่วยเหลือโดยไม่คิดว่าตนจะถูกหลอกเลยสักนิด แต่ถึงแม้สาวน้อยจะตะโกนเรียกขนาดไหนเธอก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับเลยสักนิด “เอ๊ะ ทำไมไม่มีเสียงตอบอะไรเลย หรือว่าอยู่ไกล พิน่าได้ยินไหมฉันตกลงมาในหลุม” อนาตาเซียตะโกนเรียกอีกครั้งพร้อมกับตะโกนออกไปให้ดังกว่าเดิม “พิน่าๆได้ยินรึเปล่า ทำไมไม่มีเสียงใครตอบกลับมาเลย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
ขณะที่อนาตาเซียกำลังยืนงงอยู่ในหลุมจู่ๆก็มีเสียงที่คุ้นหูของบุคคลบุคคลหนึ่งพูดขึ้นที่ปากหลุมด้วยน้ำเสียงเยอะเย้ยน้ำเสียงทำให้เธอจำได้ว่ามันคือเสียงของโอลิเวีย
“ตะโกนไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” เสียงวิกตอเรียที่ยืนอยู่ปากหลุมพูดด้วยความสะใจ
“ไงอนาตาเซีย อยู่ข้างล่างรู้สึกเป็นยังไงบ้าง” โอลิเวียที่ยืนอยู่ด้านบนของหลุมเอ่ยด้วยความพอใจ
“โอลิเวีย นี่เป็นฝีมือของเธอเองหรอ”
“อะไรกันฉันก็แค่บังเอิญผ่านมาเท่านั้น”
“โกหกเธอเป็นคนทำใช่ไหม”
“ฮ่าๆๆ ถ้าใช่แล้วจะยังไง ทำได้ดีมากเลยพิน่าครั้งนี้เธอไม่ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ เอาเป็นว่าฉันจะให้รางวัลกับเธอก็แล้วกัน ไครีย์เอารางวัลให้พิน่าหน่อยสิ” พูดจบไครีย์ก็ยื่นถุงสีแดงบรรจุเงินจำนวนหนึ่งให้กับพิน่า
“ขอบคุณมากเลยโอลิเวีย”
พิน่าตอบและหลังจากที่รับเงินเรียบร้อยเธอก็เดินจากไปทันทีโดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อน
“เธอเป็นคนบอกให้พิน่ามาหลอกฉันหรอ”
“ฉลาดหนิ แต่มาฉลาดตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้วล่ะ”
“โอลิเวียเอาฉันขึ้นไปเดี๋ยวนี้”
“แล้วถ้าไม่ เธอจะทำอะไรฉันได้ ขอให้นอนในหลุมให้สนุกนะ คืนนี้เธออาจจะโดนแมลงอะไรแถวนี้กัดจนตัวลายก็ได้นอนตากลมสักคืนคงจะไม่เป็นไรหรอกเพราะเธอน่ะเก่งอยู่แล้วไม่ใช่หรอเดี๋ยวก็หาทางขึ้นได้เองแหละ ฮ่าๆๆ พวกเราไปกันเถอะหวังว่าคืนนี้ฝนจะตกพายุเข้านะ”
“เดี๋ยว โอลิเวียๆๆ กลับมาเอาฉันขึ้นไปเดี๋ยวนี้นะ โอลิเวีย”
แม้ว่าอนาตาเซียจะพูดอะไรหรือตะโกนดังแค่ไหนแต่ตอนนี้ในป่าก็ไม่มีใครได้ยินเสียงเธอเพราะพวกของโอลิเวียได้กลับไปที่แคมป์กันหมดแล้วส่วนเธอก็อยู่ในหลุมลึกกับป่าอันมืดมิดไร้ซึ่งผู้คน
“ไม่อยากจะเชื่อว่าพวกนั้นจะทำแบบนี้”
อนาตาเซียสถบออกมาด้วยความโมโหพร้อมกับนั่งลงไปยังพื้นสกปรกโดยไม่สนใจ
ขณะนั้นที่เธอกำลังนั่งอยู่ในหลุมอยู่ๆก็มีเสียงปริศนาพูดทักทายขึ้น
“หวัดดี ดูท่าครั้งนี้เธอคงจะซวยจริงๆแล้วล่ะ” เสียงของชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“นั่นเสียงใคร” อนาตาเซียพูดและมองไปรอบๆ
“ฉันเอง”
“ใคร นายอยู่ไหน”
“ฉันอยู่นี้ เธอลองก้มลงมองมาที่กระเป๋าสิ”
เมื่อได้ยินดังนั้นอนาตาเซียก็ก้มลงมองไปยังกระเป๋าของตนและพบว่าในกระเป๋าของเธอมีก้อนหินที่เธอบังเอิญถือติดมาจากสุสานอยู่ในนั้น
“นายอยู่ในก้อนหินหรอ”
“ใช่ ฉันอยู่ในก้อนหิน”
“เอ่อ......ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพานายมาด้วยนะเอาเป็นว่าถ้าฉันออกไปได้แล้วฉันจะเอานายไปคืนที่สุสานก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องๆเรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง เธอกำลังลำบากสินะ”
“ใช่ นายจะช่วยฉันออกไปจากที่นี่หรอ”
“ฉันช่วยเธอออกไปได้นะถ้าเธอต้องการ เธออยากจะกลับไปที่ตั้งแคมป์เลยรึเปล่า”
“ฉันว่าฉันอยากหาที่สงบๆอยู่สักพักพรุ่งนี้ตอนเช้าค่อยกลับแคมป์ก็ไม่เป็นไร นายพอจะรู้จักสักที่ไหม”
“ไม่รู้สิฉันอยู่ในก้อนหินมานานไม่ได้ออกไปเจอโลกกว้างซะหน่อย แล้วทำไมเธอไม่เป่านกหวีดที่ผู้ชายคนนั้นให้เธอล่ะบางทีเรื่องที่พักเขาอาจจะช่วยเธอได้ก็ได้นะ”
