ตอนที่ 5
กล่าวจบก็ดึงเข็มที่ผนึกกำลังภายในของชายหนุ่มผู้นั้นออก เขาพยายามขยับแต่ทำไม่ได้เพราะเรี่ยวแรงยังถูกสะกด
“ข้าไปก่อน ขอให้พวกท่านมีค่ำคืนเข้าหอที่แสนหวาน”
ซย่าหนิงพยายามฝืนตัวเองไม่ให้สูดลมหายใจ กลิ่นหอมเข้มข้นของดอกหลิงหลานฉู่เริ่มส่งผลกับนาง นางอยากขยับแต่ก่อนหน้านี้ถูกยาชาจากเข็มพิษของซย่าเฟยร่างกายจึงอ่อนยวบ
กลิ่นหอมอบอวลดึงความรู้สึกบางอย่างให้คืบคลานเข้ามาบดบังทุกความคิด สติค่อยๆ ถูกบางอย่างกลืนกิน ความพร่าเลือนกำลังถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาและความต้องการ กระทั่งรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดข้างแก้ม
เขาเป็นบุรุษหล่อเหล่าน่ามองผู้หนึ่ง เสี้ยวหน้าในแสงจันทราทำให้หญิงสาวมองเห็นดวงตาคมเหม่อลอย จมูกโด่งเป็นสันกำลังก้มลงมาจนชิด ขณะเดียวกันร่างแกร่งเช่นคนฝึกยุทธ์ก็ทาบทับเหนือร่าง
นางสมควรดิ้นรน สมควรฟาดเขาให้สลบ สมควรหนีไปจากที่นี่ เพียงแต่...สองแขนกลับไม่ยอมเชื่อฟัง มันกลับยกขึ้นสอดเข้าไปกอดรัดชายหนุ่ม พร้อมๆ กันนั้นเมื่อเขาประทับจุมพิตลงมา ความรู้สึกส่วนลึกจึงถูกดึงทึ้ง
สองมือของนางปัดป่ายกอดเกี่ยว ปลายลิ้นพัวพันกระหวัดเมื่อเขาเรียกร้อง กระทั่งเป็นฝ่ายพลิกร่างขึ้นทาบทับและเป็นฝ่าย...เคี่ยวกรำชายหนุ่ม
ม่านหน่าเตียงพัดพลิ้ว แพรพรรณชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกโยนลงมาพร้อมเสียงหอบกระเส่า
ในความเลือนรางท่ามกลางแสงจันทร์ ร่างงามกำลังควบขับเหนือร่างชายหนุ่มบนเตียง กระทั่งความสุขสมลอยอวล กลิ่นกามารมณ์คละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง คนทั้งสองต่างก็ไม่ได้สติเพราะถูกดอกหลิงหลานฉู่ควบคุม
ค่ำคืนอันยาวนานเต็มไปด้วยความวาบหวิวกระสันซ่าน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่คนทั้งสองปลดปล่อย ถึงอย่างนั้นกว่าที่ดอกหลิงหลานฉู่จะหมดฤทธิ์ก็เป็นยามฟ้าสาง
ทว่าเมื่อคนของหนานซานรุดไปถึงที่เรือนไห่ฮวา ในห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นกามารมณ์ กลับหลงเหลือเพียงร่างแกร่งที่นอนนิ่งบนเตียงของ...เว่ยเจ๋อหมิง
เดิมทีชื่อเสียงของหออวิ๋นเสียงก็เลื่องลือในหมู่ชาวยุทธ์ เนื่องจากเว่ยเซวียนยึดถือคุณธรรมและความเป็นกลางกับทุกฝ่าย ไม่ว่ากับพรรคมารหรือฝ่ายธรรมะ คนดีหรือคนชั่วเขาล้วนให้ความเป็นธรรมทั้งปฏิบัติตนกับอีกฝ่ายอย่างเท่าเทียม
ที่สำคัญไปกว่านั้นในขณะจดบันทึกจดหมายเหตุปฐมภูมิสามแคว้น เขาบันทึกทุกอย่างตามความเป็นจริง ไม่บิดเบือน ทั้งยังเก็บทุกอย่างเอาไว้เป็นอย่างดีในห้องลับที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้นอกจากทายาททั้งสามคนของหออวิ๋นเสียง
คนแรกคุณชายใหญ่เว่ยฮ่าวเทียน ผู้สืบทอดหออวิ๋นเสียงและเป็นผู้ดูแลหอเก็บบันทึกของปฐมภูมิสามแคว้น
คนที่สองคุณชายรองเว่ยเจ๋อหมิง ว่ากันว่าฝีมือของเขาร้ายกาจเป็นที่เลื่องลือ แต่เพราะคดีสังหารคนตระกูลจ้าวกว่าหกสิบชีวิต ทำให้เขาถูกพิษร้ายแรงจนไม่อาจใช้วรยุทธ์เกินสี่จากสิบส่วนที่เขามี
คนสุดท้ายคุณชายเล็กเว่ยซีเสียน ฉลาดเฉลียวหลักแหลม เขาเป็นคนที่มีความทรงจำเป็นเลิศ เห็นอะไรผ่านตาเพียงครั้งเดียวกลับจดจำได้ไม่มีวันลืม
ผู้คนยกย่องว่าหออวิ๋นเสียงล้วนเต็มไปด้วยยอดคน แต่ใครจะรู้ว่าสี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ยอดคนก็ยังสามารถตกลงไปในหลุมพรางและกับดักของผู้อื่นได้
ที่สำคัญไปกว่านั้นสิ่งที่เห็นก็ใช่ว่าจะเป็นดังที่ผู้คนคาดคิดเสมอไป บางครั้งเบื้องหน้าอันสวยงาม อาจมีความลับซุกซ่อนอยู่ก็เป็นได้
เดิมทีเว่ยเจ๋อหมิงถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดหออวิ๋นเสียง ทว่าหลังเขาถูกพิษร่างกายก็ไม่อาจแบกรับเรื่องใดนานๆ ได้ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะปฏิเสธ ซึ่งบิดาของเขาก็เห็นแล้วว่าบุตรชายคนรองไม่อาจสืบทอดหน้าที่สำคัญนี้ ดังนั้นหน้าที่ดูแลหออวิ๋นเสียงจึงถูกส่งต่อให้เว่ยฮ่าวเทียน
หลังทนทุกข์กับพิษที่ได้รับอยู่นานในที่สุดก็มีข่าวลือเกี่ยวกับจ้าวแห่งพิษ ศิษย์คนที่สามของจ้าววังบุปผาหยก บิดาของเขาใช้เส้นสายจนสามารถติดต่อกับซย่าเหม่ย อีกฝ่ายยื่นข้อเสนอสองข้อเป็นข้อแลกเปลี่ยน
