ตอนที่ 2 ชู้รักของฝ้าย -2
ฝ้ายนิ่งเงียบไปเมื่อผมยิงคำถามที่คาใจมาหลายวันเข้าใส่ ผมถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้ฝ้ายตอบ แล้วคำตอบของฝ้ายก็ทำเอาผมหน้าชา เพราะมันตรงกับที่ผมคิดเอาไว้ในใจและเป็นคำตอบที่ผมภาวนาว่าอย่าให้เป็นเพราะเรื่องนี้เลย!!!
“นนท์ ฝ้ายขอโทษ ฝ้ายนอกใจนนท์”
ฝ้ายพูดจบก็ร้องไห้โฮออกมา ส่วนผมช็อคกับคำตอบที่ออกมาจากปากของฝ้ายเองโดยที่ผมไม่ต้องเสียวเวลาหาวิธีใด ๆ มาค้นหาความจริงอีกต่อไป ผมพยายามตั้งสติคิดว่าจะจัดการกับปัญหาตรงหน้ายังไง มันไม่ง่ายเหมือนแก้ปัญหาหน้างานเลย
ฝ้ายยังคงร้องไห้ไม่หยุดและดูเหมือนจะหนักขึ้นด้วย เป็นครั้งแรกตั้งแต่คบกันมาที่แฟนผมร้องไห้หนักขนาดนี้ ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลายรอบเพื่อดึงสติตัวเองกลับมา
ผมต้องเลือกระหว่างรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้เพราะผมเองก็ทำผิดต่อฝ้ายมานับครั้งไม่ถ้วน อีกตัวเลือกก็คือการปล่อยมือจากฝ้ายแล้วจบความสัมพันธ์ของเราซึ่งข้อหลังดูเหมือนผมจะไม่เปิดทางให้ฝ้ายเลือกเลยเพราะผมยังหวังว่าฝ้ายอาจแค่เผลอใจไปชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น รวมถึงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วผมก็เลือกวิธีที่ประณีประนอมที่สุดเท่าที่ตัวเองจะคิดได้ในสถานการณ์แบบนี้
ผมเข้าไปกอดฝ้ายเอาไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง ฝ้ายยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก
“นนท์ ฝ้ายขอโทษ ฮือๆๆๆๆ ฝ้ายขอโทษ ฮือๆๆๆๆๆๆๆ”
ฝ้ายเอาแต่ร้องไห้แล้วก็พูดคำว่าขอโทษออกมาแค่อย่างเดียว จนสุดท้ายผมต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาบ้าง
“ฝ้าย ฝ้ายใจเย็น ๆ หยุดร้องไห้ก่อน แล้วเรามาคุยกันดี ๆ เราจะหาทางออกด้วยกันนะ ถ้าฝ้ายรู้สึกผิดแสดงว่าฝ้ายก็ยังรักเราอยู่ อย่าให้เรื่องนี้มาทำลายความสัมพันธ์ของเราเลย”
“ฮึก ๆ ฮืออออออ นนท์ไม่โกรธไม่เกลียดฝ้ายเหรอ ที่ฝ้ายทำแบบนี้”
“เราก็ไม่ใช่คนดีอะไรมากนะ ยอมรับว่าเสียใจ แต่ตอนนี้เราทั้งคู่ต้องตั้งสติแล้วหันหน้าคุยกันถ้ายังอยากไปต่อ”
ดูเหมือนคำพูดของผมจะได้ผล ฝ้ายเริ่มตั้งสติขึ้นมาได้บ้างแล้วแต่ยังตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของผม พอเห็นว่าฝ้ายเริ่มสงบลงผมจึงค่อยยิงคำถามต่อไป
“อยากเล่ามั้ยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แล้วกับคนนั้นถึงขั้นไหนกันแล้ว”
ผมถามจบก็ลุ้นว่าฝ้ายจะยอมเปิดใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผมฟังหรือเปล่า เพราะมันค่อนข้างละเอียดอ่อนทั้งต่อฝ้ายและต่อผมเอง ฝ้ายสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ สองสามครั้งก่อนที่จะเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผมฟัง
เรื่องของเรื่องก็คือช่วงที่ฝ้ายต้องไปนอนค้างที่วิทยาลัยบ่อย ๆ ทำให้ฝ้ายใกล้ชิดกับพี่ที่ทำงานคนหนึ่ง จากที่ตอนแรก ๆ ฝ้ายพยายามเลี่ยงและย้ำกับแกว่าฝ้ายมีแฟนแล้ว แต่พอเจอลูกตื๊อและการเอาอกเอาใจของพี่เขานานวันเข้าฝ้ายก็ใจอ่อนมีใจให้จนได้ จนในที่สุดจากแค่นอกใจฝ้ายก็เผลอนอกกายผมจนได้
ฝ้ายเล่าต่อว่าวันที่ผมไปหาฝ้ายก็อยู่กับพี่เขาในโรงแรม กว่าจะกลับเข้าหอก็เกือบเที่ยงคืน จนเช้าวันต่อมาลุงยามมาบอกฝ้ายว่าผมมาหาฝ้ายก็เดาออกว่าผมคงจะสงสัยแน่ ๆ ฝ้ายรอให้ผมถามแต่ผมก็ไม่ยอมถาม ส่วนฝ้ายเองก็อยากเล่าแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง จนฝ้ายเองก็ไม่เป็นอันทำงาน
“แล้วฝ้ายกับพี่เขายังคบกันอยู่มั้ยหรือยังอยากจะสานต่อความสัมพันธ์หรือเปล่า” ผมถามออกไปตรง ๆ
“ไม่แล้ว ตั้งแต่วันที่นนท์ไปหาฝ้าย ฝ้ายก็บอกเลิกกับพี่เขา”
“แล้วพี่เขายอมเหรอ”
“ตอนแรกพี่เขาก็ไม่ยอม แต่ฝ้ายก็ใช้คำพูดขู่เขาว่าถ้าไม่เลิกยุ่งกับฝ้าย ฝ้ายจะเอาเรื่องไปบอกเมียแก พี่เขาถึงยอม”
“แสดงว่าฝ้ายก็รู้อยู่แล้วว่าพี่เขามีเมียแต่ก็ยังเผลอตัวเผลอใจไปกับพี่เขา”
“ฝ้ายผิดไปแล้วนนท์ นนท์อภัยให้ฝ้ายได้มั้ย จะให้ฝ้ายทำยังไงฝ้ายก็ยอม”
“เอาตรง ๆ นะฝ้าย ไหน ๆ เราก็เปิดอกคุยกันแล้ว ฝ้ายสบายใจได้ว่าเราจะไม่เอาเรื่องนี้มาทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเราที่สู้มาด้วยกันขนาดนี้ อีกอย่างเราเองก็เคยทำผิดต่อฝ้ายและเราก็รู้ว่าฝ้ายรู้แต่ฝ้ายก็ยังไม่เคยว่าอะไรเรา ถ้าฝ้ายบอกว่าระหว่างพี่เขากับฝ้ายมันจบกันไปแล้วเราก็เชื่อฝ้าย เราเองก็ผิดที่ละเลยฝ้ายจนฝ้ายเหงาและเผลอใจไปกับพี่เขา”
แล้วฝ้ายก็ร้องไห้อีกครั้งแต่ครั้งนี้มันเป็นน้ำตาแห่งความดีใจที่ผมให้อภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนผมกลับตรงกันข้ามจริงอยู่ที่ผมดูเหมือนใจกว้างกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ แต่ลึก ๆ ผมรู้สึกว่ากำลังถือแต้มต่อเหนือฝ้ายในการที่จะทำอะไรก็ตามหลังจากนี้ เพราะฝ้ายบอกเองว่าจะยอมตามใจผมทุกอย่าง ที่เหลือผมก็แค่รอเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแฟนสาวแสนดีให้เป็นสาวร่านรักตามจินตนาการที่ผมเคยได้แค่คิดแต่ตอนนี้เหมือนโอกาสที่มันจะเกิดขึ้นจริงอยู่ใกล้แค่ระยะเวลาไม่นานนี้แล้ว...
