ตอนที่ 1 ชู้รักของฝ้าย
เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่งที่ผมขับรถกะว่าจะไปเซอร์ไพร้ส์ฝ้ายแฟนผมที่ช่วงนี้ผมไม่มีเวลาให้เธอเหมือนเดิม ส่วนหนึ่งก็เพราะความเจ้าชู้ของผมที่แอบไปคบสาวรุ่นน้องคนหนึ่ง โดยคิดว่าฝ้ายเป็นเพียงของตายที่คงไม่หนีผมไปไหนหรือแอบมีใครแบบที่ผมทำ และผมไม่คิดเลยว่าการทำตัวดีผิดปกติในวันนั้นจะทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดกับตัวเอง หรือจะเรียกว่าเป็นเวรกรรมก็คงไม่ผิดนัก
ผมขับรถออกจากบ้านเพื่อไปหาฝ้ายที่วิทยาลัยที่เธอทำงานอยู่ จะว่าพยายามทำดีไถ่โทษก็คงไม่ผิด ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมก็มาถึงที่ทำงานของฝ้าย ผมเลี้ยวรถเข้าไปแล้วเปิดกระจกทักทายลุงยามพร้อมกับส่งขนมที่ซื้อมาให้แกเป็นสินน้ำใจ ลุงยามรับไป แต่สายตามองผมเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่แล้วก็เลือกจะเงียบ
ผมขับรถต่อมาจนถึงหอพักข้าราชการรถฝ้ายจอดอยู่ที่ลานจอดรถผมเลยคิดว่าฝ้ายน่าจะอยู่บนห้องพักก็เลยถือวิสาสะเดินขึ้นไปหาฝ้ายที่ห้อง พอไปถึงห้องผมก็เคาะประตูเรียกแต่ปรากฎว่าฝ้ายไม่ลุกมาเปิดประตูให้ แถมไฟในห้องยังถูกปิดเอาไว้
ผมไม่คิดว่าฝ้ายจะนอนตั้งแต่หัวค่ำ ผมเริ่มมีคำถามว่าถ้าฝ้ายไม่อยู่ห้องแล้วฝ้ายไปไหนเลยตัดสินใจโทรหาฝ้ายโดยไม่ได้บอกว่าผมมาหาและยืนอยู่หน้าประตูห้อง
“ฮัลโหลนนท์ กลับบ้านหรือยัง” ฝ้ายถามคำถามที่ผมคุ้นเคย
“กลับมาสักพักแล้ว ฝ้ายล่ะ กินอะไรหรือยัง งานยุ่งมากเลยเหรอ”
“ใช่ยุ่งมาก พอดีอาทิตย์หน้ามีแข่งทักษะวิชาการ นี่ฝ้ายก็นั่งปั่นงานอยู่ห้องเนี่ย”
ผมรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่กับคำตอบที่ฝ้ายบอก ซึ่งมันหมายถึงฝ้ายกำลังโกหกผมอยู่ ผมรู้สึกหน้าร้อนผ่าวไม่คิดว่าฝ้ายผู้หญิงแสนดีของผมจะพูดโกหก ที่สำคัญคือทำไมฝ้ายต้องโกหก
“งั้นฝ้ายก็ทำงานต่อนะ อย่านอนดึกมาก เราก็จะพักแล้ว” ผมพูดเหมือนตัวเองอยู่บ้าน
“โอเค นนท์ก็พักนะ แล้ววันศุกร์เจอกัน อาทิตย์นี้ฝ้ายยุ่งทั้งอาทิตย์เลย”
แล้วฝ้ายก็วางสายไปปล่อยให้ผมยืนงงอยู่ในดงคำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัว ผมอยากจะถามฝ้ายออกไปตรง ๆ ว่าฝ้ายไปไหนทำไมผมมาหาแล้วไม่เจอ แต่สัญชาตญาณของคนเจ้าชู้มันบอกผมว่ารอจับให้ได้คาหนังคาเขาจะดีกว่า แล้วผมก็ขับรถออกจากวิทยาลัยตรงกลับบ้าน
“อ้าวเฮีย ทำไมกลับมาเร็วจัง ไหนว่าจะชวนพี่ฝ้ายกินข้าว”
ต้นลูกพี่ลูกน้องที่อยู่บ้านเดียวกันกับผมถามขึ้นหลังจากเห็นผมเดินหน้าหงอยกลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติ
“ต้นเฮียว่าฝ้ายกำลังปิดบังอะไรเฮียอยู่ว่ะ”
“ยังไงอ่ะเฮีย ไหนพูดให้ฟังซิ”
“ก็เฮียไปถึงหน้าห้องฝ้ายแล้วฝ้ายไม่อยู่ แต่พอเฮียโทรหาฝ้ายโกหกว่าทำงานอยู่ห้อง”
“อ้าว! พี่ฝ้ายเนี่ยนะจะโกหกเฮีย ถ้าเป็นเฮียโกหกพี่เค้ายังพอว่า”
“เออก็นั่นแหละ เฮียถึงว่ามันแปลก ๆ ไง”
“แล้วทำไมเฮียไม่ลองจอดรถอยู่แถวนั้นรอดูว่าพี่ฝ้ายไปไหนกับใคร”
“คิดไม่ทันว่ะต้น อารมณ์แบบมันเหม่อ ๆ งง ๆ ว่าทำไมฝ้ายต้องโกหก หรือว่าฝ้ายจะมีคนอื่นวะ”
“เฮียค่อย ๆ ลองถามพี่ฝ้ายดูก็แล้วกัน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเฮียต้องหนักแน่นเอาไว้นะ แย่สุดก็คือพี่ฝ้ายอาจจะเหงาแล้วเผลอใจไปบ้าง แต่เทียบกับที่เฮียทำแล้วผมว่ามันต่างกันเยอะ ตรง ๆ เลยนะเฮียผมไม่อยากเห็นเฮียกับพี่ฝ้ายเลิกกัน”
“เออขอบใจว่ะ เฮียอาบน้ำนอนแล้วงั้น”
“แน่ใจเหรอว่าจะนอนหลับ”
จริงของต้น พออาบน้ำเสร็จผมก็เปิดเพลงบรรเลงฟังเสริมด้วยก้านไม้หอมเพื่อช่วยให้จิตใจผ่อนคลายขึ้นแต่มันไม่ช่วยให้ผมเลิกคิดได้เลย ใจหนึ่งผมก็อยากโทรไปหาฝ้ายแล้วบอกว่าผมไปหาเธอมาแต่ไม่เจอ ทำไมฝ้ายต้องโกหกว่าอยู่ห้อง
ผมคิดวนไปวนมาหยิบมือถือขึ้นมาก็หลายรอบ แต่พอเอาเข้าจริงผมดันเลือกโทรหาฝนสาวรุ่นน้องที่ผมแอบคบอยู่ เหมือนต้องการคนปลอบใจมากกว่าการจะเค้นเอาความจริงจากฝ้ายในตอนนี้ เพราะผมไม่แน่ใจว่าจะรับได้กับคำตอบที่มันไม่คาดคิด
“ฮัลโหลฝน นอนหรือยัง”
“ยังค่ะพี่นนท์ มีอะไรเหรอ อย่าบอกนะว่าคิดถึงฝน วันนี้เพิ่งเจอกันเอง”
“ก็แค่อยากได้ยินเสียง มันเหงา ๆ บอกไม่ถูก”
“มีอะไรคุยกับฝนได้นะพี่นนท์ เสียงพี่ดูไม่ค่อยดีเลย”
“พี่ไม่รู้จะพูดยังไงอ่ะ ฝนแค่คุยเป็นเพื่อนพี่สักพักได้ไหม”
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ พี่อยากคุยอะไรก็คุยมา ส่วนอันไหนที่ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด”
แล้วคืนนั้นผมกับฝนก็คุยกันนานเป็นชั่วโมง แต่ผมเลือกจะคุยเรื่องทั่วไป เรื่องความชอบ เรื่องงาน เรื่องเที่ยว โดยเลี่ยงที่จะคุยเรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคน ฝนไม่ซักไซ้แต่ทำตัวเป็นเพื่อนคุยและผู้ฟังที่ดีจนผมสบายใจขึ้นถึงได้วางสาย แต่กว่าจะหลับก็เกือบเที่ยงคืน
“ต้น ระหว่างเฮียไปแอบดูฝ้ายกับเฮียถามฝ้ายตรง ๆ แบบไหนดีกว่ากัน ตอนนี้ยอมรับว่าคิดมากเรื่องฝ้าย”
“ตอบยากนะเฮีย ถ้าไปแอบดูก็แสดงความไม่ไว้ใจออกมาชัดเจน เกิดไม่ใช่อย่างที่คิดแล้วพี่ฝ้ายรู้จะมีปัญหาเอา แต่ถ้าคุยตรง ๆ เฮียคิดว่าคำตอบจะออกมาแบบไหนล่ะ คือเกิดเค้ามีคนอื่นจริงแล้วขอเลิกเฮียรับได้เหรอ”
“นี่แหละที่เฮียกลัว ถึงตัวเองจะทำผิดต่อเค้ามาตลอดแต่ก็ไม่อยากให้เค้าทำกับเราบ้าง จะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้นะ”
“เอางี้มั้ยเฮีย ช่วงนี้เฮียก็ไปหาพี่ฝ้ายบ่อย ๆ เกิดเค้ามีใครอยู่มันก็จะได้ห่าง ๆ กันออกไปบ้าง”
“ฝ้ายไปขอนแก่นทั้งอาทิตย์ กลับมาก็วันศุกร์เย็น โอ๊ย อกจะแตกตายว่ะต้น เหมือนเวรกรรมตามสนองยังไงไม่รู้”
“ทำเป็นพูด แอนแฟนผมบอกว่าเมื่อคืนเฮียโทรหาฝนเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจแต่ไม่ยอมเล่า”
“ว่าแล้วว่าต้องเข้าหูแอนจนได้ คิดเอาไว้ไม่มีมีผิด”
“งั้นก็รอพี่ฝ้ายกลับมาก่อน แล้วจะเอาไงค่อยดูอีกที ลองสังเกตการใช้มือถือเขาห่าง ๆ ก็ได้ แต่อย่าถึงกับโจ่งแจ้งถ้าไม่มั่นใจ”
(ขอย้อนไปถึงความสัมพันธ์ของผม ต้น แอน แล้วก็ฝน สักเล็กน้อยนะครับ เผื่อใครยังไม่ได้อ่านเรื่องที่ผมเล่าเอาไว้ก่อนหน้านี้ แอนเป็นสาวรุ่นน้องที่อยู่ติดกับไซต์งานก่อสร้างที่ผมทำอยู่ ตอนแรกผมจีบแอนจนเกือบจะได้กันอยู่แล้ว แต่ตอนหลังแอนดันไปคบกับต้นน้องชายผม แล้วส่งเพื่อนสนิทอย่างฝนมาดามใจผม
เพียงแค่เดตแรกผมกับฝนพากันเข้าโรงแรมจนฝนตกเป็นผู้หญิงอีกคนของผม ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังจากนั้นไม่นานผมกับฝน และ ต้นกับแอน เราก็แลกคู่สวิงกิ้งกัน กลายเป็นวังวนสวาทที่อลเวงพอสมควรเพราะเราทั้งสี่คนต่างก็มีแฟนอยู่แล้ว
ส่วนผมกับต้นเราเคยเล่นเกมเสียวแบบชายสองหญิงหนึ่งกับแก้วผู้หญิงที่ผมนัดจากกลุ่มลับกลุ่มหนึ่ง แล้วนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมอยากให้แฟนตัวเองไปมีอะไรกับชายอื่นหรือโดนรุมบ้าง)
มาที่เรื่องของผมกับฝ้ายกันต่อครับ...
หลังจากคุยกับต้นฝ้ายก็โทรมาหาผม ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดิม ๆ คือหลังทุ่มนึง ผมรับสายพยายามจับน้ำเสียวงของฝ้าย
“ฮัลโหลฝ้าย เป็นไงบ้างเหนื่อยมั้ย”
“ก็เหนื่อยนะ เพราะต้องดูแลเด็ก ๆ ที่มาแข่งหลายคน นนท์ละเป็นไงบ้าง งานที่อุดรใกล้เสร็จหรือยัง”
“งานเก่าใกล้แล้ว แต่งานใหม่กำลังจะเริ่มต้นเดือนหน้า ช่วงว่าง ๆ เราไปเที่ยวทะเลกันมั้ย ไม่ได้เที่ยวด้วยกันนานแล้ว”
“นนท์”
“หืม มีอะไรเหรอฝ้าย”
“เปล่า ไม่มีอะไร คิดถึงนะ” เสียงฝ้ายเหมือนจะร้องไห้”
“ฝ้ายเป็นอะไรหรือเปล่า บอกเราได้นะ ทำไมต้องร้องไห้ด้วย”
“เอาไว้วันศุกร์ฝ้ายกลับไปแล้วเราค่อยคุยกัน แค่นี้ก่อนนะ”
แล้วฝ้ายก็วางสายไปปล่อยให้ผมคิดมากไปกว่าเก่าอีก ผมแทบจะรอให้ถึงวันศุกร์ไม่ไหว แต่ในขณะเดียวกันผมก็ทำเรื่องไม่ดีต่อฝ้ายอีกด้วยการนัดเจอกับฝนแล้วอยู่ด้วยกันทั้งคืน เป็นครั้งแรกที่ผมนอนค้างกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ฝ้าย
อ่านมาถึงตอนนี้คุณคงจะรู้สึกว่าผมเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมาก ผมขอน้อมรับเอาไว้เพราะผมก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ตัวเองทำได้ แต่พอรู้สึกว่าแฟนเราจะทำบ้างกลับมีอาการทุรนทุราย แถมแทนที่จะเลิกติดต่อกับฝนผมดันยิ่งตกหลุมรักฝนมากขึ้นไปอีก เพราะอยู่กับฝนแล้วผมสบายใจจนลืมเรื่องฝ้ายไปได้ชั่วขณะ
แล้วในที่สุดเย็นวันศุกร์ที่ผมรอคอยก็มาถึงจนได้ ผมรีบเคลียร์งานแล้วกลับบ้านเร็วกว่าปกติ ส่วนต้นอยากให้ผมอยู่กับฝ้ายสองคนเลยนัดแอนออกไปเที่ยวด้วยกัน ผมอาบน้ำเสร็จก็ลงมานั่งที่ชั้นล่างของบ้านพร้อมกับจิบเบียร์ไปด้วย ไม่ถึงหกโมงเย็นรถของฝ้ายก็เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน
ผมออกไปช่วยยกกระเป๋าและของฝากที่ฝ้ายซื้อมา สีหน้าของฝ้ายดูเหนื่อยไม่ก็กำลังเครียดกับเรื่องอะไรสักอย่าง ส่วนผมพอเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับฝ้ายยังไงดีจนฝ้ายอาบน้ำเสร็จ เราสองคนถึงมีเวลาอยู่ด้วยกัน
บรรยากาศในห้องนอนดูอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฝ้ายที่เคยร่าเริงสดใสกลับดูเงียบขรึมเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง แล้วในที่สุดฝ้ายก้เป็นฝ่ายทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ในห้องและในใจของเราสองคน
“นนท์ วันนั้นที่นนท์โทรมา นนท์ไปหาฝ้ายที่วิทยาลัยมาใช่ไหม”
“ใครบอกฝ้ายเหรอ”
“ลุงยามเป็นคนบอก”
“งั้นเราถามฝ้ายเลยก็แล้วกันว่าทำไมวันนั้นต้องโกหกเราด้วยว่าอยู่หอ”
ฝ้ายนิ่งเงียบไปเมื่อผมยิงคำถามที่คาใจมาหลายวันเข้าใส่ ผมถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้ฝ้ายตอบ แล้วคำตอบของฝ้ายก็ทำเอาผมหน้าชา เพราะมันตรงกับที่ผมคิดเอาไว้ในใจและเป็นคำตอบที่ผมภาวนาว่าอย่าให้เป็นเพราะเรื่องนี้เลย!!!
