บท
ตั้งค่า

Ep:4 ตัวซวย

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยหนู”

“…….” พี่เขาเงียบเอาแต่จ้องหน้าสีหน้าเขามันบอกอย่างชัดเจนว่าเอือมระอา เบื่อหน้าฉันเอามากๆ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะพี่สาวคนสวยพี่โมจิ กับพี่ภูชายสุดหล่อเข้ามาช่วย พี่พาร์ท เทพบุตรสุดหล่อคงไม่พามาที่โรงพยาบาลแน่นอน

“จะมองอีกนานมั้ย” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทำให้สติมันกลับคืนมา ก็จะอะไรเขาหล่อไงเลยเอาแต่มอง

“ขอโทษค่ะ ก็พี่หล่อหนูเลยอยากมองนาน ๆ ถือว่าเป็นบุญตา งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ” ตอนนี้ก็บ่ายโมงแล้วจะกลับไปทำงานก็คงเดินไม่ไหว แค่จะเดินไปป้ายรถเมล์ยังคิดหนักเลย เฮ้อ

“รู้มั้ยเจอเธอทีไรฉันซวยทุกที แทนที่จะได้กินข้าวแต่ต้องพาใครก็ไม่รู้มาหาหมอ” เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์

“ขอโทษค่ะ ที่หนูทำให้พี่เดือดร้อน” สองมือยกขึ้นไหว้เขาแล้วเดินขากะเผลกไปที่ป้ายรถเมล์ ไม่ได้โกรธเขาหรอก ที่พี่เขาพูดแบบนั้นก็มันเป็นเรื่องจริง ใคร ๆ ก็บอกว่าฉันมันคือตัวซวย! ไม่งั้นจะทำให้พ่อแม่ตายเหรอ

“เจ็บชะมัดเลย แล้วแบบนี้จะทำงานยังไงเนี่ย” กว่าจะเดินมาถึงป้ายรถเมล์ ก็ใช้เวลามากพอสมควร แล้วหมอคือบอก ห้ามเดินเยอะไม่เดินแล้วจะทำงานยังไง เฮ้อ...

ตุลา พฤศจิกา ธันวา มกรา กุมภา อีกแค่ 5 เดือนจะจบ ม. ต้องรีบหาเงินจะได้มีเงินเรียนต่อ ถึงจะไม่มีใครร่วมยินดีในวันที่ประสบความสำเร็จ

“หนูจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวหนู! ว่าหนูไม่ใช่ตัวซวย” ฉันแหงนหน้ามองขึ้นฟ้ายิ้มให้พ่อแม่ที่เฝ้ามองลงมาจากฝากฟ้าไกล

ฉันเชื่อแบบนั้นเชื่อว่าพวกท่านอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจตลอด ที่ทุกคนบอกว่าฉันเป็นตัวซวยเพราะวันที่เกิดเป็นวันที่พ่อแม่สูญเสียทุกอย่าง ธุรกิจล้มละลาย จากที่เคยมีทุกอย่างก็ไม่เหลืออะไรสักอย่าง

“ทำไมพ่อกับแม่ไม่เอาหนูไปด้วยนะ เธียร เหนื่อยจังเลยค่ะ” แค่คิดน้ำตามันก็จะไหล แต่ก็ผ่านมาแล้วทุกอย่าง แค่บางครั้งมันก็ต้องการใครสักคนที่คอยปลอบ อยู่ข้างๆ อยากมีชีวิตเหมือนคนอื่นที่ไม่ต้องดิ้นรน

แต่ก็ช่างเถอะคนเราเกิดมาต่างกันแค่มีกินไปวันๆ ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อก็พอแล้ว

“รอด้วยค่ะ” มัวแต่นั่งเหม่อรถเมล์มาก็เลยไม่เห็นดีนะเขาไม่ออกรถไปก่อน

“หลบๆ ๆ รีบ ชักช้า”

พรึบ

ตุ๊บ

“โอ๊ย ดะเดี๋ยวก่อนรอหนูด้วย”

ทำไงล่ะทีนี้ กำลังจะก้าวขาขึ้นรถ มีผู้ชายวัยกลางคนที่ไหนไม่รู้เดินมาชนแล้วตัดหน้า แล้วข้อเท้ามันเจ็บเลยล้มก้นกระแทกพื้น แล้วรถบ้ามันก็ออกไปเลย

“รอก่อน” แต่ก็ไม่ทันแล้วกว่าจะพยุงตัวรุกขึ้นได้มันก็ไปไกลลิบ

“ฮึ เธอไม่ใช่แค่ตัวซวยของคนอื่นนะ ธีรดา แต่เป็นตัวซวยของตัวเองด้วย เอาไงล่ะทีนี้” จะทำไงได้ก็เดินสิ กว่ารถจะขึ้นป้ายก็อีกนาน หิวก็หิว เช้า เที่ยง คงต้องรวมเป็นมื้อเย็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่เจียวตามเคย อาหารที่อร่อยที่สุดเพราะมีปัญญาซื้อกินได้แค่นี้

“เจ็บเป็นบ้าเลย” แต่เดินยังไม่ถึงสามก้าว ก็ไม่ไหวแล้ว

“ทำไมไม่มีเจ้าชายแบบในนิยาย มาช่วย เวลาแบบนี้นะ ถ้าทุกอย่างมันดูง่ายเหมือนในนิยายเหมือนในซีรีส์ก็คงจะดี” ตื่นๆ เลิกเพ้อแล้วรีบกลับบ้านได้แล้วยัยบ๊อง!!!นี่แหละฉันคนที่บ้าๆ บ่อ ชอบเพ้อฝันจินตนาการทุกอย่างไป แต่คนเรามีฝัน ดีกว่าไม่มีนิ ยิ้มเข้าไว้สิ่งเดียวที่จะทำให้มีความสุข อย่าไปคิดมากกับสิ่งที่มันยังมาไม่ถึง

แต่สิ่งที่ต้องคิด และคิดตอนนี้คือจะเดินยังไงให้ตัวเองไม่เจ็บ นี่แหละเรื่องยากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

1 ชั่วโมงผ่านไป

สรุปยังอยู่ที่เดิมนั่งรอรถเมล์ รออย่างไม่มีความหวัง รอจนจะมืดแต่ทำไมรถมันไม่มาสักที หิวก็หิวแทบจะแทะเล็บตัวเองกินแล้ว ถ้ากินอิฐ หิน ดินทรายแถวนี้ลงไปได้คงกินเข้าไปแล้ว

คงไว้ได้แค่กลิ่น

ที่ไม่เคยเลือนราง

ยังหอมดังวันเก่า

ยามเมื่อลมโชยมา

ทิ้งไว้เพียงอดีต

ที่ไม่เคยหวนมา

ซ่อนเธอไว้ในใจ

ไม่รู้จะทำยังไงเลยได้แค่นั่งฟังเพลงรอ อีกสัก 10 นาที ถ้าไม่มีรถมาคงต้องเดิน เจ็บหน่อยแต่ก็ต้องทน เกิดเป็นคนต้องไม่ยอมแพ้

“ขึ้นรถ”

“ไปขึ้นรถ คนเรียกไม่ได้ยินรึไง แล้วเธอเป็นบ้าอะไรชอบทำให้ฉันเดือดร้อนอยู่เรื่อย”

แต่ระหว่างที่กำลังเพลินๆ ใครก็ไม่รู้เดินเข้ามาแล้วดึงหูฟังออก แต่พอเงยหน้าขึ้นมองเท่านั้นแหละ

“พี่พาร์ท” ถึงกับต้องฉีกยิ้มกว้าง เขามาได้ไง เขาเป็นห่วงฉันแน่ ๆ เลย

“เอาไปของเธอ” เขาทำเสียงแข็งพร้อมยื่นกระเป๋าเงินให้

“ของหนู?” ฉันรับจากมือเขาพร้อมเกาหัวทำหน้าสงสัยลืมไว้ตอนไหน? แย่จริงๆเลย

“เธอนี่มัน” เขาขบกรามแน่น ฉันไปทำอะไรให้ทำไมต้องดุ แล้วเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ ฉันก็ได้แต่คิดว่าไปทำหล่นไว้ตอนไหน ดีนะไม่ได้ขึ้นรถเมล์ไม่งั้นได้โดยด่าหูชาแน่

“นี่!!จะนั่งบื้อ อีกนานมั้ย” แต่ต้องตกใจเมื่อเสียงเข้มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเขามันดูไม่สบอารมณ์เลย

“เรียกหนูเหรอ” ฉันชี้นิ้วใส่ตัวเองมองซ้ายขวา แต่ตรงนี้มันมีฉันคนเดียว

“…..” สายตาคมกริบที่จ้องมามันดูน่ากลัวมาก ก็ใครจะไปรู้ว่าเรียกก็ไม่เห็นบอกอะไร ไม่พูดใครมันจะไปรู้ ไม่ได้มีสัมผัสพิเศษนะ ถึงจะได้รู้ไปซะทุกอย่าง

จ๊อก ๆ

“อดทนอีกนิดนะ จะถึงห้องแล้ว” ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถอยู่ ๆ ท้องมันก็ร้อง ก็นี่มันจะหกโมงเย็นแล้ววันนี้ทั้งวันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยแม้แต่น้ำหยดเดียว แต่ก็ได้แค่ข่มใจเอามือลูบท้อง พูดบอกมันเบาๆ

จ๊อก ๆ

“ขอโทษค่ะ” แต่ไอ้ท้องบ้านี่มันก็ไม่เชื่อฟังจะร้องอะไรนักหนา

“…….” แล้วพี่พาร์ทเขาถึงกับพ่นหายใจแรงๆ ออกมาอย่างรำคาญ

“ใกล้ถึงแล้วพี่จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” ถ้าจอดตรงนี้เดินอีกแค่ 500เมตร ก็ถึงหน้าห้องเช่าแล้ว เห็นพี่เขาหงุดหงิดแบบนี้แล้วไม่อยากรบกวน แค่นี้มันก็มากพอแล้ว

“พะ พี่จะไปไหน” แต่อยู่ ๆ เขาก็ตีไฟเลี้ยวกลับรถไปไหนไม่รู้

“ฉันไม่ หน้ามืดปล้ำเธอหรอก” เขาพูดแค่นั้นแล้วขับรถไปไหนไม่รู้ พอเห็นสายตาดุดันคู่นั้นก็ได้แต่นั่งจ้องหน้า จะพูดอะไรก็ไม่ได้เพราะตอนนี้มันหิวจนไม่มีแรงจะพูดอะไรแล้ว

“โอ๊ย” แต่อยู่ ๆ มันก็ปวดท้องขึ้นมา ปวดจนเหงื่อท่วมตัว มันปวดบิดอยู่ในท้องมันแสบๆ ยังไงก็ไม่รู้

“เป็นอะไรของเธอ” พี่พาร์ท หันมาถาม

“ปะ เปล่าหนูไม่ได้เป็นอะไร” ฉันฝืนยิ้มให้เขาไป แค่นี้พี่เขาก็รำคาญจะตายแล้ว

“ปวดท้อง” เขามองมาที่มือที่กุมหน้าท้อง

“เธอนี่มัน!!โธ่เอ๊ย!!” แล้วพี่พาร์ท ก็ไม่พูดอะไรแต่กลับเร่งความเร็ว ซึ่งตอนนี้มันก็ปวดจนแทบจะขยับตัวไม่ได้ เหงื่อมันเปียกโชกไปทั้งตัว....

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel