Ep:3 รักแรกพบ
…..เธียร…..
ไม่รู้ว่าเป็นอะไร คล้ายๆ โลกมันเปลี่ยนไป
มองไปทางไหน สวยงามกว่าเคยทุกครั้ง
ทางโน้นก็ดูแปลกไป หัวเราะได้จนสุดทาง
โลกช่างสดใสทั้งวัน
“คิ้ว หู ตา จมูก ปาก”
“คนอะไรหล่อไม่มีที่ติ”
“พี่พาร์ท พี่พาร์ท พี่พาร์ทของน้องเธียร” ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นบ้าอะไรเหมือนกัน ถึงได้กลายเป็นคนบ้าถึงขนาดเก็บเอามาฝัน ลุกขึ้นหยิบดินสอมาวาดภาพ ผู้ชายที่แทบจะไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ นี่มั้ยนะเขาเรียกรักแรกพบ
“จะมองมุม ซ้ายก็หล่อ ขวาก็หล่อ จะมุมข้างๆ ด้านหน้า ด้านหลัง อร๊ายๆๆๆๆ กรี๊ดดดดด คนหล่อ”
….ธีรดาพูดยิ้มคนเดียวมองภาพชายหนุ่มในฝันที่เธอลงมือวาดขึ้นมา ไม่ว่าจะมองภาพนี้ทีไรมันก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ พองโต
“ทำยังไงนะหนูถึงจะได้เจอพี่อีก” เฮ้อ แต่ก็คงได้แค่แอบฝัน คนที่มีพร้อมทุกอย่างแบบนั้น เขาคงจะมาสนใจเด็กข้างถนนอย่างเธอ ธีรดา แต่ใครสนกันล่ะ การรักใครสักคนมันไม่ได้จำกัดว่าต้องได้เขามาครองแค่ได้แอบมองและแอบรักมันก็สุขใจ
ก็เหมือนเวลาเราดูซีรีส์แล้วเห็นพระเอกหล่อๆ ใครถูกใจก็มโนว่าเขาคือแฟนเรา ความสุขมันอยู่ที่เราต่างหาก แต่ตอนนี้เธอควรตื่นจากฝันยัยบ๊องแล้วอาบน้ำไปทำงานได้แล้ว ไม่ได้บอกใครนะฉันบอกกับตัวเองนี่แหละ
วันนี้เป็นวันเสาร์ ทุกวันหยุดต้องไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้าน MK ที่ห้างดีที่ผู้จัดการเขารับเด็กที่ไม่ถึง 18 เข้าทำงาน เด็กก็ทำงานได้นะ ขอแค่ได้เงิน
“แล้วเจอกันนะคะพี่พาร์ท” หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ไม่ลืมที่จะจุ๊บแก้มคนในภาพเพื่อจะได้มีแรงทำงาน
ตอนนี้ก็07.00น. กว่าจะไปถึงก็เวลาทำงานพอดี ก็คนต้องนั่งรถเมล์ไป ขึ้นแท็กซี่แพงก็แพงแบบนี้ประหยัดกว่ากันเยอะ ถึงจะต้องตื่นเช้าหน่อยแต่เธียรไหว แค่นี่เอง
อีกแค่ 5 เดือนก็จะครบ 18 ปี ถึงเวลานั้นก็ทำงานได้หลายอย่างขอแค่ขยัน แค่นั้นก็ไม่อดตายแล้ว
“มีงานก็มีเงิน อยากมีเงินก็ต้องทำงาน” นี่คือสิ่งที่ท่องทุกวัน คนเราเกิดมาต่างกัน แค่ได้เกินมาเป็นคนก็บุญเท่าไหร่แล้ว ใครจะดูถูกก็ช่างเขาไม่ได้ไปขอเขากิน
หลายครั้งที่เพื่อนๆ ชอบพูดดูถูก ลูกไม่มีพ่อไม่มีบ้างล่ะ เด็กข้างถนนบ้างล่ะ แล้วไงก็มันจริงอย่างที่เขาว่าแต่ฉันก็ไม่เคยโกรธนะ แค่คิดว่ามันคือแรงผลักดันทำให้มีความเข้มแข็งกว่าคนอื่น คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราเลือกที่จะเป็นได้ เก็บเอาคำดูถูกมาเป็นแรงใจ คอยหมั่นเต็มพลังให้ตัวเองอยู่ตลอดแค่นี้ก็พอแล้ว
เราห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้แต่เราห้ามความคิดตัวเองได้ ห้ามท้อ ห้ามหมดหวังเราต้องทำให้ได้แค่นั้นพอ
“สวัสดีค่ะ” สองมือยกมือไหว้พี่นงนุช ผู้จัดการใจดีที่รับเข้าทำงาน
“มาแต่เช้าทุกวันเลยนะ อีกตั้ง 20 นาทีกว่าร้านจะเปิด” พี่นุชพูดยิ้มๆ
“วันนี้รถไม่ติดค่ะ เธียรไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ” ฉันยิ้มให้พี่เขา เดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า กว่าร้านจะเปิดก็ไม่มีอะไรทำก็ปัดกวาดถูพื้นรอ ดีกว่าอยู่เฉยๆ
“วันนี้คนเยอะ เหนื่อยหน่อยนะ”
“แค่นี้เองสบายมากเธียรไหว” ปากบอกไหวแต่คือท้องมันบอกว่าหิวข้าว เมื่อเช้ามัวแต่เพ้อถึงพี่พาร์ท ลืมกินข้าวก่อนออกมาแล้วของกินที่นี่แพงจะตาย อดทนไว้เธียรเดี๋ยวพักเที่ยงได้กินข้าวร้านข้างทางที่ทั้งถูกและอร่อยแล้ว
“เธียรเป็นอะไร หน้าซีดๆ นะ” พี่พนักงานเดินเข้ามาถาม
“เปล่าคะ เธียรแค่มึนๆ คนเยอะ” แต่วันนี้คนเยอะจริงนะ พูดจบก็รีบเดินเอาของไปเสิร์ฟ ตั้งแต่เช้ามาเดินไปกลับ กรุงเทพเชียงใหม่ได้แล้วมั้ง
“พี่พาร์ท เร็วญี่ปุ่นหิวแล้วนะตั้งแต่เช้ามายังได้กินอะไรเลยนะ”
“โมจิเดินเร็วได้มั้ย”
“ภูผา ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย”
“ส่วนนาย ขุนศึกถอยออกมาห่างๆ น้องสาวฉัน”
พอได้ยินชื่อพี่พาร์ทฉันหันขวับคอแทบหัก เป็นเข้าจริงๆ ด้วย ตัวจริงเสียงจริง เขาเดินมากับพี่ผู้หญิงคนนั้นที่เจอกันเมื่อวันก่อน กับผู้ชายที่กวนๆ กับผู้ชายอีกคนที่เหมือนเขาเลยดูนิ่งๆ ขรึมๆ ส่วนผู้หญิงที่ควงแขนพี่เขาเข้ามาเธอดูสวยแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด เสื้อเกาะอกเอวลอย กางเกงยีนเอวสูงเธอดูสวยมาก ได้แต่มองตามพี่พาร์ทตาละห้อย เหมือนหมามองเครื่องบินเลยฉัน
“รับอะไรดีคะ” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินเข้าไปพูดยิ้ม เพราะนี้มันคือหน้าที่ของพนักงานเสิร์ฟอย่างฉัน แต่ตาเจ้ากรรมมันก็ได้แต่แอบมองพี่เขาอยู่ได้ คนอะไรหล่อไม่เว้นวันหยุดราชการ
“คนน่ารัก นี่เองนึกว่าใคร” เป็นผู้ชายคนนั้นที่ชื่ออะไรนะ เขาชื่อขุนศึกใช่น่าจะชื่อนี้พูดขึ้น
“เอาอันนี้ อันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้ค่ะ” เป็นผู้หญิงที่แต่งตัวแซ่บๆ สั่ง
“ภูผาตัวเองกินอะไรญี่ปุ่นสั่งให้” แล้วหันไปพูดยิ้มกับผู้ชายอีกคน แบบนี้เธอก็ไม่ใช่แฟนพี่พาร์ทสิ แต่เธอจะดีใจอะไรธีรดา ถึงเขาจะไม่ใช่แฟนกันเขาก็ไม่มองเธอหรอก นี่ขนาดส่งยิ้มให้ขนาดนี้เขายังทำเหมือนเธอเป็นแค่ธาตุอากาศ เฮ้อ คงเป็นได้แค่เทพบุตรในฝันเพราะตัวจริงเขาคือซาตาน ชอบฆ่าคนด้วยสายตา
“โมจิล่ะกินอะไร” ผู้ชายที่ชื่อขุนศึกพูดขึ้นแต่เขายังส่งยิ้มให้ ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้ไปมันไม่ได้เขินนะแต่มันแปลกๆ เขาดูกะล่อนมากผู้ชายคนนี้
“พี่สั่งไปเยอะแล้วโมจิไม่เอาอะไรแล้วค่ะ”
“งั้นเอาแค่นี้”
แล้วก็ได้แต่ยิ้มแห้งก่อนจะเดินกลับเข้าครัว ฮื่อ พี่พาร์ทไม่แม้แต่จะมองมาเลย อยากร้องดังๆ แต่ไม่เป็นไรแค่ได้ปลื้มได้แอบมองเขาแบบนี้ก็ดีใจแล้ว
“คนอะไร แค่นั่งเฉยๆ ยังหล่อ” ระหว่างที่รับออเดอร์ลูกค้าอีกโต๊ะ ก็ได้แต่แอบมองพี่เขาที่พูดยิ้มอยู่กับใครไม่รู้พี่น้องเขาแหละ
“อึก” แต่พอเขามองมามันก็ต้องตกใจ รีบตีเนียนทำเป็นว่าไม่ได้มอง แต่จะทันมั้ยไม่รู้ เนียนๆ เข้าไว้ อย่าไปมอง อย่าไปแสดงออกว่าเธอชอบเขา
“แต่เขาหล่อจริงนะ” อีตาบ้าจะมองเขาอะไรหนักหนา เหมือนคนบ้าแล้วตอนนี้ด่าตัวเองในใจ
“พอๆๆๆ เลิกมองเลิกคิดทำงาน ทำงาน ทำงานเธียร” พอดึงสติกลับมาได้สองขาก็รีบเดินเอา ออเดอร์ลูกค้าไปส่ง
“น้องระวัง!!!!”
โคล่ม!!!
เพล้ง!!!
“อัก อึก”
“ฮื่อ ฮื่อ เจ็บ เจ็บ”
“ว้าย ตายแล้วใบเตยลูกแม่!!!”
ระหว่างที่กำลังจะเดินเอาบิลออเดอร์ไปส่ง สายตามองไปเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กกำลังยืนอยู่หน้าป้ายร้าย และเหมือนป้ายมันจะล้ม สองขาลีบวิ่งเข้าไปคว้าตัวน้องออกมา แต่ด้วยขาที่สั้นน้องไม่เป็นไรแต่ป้ายมันทับขาฉันเต็มๆ
“ฮื่อ เจ็บ เจ็บ”
“พาน้องไปหาหมอก่อนค่ะ ต้องขอโทษจริง” ตอนที่วิ่งเข้าไปช่วยน้องคงจะพุ่งเข้าไปแรงเกินไปหัวน้องเลยกระแทกพื้นดีนะที่ไม่แตก
แต่ตอนนี้มันปวดที่ข้อเท้ามาก ได้ยินแค่เสียงพี่นุชที่ขอโทษพ่อแม่เด็ก ในร้านก็วุ่นวายคงจะตกใจเพราะเสียงป้ายล้มมันดังมาก
“พะ พี่นุช ชะ ช่วย”
“…..”
