บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ความลับที่ไม่ควรรับรู้

ในขณะสมองเธอมีแต่ความสงสัย ทว่าไม่กล้าพอที่จะถาม ทั้งที่มันคือสิทธิส่วนบุคคล เธอมีสิทธิ์จะปกป้องตัวเองก็ได้ เมื่อรู้สึก​ไม่​ปลอดภัย

"มองหน้าฉัน จะเอาอะไร"

ดวงตาคู่หวานหลบหลีกกระทันหันทันที หลังชำเลืองแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา แล้วถูกจับได้ เธอลอบมองอยู่หลายครั้ง ไม่คิดว่าครั้งนี้เขาจะหันกลับมาสบตา

"เปล่าค่ะ"

เอมิเลียปฏิเสธ​ ดวงตา​สั่น​ระริก​

"ฮึ เด็กน้อย เธอโกหกฉันไม่ได้หรอก "

".....​"

"อยากจะรู้อะไร ถามมา"

ก่อนหัวใจทั้งดวงจะหล่นลงไปอยู่บนตาตุ่ม เอมิเลียเม้มปากแน่น ไม่คิดว่าจะถูกจับได้ อ้ำอึ้งอยู่อึดใจนึง ภาวนาให้คำถามของเธอนี้ ไม่ถูกเขาตะเพิดกลับมา

"เอมิ..."

"ทำไมต้องพาหนูไปด้วยคะ ทั้งที่คุณสามารถส่งหนูกลับไปก่อนได้ "

เธอหันขวับชิงถาม ครูซัสเลิกคิ้ว

"เธอหมายถึงอะไร?? จะบอกฉันว่าเธอคือคนอื่นไม่สมควรจะพาเข้าไป น่ะหรือ" ย้อนถามกลับ

"ใช่ค่ะ ทั้งที่มันเป็นความลับ"

"เธอจะบอกอะไรฉัน? "

"หนูไม่ควรจะมารับรู้ หรือได้ยินอะไรแบบนี้"

"เธอก็แค่ลืมมัน สาวน้อย... "

เอมิเลียถึงกับเม้มปากเป็นเส้นตรง ช่างใจ ไปไม่ถูก เมื่อชายหนุ่มแนะนำเธอเสียงเรียบ ไร้ท่าทีตื่นเต้นใดๆทั้งสิ้น ต่างจากเธอ ที่ตอนนี้เริ่มจะประหม่าเพราะกลัวเขาเข้าแล้วจริงๆ

"อยู่กับฉัน ยังไงก็ดีกว่าอยู่บ้าน อาจทำเธอเสียขวัญบ่อยหน่อย แต่เชื่อฉันสิ เธอจะปลอดภัย "

ครูซัสทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะนั่งนิ่งเหมือนเก่า ส่วนเอมิเลีย ก็เอาแต่นั่งก้มหน้า เพราะไม่กล้าจะถามต่อ เธอรู้ หากมากกว่านี้เขาหงุดหงิดแน่ เลยต้องปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมรถทั้งคันมาตลอดทาง จนกระทั่งถึงที่หมาย เอมิเลียเดินคอตกตามหลังชายหนุ่มมาติดๆ ในใจเต็มไปด้วยความอึดอัด เพราะไม่รู้จะสรรหาคำพูดแบบไหนมาพูดดี จึงปลีกตัวออกมาจากเขา ต่างกับเขาที่ตอนนี้นำหน้าเธอด้วยจังหวะการก้าวเดินปกติ ก่อนจะหยุดกะทันหันตรงหน้าบันได ทำเอมิเลียที่ไม่ทันมองหน้าจูบแผ่นหลังเขาเต็มๆ

ปึก!

"อ๊ะ ขอโทษค่ะ อีกแล้ว..." ก่อนลูบหัวตัวเองป้อยๆ

ครูซัส เก็บอาการในความเปิ่นซ้ำซากของเธอโดยการสูดลมหายใจเข้าปอดสุดลึก

"กลับห้องเธอไปได้แล้ว"

สั่งเธอโดยไม่หันมามอง เอมิเลียพยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวกลับห้องตัวเองแต่โดยดี

"ค่ะ ขอบคุณ​นะคะ สำหรับมหาลัย" ทว่า กลับต้องชะงักด้วยคำทิ้งท้ายนี้

"ไม่เป็นไร มันคือหน้าที่ แม่ฉันอยากจะทำให้เธอ ฉันก็แค่รักษาสัญญา อย่าสร้างปัญหา​ก็​แล้ว​กัน "

หญิงสาวเงียบกริบ ทั้งรู้สึกแย่ ทั้งขอบคุณมาดามเรกาโดในใจ ก่อนยิ้มอ่อน หันไปลดศีรษะ​ให้เขา

" ....ค่ะ"

"อ้อ พรุ่งนี้ก่อนเก้าโมง ฉันจะให้ลูกน้องพาเธอไปซื้อเสื้อผ้านะ เตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ "

"ค่ะ"

และอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกมาจริงๆ... ด้วยสภาพจิตใจที่ดูไม่จืด

เอมิเลียเดินห่อไหล่มาถึงห้อง ไม่ทันสังเกตุเห็นสายตาคู่หนึ่ง ทอดมองเหยียดมาจากอีกห้อง ซึ่งอยู่เยื้องกันกับเธอ เรกาโด เคลที่ กวักมือเรียกสาวใช้ ที่กำลังเดินใกล้เข้ามา เพื่อถามไถ่

"ยัยนั่นน่ะหรือ เด็ก​ในอุปถัมภ์​ของคุณแม่"

ซีอาร์​หลบตาทันควัน หลังชะงักเท้าตอนหล่อนเรียก เม้มปากกว่าจะตอบ

"ค่ะ"

"มันชื่ออะไร? "

"คุณหนูเอมิเลียค่ะ"

เพี๊ยะ!

สาวใช้หน้าหันไปตามแรงมือ เสี้ยวแก้มชาเป็นแถบ หลังพูดคำนี้ออกมาไม่ทันจบ

"แกกล้ายกย่องมันมาเทียบฉันงั้นหรือ? "

เคลที่ตาลุกวาว ข่มเสียงต่ำอย่างเอาเรื่อง ซีอาร์ก้มหน้าสลด ปากสั่นระริก อยากจะร้องไห้ ทว่าต้องเก็บอาการไว้

"ซะ ซีอาร์ไม่กล้าค่ะ แต่นายท่านสั่ง"

"เฮอะ เลยต้องทำตามงั้นสิ"

"ฮึก.."

"ไสหัวไปให้พ้น! "

สิ้นสุดคำนี้ ซีอาร์ไม่รีรอ กุลีกุจอ​รีบรนรานออกมา โดยไม่หันกลับไปมองอีก ปล่อยเจ้านายเจ้าอารมณ์​อยู่​ข้างหลัง ด้วยความโกรธ โทสะหนักจนกู่ไม่กลับ ทำหล่อนต้องกำมือแน่น ถ้าไม่ติดว่า ตัวหล่อนเองก็เกรงกลัวพี่ชาย ยามเขาโมโหร้ายแล้วฟิวขาดมากกว่าหล่อนหลายเท่าเล่าก็ ยามนี้ขาคู่นี้คงพาหล่อนไปอาละวาดสมาชิกใหม่สมใจอยากเรียบร้อย

"มีโอกาสก่อนเถอะ แกไม่มีทางมายืนชูคอ ใกล้พี่ชายฉันแบบนี้แน่"

ทางด้านของเอมิเลีย หลังเดินมาถึงห้อง สิ่งแรกเริ่มที่ทำคือการนั่งเหม่อ ในอกแสนจะทรมานเพราะคิดถึงบ้านเก่าจับใจ ทว่าไม่รู้จะติดต่อกลับไปยังไง และไม่รู้ฝั่งโน้นจะให้ติดต่อไหม... เลยได้แค่นั่งเฉยอยู่แบบนี้

ก็อก ก็อก ก็อก

เสียงเคาะประตูดังเป็นจังหวะสามครั้งเช่นเคย ทำเอมิเลียหลุดออกจากภวังค์​หันไปมอง

"ไม่ได้ล็อคจ้ะ"

ยิ้มอ่อนเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ต่างจากซีอาร์เอาแต่ก้มหน้านิ่ง หญิงสาวหุบยิ้มลงทันควัน เริ่มผิดสังเกตุ

"พี่ซีอาร์ หน้าของพี่.."

ลุกพรวดลงจากเตียงไปยืนตรงข้าม ก่อนเพ่งมอง​ให้เห็นเต็มตา ในขณะสาวใช้ก้มหน้า หลบตาไม่อยากให้เธอรับรู้ ทว่า เหมือนยิ่งห้ามยิ่งยุ มือบางนุ่มนิ่มยกขึ้นมาเกาะกุมกรอบหน้า ช้อนเบาๆให้หล่อนเงยขึ้นมาสบตากับเธอ

"ฮึก..."

และเมื่อเห็นรอยแดงช้ำเป็นรอยง่ามนิ้วทั้งห้า หญิงสาวถึงกับเบิกตาโพลงตกใจทันที

"ใครทำพี่คะ "

สาวใช้หลบตา เบือนออกไปทางอื่น เอมิเลียถอนหายใจพรืด เพิ่งนึกขึ้นได้เธอไม่ควรถาม มันอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของหล่อน ซึ่งยากต่อการอธิบาย มือคู่บางจึงค่อยๆลดลงทัน หญิงสาวกรอกตาไปมา ก่อนถ่างขึ้นเล็กน้อย หมุนตัวไปหยิบยาดมที่พกติดไว้ในกระเป๋า แต่ไม่ค่อยได้ใช้ สาเหตุที่เก็บไว้กับตัวมาตลอด เพราะบ่อยครั้งในชีวิต เธอมักจะพบแต่คนเป็นลม ไม่คนแก่ชรา ก็เด็กขี้โรค

"ทายานี้นะคะ จะได้ไม่บวมมาก "

เอมิเลียยิ้มอ่อน ยื่นนิ้วมาแต้มตรงรอยช้ำนั้นด้วยความอ่อนโยน การกระทำของเธอทำให้ซีอาร์หัวใจพองโต เพราะไม่เคยได้รับความอบอุ่นและเอาใจใส่แบบนี้มาก่อน จากหน้าสลดกักเก็บน้ำตาไว้เต็มที่ ตอนนี้ปล่อยให้ไหลลงมาอาบแก้ม พร้อมมองหน้าเธอด้วยแววตาที่ซาบซึ้ง แทนคำขอบคุณ

"เก็บไว้นะคะ เผื่อวันไหนพี่ต้องใช้มัน "

เมื่อทาเสร็จ เธอยัดมันใส่อุ้งมือซีอาร์

"แต่ว่าคุณหนู..."

"ไม่ได้เอาไว้ใช้กับหนูหรอกค่ะ หนูพกไว้เผื่อเจอคนเป็นลมเฉยๆ"

"โถ้..."

สาวใช้ถึงกับเข่าอ่อน นึกไม่ถึงว่าจะเจอคนจิตใจอ่อนโยนขนาดนี้ และนึกไปไกลถึงอนาคต เธอจะอยู่ยังไง หากวันข้างหน้าถูกใครบางคนรังแก

ใช่ ปัญญาของหล่อน มีสถานะเพียงคนรับใช้เท่านั้น จะปกป้องอะไรได้

"รีบไหมคะ "

ซีอาร์หลุดจากความคิด ก้มมองยาดมซึ่งมาอยู่ในอุ้งมือของหล่อนเรียบร้อยแล้ว ช้อนตาขึ้นมองคนถาม สีหน้าเธอดูไม่จืด

"มีเก็บของ ล้างจาน ปัดกวาดอีกนิดหน่อยค่ะ คุณหนูมีอะไรหรือเปล่าคะ "

"มานั่งตรงนี้สิคะ "

เอมิเลียตบเบาะเตียงข้างตัวเองสองสามที

"ค่ะ "

รอให้ซีอาร์ทำตาม จึงพูด

"ต่อไปนี้ เรียกหนูว่า เอมี่ ก็พอค่ะ"

"คะ?"

ก่อนยิ้มอ่อน ค่อยๆเลื่อนมือตนไปกุมมือแข็งผิวกร้าน บ่งบอกถึงสภาพทำงานหนักมานานเกือบค่อนชีวิต

"หนูไม่ชอบคำที่พี่เรียกเลย "

"แต่คุณหนูคะ..."

เอมิเลียชิงส่ายหน้าไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้เถียง

"มันดูให้เกียรติกันเกินไป พี่เรียกหนูแบบนี้ เราจะสนิทกันยากนะคะ หนูอยากคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง "

"ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้านายท่านทราบ จะไม่พอใจพี่มากๆ ...."

ทว่า ซีอาร์ยังคงดื้อรั้น ค้านเธอท่าเดียว หญิงสาวเห็นอย่างนั้น จึงปั้นปากงอน

"เขาคงไม่ว่าอะไรหรอกพี่ซีอาร์ ถ้าให้พูดกันตรงๆ ที่มาของหนูมันต่ำกว่านี้ด้วยซ้ำไป อย่าให้เกียรติหนูเลย "

"โถ่ คุณหนู ฮึก.."

ซีอาร์ถึงกับร่ำไห้ บีบมือหญิงสาวแน่น ต่างกับเอมิเลียที่นั่งงงเมื่อเห็นหยดน้ำตานั้น

"พี่ร้องไห้ทำไมคะ "

"ปะ เปล่าค่ะ"

"....."

"อยู่ดีๆ เกิดนึกถึงน้องสาวขึ้นมา หากเธอยังอยู่ คงอายุราวๆกับคุณหนู "

"เอ๋..? ทำไมถึงไม่อยู่ เธอไปไหนหรือคะ?"

เอมิเลียเอียงคอถาม ไร้เดียงสา ก่อนจะเงียบไป หลังซีอาร์เงยหน้าขึ้นมาเล่า

"ตายไปแล้วค่ะ เมื่อยี่สิบปีก่อน ที่โรงเรียนพร้อมเพื่อนอีก 36 คน"

"กะ เกิดอะไรขึ้น?"

ใช่ เธอตกใจหนัก ถึงขั้นถามเสียงสั่น ถ่างตาเบิกกว้าง เอามือปิดปากตัวเองไว้ พลางอุทานเมื่อได้ยินคำตอบนั้น

"สงครามระหว่างผู้นำประจำหมู่บ้านค่ะ เธอถูกกราดยิง ส่วนพี่รอดมาได้ เพราะคุณพ่อของนายท่านช่วย.."

"โอ พระเจ้า.."

หลังพูดคุยกับซีอาร์อีกไม่กี่ประโยค​และปล่อยหล่อนไปทำหน้าที่ของหล่อน เหลือเพียงสาวน้อยวัยละอ่อน จิตใจข้างในอ่อนโยนไม่สมกับสิ่งแวดล้อมที่พบเจอมา อยู่ลำพังเหมือนเดิม เธอยืนกอดไหล่ตรงหน้าต่าง สายตาทอดมองไปไกลลิบ เหม่อลอยไร้จุดหมาย ชีวิตที่นี่ ไม่ต่างกับติดคุกเหล็ก หากไม่มีช่วงเวลานึงที่จะต้องออกไปเรียนหนังสือ เธอคงไม่ต่างจากนักโทษ แม้ร่างกายเสมือนสบายก็เถอะ ทว่า สภาพจิตใจทรุดโทรมเต็มที

เมื่อนานมาแล้ว นับย้อนไปกี่ปีนั้นเธอไม่อาจจะจำมันได้ จำได้แค่ว่า เคยมีครั้งนึง ซิสเตอร์พาเธอ พร้อมเพื่อนกลุ่มเดียวกันออกไปข้างนอกรั้ว บำเพ็ญประโยชน์ให้แก่สังคม ครั้งนั้นเธอเจอหญิงสาวคนนึงยืนเหม่อลอยอยู่คนเดียว มองเพียงข้างหลังก็ทำให้รู้แล้วว่าหล่อนนั้นเป็นคนสวย ร่างบางสง่า เปี่ยมไปด้วยสีขาวสะอาดตา ไร้ความดุร้าย ข้างหน้าของหล่อนมีบ่อน้ำเล็กๆ หล่อนมองมันเสมือนมันคือสิ่งที่มีชีวิต เอมิเลียไม่รู้ว่าท่าทางนั้นหมายความ​ว่าอะไร ทว่า เธอรับรู้ถึงความทุกข์ระทมได้

ใช่ หล่อนเศร้า...

เศร้าเสียจนสิ่งรอบข้างหมองหม่นไปหมด

ภายใต้ดวงตาไร้เดียงสาของเด็กหญิงเอมิเลียจึงเห็นทุกอย่างเป็นสีเทา เธอแอบอยู่มุมเสา ก่อนจะค่อยๆเดินออกไปยืนข้างๆ ช้อนตามองจนกระทั่งหล่อนหันมา ดวงตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยรอยช้ำรอบกรอบหน้า ก้มลงมามอง เด็กน้อย ที่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่มีความรู้สึก​ตกใจ กับสภาพทรุดโทรมที่ได้เห็น บ่งบอกถึงผ่านการร้องไห้และอดหลับอดนอนเลยสักนิด แต่กลับยื่นมือน้อยๆไปจับมือบางนั้น บีบทิ้งน้ำหนักลงเบาๆ

*" คุณป้า เจ็บไหมคะ..."*

เอ่ยเสียงใส นั่นทำให้มาดามเรกาโดยิ้มอ่อน ส่ายหน้ากลับมา กลบเกลื่อนความจริงในใจ ทว่า ประโยคอีกประโยค​สามารถทำให้หล่อนสะอื้นไห้อย่างเลี่ยงได้

"คุณป้าอย่าโดดลงไปเลยนะคะ คุณพ่อบอกเอมี่ว่า คนฆ่าตัวตายจะเป็นบาป"

"ฮึก....."

"ไปหาคุณพ่อกับเอมี่ไหมคะ ไปสารภาพทุกอย่างต่อหน้าพระเจ้า เผื่อจะทำให้คุณป้าเปลี่ยนใจได้"

"โธ่....."

ตอนนั้นเธอช่างไร้เดียงสา จวบถึงตอนนี้ก็ยังคงเดิมอยู่ ต่างกันแค่ว่า ไม่มีผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว คนที่เอ็นดูเธอ ถึงขนาดรับเธอเป็นลูกบุญธรรม นึกแล้ว เอมิเลียคิดถึงหล่อนเหลือเกิน

ด้านครูซัส หลังกลับมาพร้อมกัน ก็วุ่นอยู่แต่กับ​งาน​บน​โต๊ะ​สลับ​กับ​โทรศัพท์​ที่เดี๋ยวเข้าเดี๋ยว​ออกจนยุ่งเหยิงพาลให้ปวดหัว เขานั่งกุมขมับ ก่อนช้อนตาขึ้นเมื่อมีคนเข้ามา

"บอกกี่ครั้งแล้ว ให้เคาะประตู ฮึ"

เอ็ดตะโรเสียงทุ้มต่ำ ทว่า คนมาใหม่หาได้สนใจไม่ เดินปึงปังมายืนตรงหน้าเตรียมโวยวาย

"เอามันเข้ามาอยู่เสวยสุขทั้งที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าก็ว่าแย่แล้ว พี่ยังจะยกย่องมันเทียบเท่ากับฉันอีก คิดอะไรอยู่" ทำคนฟังถึงกับถอนหายใจพรืด

"ถ้านี่คือเรื่องสำคัญ น้องควรจะนั่งลง แล้วพูดกันดีๆ เคลที่"

ปรามหล่อนด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้อารมณ์​เหมือนข้างใน นอกจากหล่อนจะยักไหล่ไม่แยแส ไม่สะท้กสะท้านกลับมาแล้ว เพราะรู้​นิสัยพี่ชาย อย่างไรก็ตามใจหล่อน

"ขนาดเข้ามายังไม่เคาะประตูเลย "

ยังจะกวนประสาทอีก ครูซัสพ่นลมออก พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ข่มเสียงต่ำ

"เราคุยกันแล้ว และจะไม่คุยอีก "

เดินมาทำงานต่อด้วยหน้าที่ตายสนิท ไม่แยแสยิ่งกว่าหล่อน ปล่อยให้น้องสาวอ้าปากเหวอ กรีดร้องขัดใจ แล้วเดินออกไปเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel