บทที่ 4 เธอเปรียบเสมือนตุ๊กตาไขลาน
นานจวบจนชั่วโมง กว่ารถจะแล่นมาถึง เอมิเลียนั่งตัวเกร็งตั้งแต่ตอนนั้น ต่างกับครูซัสที่เอาแต่นั่งเงียบขรึม บ้างชำเลืองมองออกไปนอกหน้าต่าง เสมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ซึ่งค่อนข้างจะเครียด และยากต่อการคาดเดา
ในขณะหญิงสาว ภายในจิตใจของเธอเต็มไปด้วยความมืดดำ มึนงง และล้มเหลว หลังได้ยินข่าวการเสียชีวิตของผู้มีพระคุณผู้นั้น
"เอกสารเธอล่ะ "
"เตรียมมาครบแล้วค่ะ"
ขาคู่เล็กเรียววิ่งตาม ขาแกร่งอย่างกับเด็กติดแจ ทว่าเปล่าเลย เธอกลัวจะทำอะไรผิดพลาดให้เขาขุ่นมัวใจอีกต่างหาก เพราะไม่อยากให้ประวัติซ้ำรอยแล้วกับเหตุการณ์อย่างเมื่อคืน
ชายหนุ่มรุดหน้าโทงๆเข้าสู่ใจกลางตึกห้องอธิบดีไม่รีรอหญิงสาว ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต่างกับเธอที่ดูเหนื่อยหอบน่าดู แทบหายใจไม่ทัน
ใช่ เธอรู้ เธอทำภารกิจวันนี้สาย และนี่คือสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ถึงใกล้จะเป็นลมล้มทั้งวิ่งยังไงก็ห้ามเหนื่อย และหน้าแปลกนอกจากเขาไม่เอ็ดตะโรแล้ว กับการเสียเวลาที่มันมาจากเธอ บวกคำตำหนิสภาพการแต่งตัวของเธอก่อนหน้า ก็เหมือนจะถูกเมินไปด้วย
ครูซัสไม่มีทีท่าว่าจะอาย ในขณะคนมองและพากันขำครึ่งค่อนมหาวิทยาลัยยามเธอวิ่งผ่าน จนกระทั่งภารกิจผ่านไปด้วยดี เขาพาเธอเข้ามาเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยนี้ได้สำเร็จ ด้วยอิทธิพลเงินเป็นปึกฟ่อนของเขา เอมิเลียเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทว่า ทำได้แค่รู้สึกแย่เท่านั้น เข้าใจแล้ว กับท่าทีแสดงกริยาไม่ชอบขี้หน้ากับการเข้ามาอยู่ในบ้านของเธอจากเขา
ใช่... มันคือคำขอของมาดามเรกาโดก่อนท่านจะสิ้นใจ ซึ่งถ้าไม่เขาคงไม่ทำ
เสียงสมาร์ทโฟนชายหนุ่มดังคั่นจังหวะหลุดออกจากตึกกำลังเดินไปที่รถ ชายหนุ่มหยุดฝีเท้ากดรับสาย พลางหันมาชำเลืองมองเธอซึ่งเดินตาม เอมิเลียก้มหน้านิ่ง เท้าชะงักไปด้วย
มือนึงที่ไม่ได้จับโทรศัพท์ล้วงกระเป๋ากางเกง ในขณะปากเม้มสนิท สีหน้าขรึม กำลังตั้งใจฟังปลายสาย
"จำเป็นมากขนาดนั้นเชียวหรือวะ"
ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาในที่สุด
"เออ ฉันไปก็ได้ แต่มีข้อแม้นะ..."
"....."
"อย่ามาว่ากันทีหลังก็แล้วกัน หากฉันจะพาคนแปลกหน้าเข้าไปด้วย "
"....."
ที่ทำให้คนฟังอย่างเอมิเลีย ขนลุกซู่...
ตึกสูงกึ่งผับกึ่งร้านอาหาร ทว่าร้างราผู้คนเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเปิด ข้างบนคือโซนโรงแรม สูงฉลูดจนนับชั้นไม่ถูก เอมิเลียถูกพาเดินมาที่นี่ ด้วยชุดเชยเฉิ่มชุดเดิม ท่าทางเธอประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ทอดน่องตามผู้ปกครองเสมือนลูกแมวเชื่องๆ สายตาสาดส่องไปทั่ว นอกจากฝาผนังที่ดำเทาสไตล์ดาร์กตลอดแนวทางเดินแล้ว ก็มีเหล่าบอดี้การ์ด ผู้รักษาความปลอดภัย ร่างกายทะมัดทะแมงในชุดสูทสีเดียวกันซึ่งยืนกลมกลืนกันอยู่นี่แหละ ที่ทำให้เธอหลบตาและลอบกลืนน้ำลายทุกครั้งที่เผลอมองตา
ปึก!
"อ๊ะ... ขะ ขอโทษค่ะ"
เพราะความประหม่าไม่หยุด เท้าคู่สวยเกิดสะดุดกันเอง ถลาไปชนแผ่นหลังครูซัสเข้า เขาใช้สายตาตำหนิเธอเล็กน้อย ก่อนจะเดินต่อ
ห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส เย็นยะเยือกไปด้วยอุณหภูมิแอร์ บรรยกาศต่างจากข้างนอกลิบ เอมิเลียกำลังสงสัย อยู่กันตั้งหลายคน ทำไมพวกเขาถึงไม่เปิดไฟ
"นั่งสิ"
ครูซัสพยักหน้าให้เธอนั่ง ส่วนเขานั้น เดินตรงไปนั่งกับเพื่อนของเขาที่โซฟายาว ซึ่งหากจะให้นับเดาเอาจากการเคลื่อนไหว น่าจะมีอยู่ราวๆ ห้า หกคน
"สวัสดี สาวน้อย"
เสียงทะเล้นของใครคนนึงในกลุ่มนั้น หันมาทักทายเธอ เขานั้นยิ้มอยู่ แต่น่าเสียดาย... เธอกลับมองไม่เห็น
"อะ.. เอ่อ สวัสดีค่ะ"
เธอทักทายกลับไป พยายามเพ่งมองให้เห็นภาพตรงหน้าให้ชัดเจน ทว่า...
"แฮ่ม! "
เสียงกระแอมของครูซัสทำเธอก้มหน้างุนลงทันที
"เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า อย่ามัวเสียเวลา"
"ใจร้อนจัง ไอ้บิ๊กครูซ"
"ไม่คิดจะแนะนำ สาวน้อยคนนั้นให้พวกเรารู้จักหน่อยหรือวะ "
"ได้ข่าวว่า พามาไกลจากรั้วความซิง "
"ฮ่าๆๆๆ"
หนึ่งประโยคหนึ่งน้ำเสียง ดังผสานกัน ก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะร่วน ถูกอกถูกใจ
"หุบปากไปเลยไอ้ซัน "
ก่อนหญิงสาว ซึ่งได้ยินชัดเต็มสองหู จะบีบมือเข้าหากันแน่น ในใจอึดอัด เริ่มเกรงกลัวกับบุคคลปริศนาเหล่านี้ และไม่ชอบเอาเสียเลย กับความมืดมิด ชนิดทำเธอหายใจไม่ออก
พรึ่บ
"ขอดูหน้าหน่อย"
แสงขาวจากสปอร์ตไลท์ส่องมาที่เอมิเลียเพียงจุดเดียว เธอสะดุ้งโหยงเผลอเงยหน้าขึ้น ภาพที่เห็น คือผู้ชายกลุ่มหนึ่ง ประมาณห้าคน เท่าที่เธอเดาไว้ตั้งแต่แรก ดวงตาหวานหลับปี๋ ยกแขนคู่กันแสงนั้น จะยังไงเธอก็เห็นพวกเขาไม่ชัดอยู่ดี
"ว้าว หน้าสวยใช่เล่น ขาว หุ่นดี เสียดาย หน้าอกเล็กไปหน่อย"
"เงียบน่าไอ้คูดัส "
"มึงน่าจะหาเสื้อผ้าดีๆ ให้เธอใส่สักหน่อย"
รู้สึกแค่บทสนทนาของพวกเขา ที่พากันรุมวิจารณ์เธอ น้ำเสียงคนละเสียง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีครูซัสด้วย ที่พยายามห้ามปรามพรรคพวกของตัวเอง ก่อนหญิงสาวจะลดแขนเรียวลง หลังไฟนั้นดับสนิท
"เอาล่ะสาวน้อย พวกเรารู้จักกันแล้ว รบกวนเธอนั่งเฉยๆ ให้พี่ชายได้ทำงาน โอเค๊? "
"ไม่ต้องฟังเลยยิ่งดี "
และนาทีนี้ล่ะมั้ง ที่ทำเธอรู้สึกถึงความกดดันสุดขีด จะห้ามไม่ให้ฟังได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาคุยกันแบบเปิดเผย อีกอย่าง... มันยุติธรรมแล้วหรือ พวกเขารู้จักและเห็นหน้าเธอแค่ฝ่ายเดียว
"สรุป เรียกกูมา มีเรื่องอะไร"
ครูซัสเป็นคนเปิดวาระการประชุม
"เรื่องไอ้เวย์ มันย้ายแก็งค์"
"ทำไม? ไม่ศรัทธา ในแก็งค์เดิมของมันแล้วรึไง? "
"คงงั้น ใครมันจะอยากรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับคนที่ฆ่าเมียมันวะ"
โดยมีเอมิเลียนั่งห่อไหล่ พยายามอย่างมากที่จะนิ่งสงบอย่างที่พวกเขาสั่ง ทว่า ในแต่ละประโยคมันกวนใจให้เธอเสี่ยงตบะแตกเหลือเกิน
"แล้วไง เกี่ยวอะไรกับพวกเรา อย่าบอกนะ มันจะมาเข้าแก็งค์ด้วย"
"ถูกเผงเลยไอ้เสือ"
ครูซัสถึงกับขมวดคิ้ว เริ่มกดดัน ในขณะหันชำเลืองมองเอมิเลียเป็นระยะๆ และรับรู้ว่าเธอนั้นกำลังตกใจกลัว สายตาคมกริบเลื่อนมองไปยังมือเธอ ซึ่งบีบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันปูด ส่วนริมฝีปากขยับไปด้วย
"มันจะมาอยู่อย่างเต็มใจมาก หากมึงไปเจรจาให้"
"ทำไมต้องเป็นกู"
"เพราะมึงคือคนที่นิ่งสุขุมที่สุด"
"กูอาจจะทำปืนลั่นใส่หัวมันก็ได้"
"ถ้าเป็นแบบนั้น พวกกูจะถือว่าไอ้เวย์มันสมควรตาย"
"ฟู่ว.."
"เอาน่า คนอย่างมึงไม่ใจร้อนพอจะฆ่าใครพร่ำเพรื่อหรอก เพราะกูเชื่อในคติ ทำงานใหญ่ใจต้องนิ่งของมึง"
"กูขอเหตุผล ที่จะให้มันมาอยู่ที่นี่หน่อย"
"เพราะมันกุมความลับของแก็งค์เก่ามันอยู่ เราจะได้ประโยชน์จากมันมากมาย แค่เรารู้จุดอ่อนของพวกมัน"
"แล้วอะไรทำให้พวกมึงมั่นใจว่า กูต้องทำได้"
"ความขี้ขลาดไง ไอ้เวย์มันรู้ การจะออกจากแก็งค์มันไม่ง่าย"
"เฮอะ นี่กลายเป็นว่าพวกเราต้องไปอารักขามัน"
"เอาน่า บิ๊กครูซ กูบอกแล้วไง ว่ามันมีค่า.."
"....."
"แต่เฉพาะช่วงนี้ เท่านั้น"
เวเดโน่เน้นย้ำประโยคสุดท้าย ครูซัสพยักหน้าเป็นอันว่าตกลง ก่อนจะลุกพรวดเดินออกมาจากห้องนั้น ไม่คิดจะบอกลาใครสักคน
"ลุก"
โดยฉวยต้นแขนเอมิเลียบังคับให้เดินตามไปด้วย ในจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัวเช่นกัน
ความงงปนความตกใจทำให้เธอปิดปากเงียบสนิท เลือกที่จะสับขาวิ่งตามแรงดึงของเขาให้ทันมากกว่าการเจ็บปวด
ท่ามกลางความเคยชินของเพื่อนๆ ที่ทำได้แค่ส่ายศีรษะปนขำ กับการชอบใช้ความรุนแรงและข่มเหงของเขาเท่านั้น
"ฟัค ไอ้นี่.."
"แขนหลุดแล้วมั้งนั่น"
