นกน้อยคืนรัง ตอนที่ 4
“ไปๆ ลูกไป...ให้ตาอุ้มนะเดี๋ยวเดินแล้วหกล้มหัวทิ่มหัวตำจะเจ็บเอา” พอกับหลานก็มีความเสียงสองเสียงสาม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะก้มยกหลานขึ้นอุ้ม
“พ่อ! ริบบิ้นโตแล้วนะ ให้เดินเถอะ ตัวเองน่ะเดี๋ยวเอวเคล็ดเอวยอกขึ้นมาจะทำยังไง” ลูกสาวรีบเอ่ยปากห้ามด้วยความเป็นห่วง
“เอ...นังคนนี้ พ่อเลี้ยงแกมาจนโตมานั่งฉอดๆ ได้ขนาดนี้ แค่อุ้มไอ้ตัวเล็กหน่อยเดียวมันจะเป็นไรไป” ว่าแล้วก็เดินดุ่มๆ ออกจากบ้านที่ได้รับการดัดแปลงเป็นร้านค้าย่อมๆ อ้อมไปทางด้านหลังท่ามกลางเสียงพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันระหว่างตากับหลาน
“ตัวเล็กมาก...” วายาลากเสียงยาวเชิงประชดพ่อ ลูกของเธอทำไมเธอจะไม่รู้ว่าอุ้มแต่ละทีหนักฮึดขนาดไหน ไอ้ที่บอกที่กล่าวก็เพราะเป็นห่วง ไหงกลายเป็นถูกด่ากลับเสียได้เล่า
“ปล่อยพ่อเขาเถอะ...นานๆ จะได้อยู่กับหลานสักที ลูกเองก็ไม่ได้กลับบ้านมาบ่อยๆ พวกเราจะไปหารึก็นานๆ ที”
“ก็จะไม่ไปไหนแล้วไงคะแม่...จะกลับมาอยู่ที่นี่ตลอดไปเลย” เธอหันไปยิ้มให้กับผู้เป็นแม่
“ดีแล้วล่ะวิว...อะไรที่มันผ่านมาก็ให้ผ่านไปเถอะ ไม่ต้องไปคิดให้เสียเวลา มาอยู่ที่นี่เริ่มต้นชีวิตใหม่ ตั้งใจเลี้ยงลูก ดูแลลูกให้ดีที่สุดก็พอแล้ว” แม่อิ่มบอกลูกสาว ไม่เคยอยากรู้อยากเห็นเรื่องความบอบช้ำที่ลูกต้องเผชิญ
เพราะหากถามก็เป็นการซ้ำเติมกันเปล่าๆ วายาโตแล้วย่อมคิดและตัดสินใจเองได้ ยิ่งเป็นเรื่องครอบครัวนางเชื่อว่าลูกสาวคงตริตรองอย่างดีที่สุดถึงได้เลือกที่จะกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด...
ทีนี้พอถึงเวลาจะกลับบ้านตัวเองพ่อแสงกับแม่อิ่มก็ไม่ยอม คะยั้นคะยอแกมบังคับให้นอนที่บ้านให้ได้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของรัสเซลล์มาก เด็กหญิงอาบน้ำแล้วใส่เสื้อคอกระเช้าของยาย ยาวคลุมไปถึงน่อง
กางเกงในไม่มีก็ใส่แพมเพิสที่มีขายในร้านไปแทน จั๊กจี้ก้นนิดหน่อยเพราะเลิกใส่มานานแล้วแต่ก็ดีกว่าโล่งโจ้ง ส่วนวายาดีหน่อยที่ยังพอมีชุดเก่าๆ ที่แม่อิ่มพับเก็บไว้ให้ในห้องเก่าของเธออย่างดี ความสะอาดเรียบร้อยของเธอนั้นก็ได้มาจากการถูกแม่อิ่มเคี่ยวเข็ญมาแต่เล็กแต่น้อยนั่นแหละ
ตกเย็นพัฒนะก็กลับมาจากทำงาน เขายังมีตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวทำงานอยู่ที่อำเภอ แต่ก็วางแผนจะสอบบรรจุในเร็วๆ นี้
“น้าพัฒน์คะปิดตาก่อนค่ะ” รัสเซลล์บอกน้าชายที่นั่งเล่นตุ๊กตาบาร์บี้กับเธอในขณะที่แม่กับยายเข้าครัวทำกับข้าว ส่วนตานั้นกำลังอาบน้ำอยู่
“อ้าว...ทำไมต้องปิดตาล่ะ ไม่ให้น้าเล่นด้วยแล้วเหรอ” ชายหนุ่มซึ่งนั่งขัดสมาดข้างๆ หลานสาวถาม ตรงหน้าเต็มไปด้วยชุดตุ๊กตาสาวสวยและบาร์บี้อีกสี่ห้าตัวที่เพิ่งถอยมาให้จากตลาดในตัวอำเภอ เมื่อรู้ว่าหลานสาวอยู่ที่บ้าน
“น้องโป๊นี่คะ น้าพัฒน์เป็นผู้ชายดูไม่ได้ค่ะ ไม่ดี” สายตาคมโตมองแรงใส่น้าชาย ก็แม่สอนมาแบบนี้นี่นา เป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้มาก นอกจากแม่กับยายแล้วอย่าให้ใครเห็นตอนไม่ใส่เสื้อผ้า และน้องบาร์บี้ก็เป็นผู้หญิง เธอซึ่งเป็นพี่สาวก็ต้องคอยดูแลน้องเหมือนที่แม่ดูแลเธอสิ
“อ่ะๆ ปิดตาก็ปิด มองไม่เห็นแล้วทีนี้ทำไงต่อ” พัฒนะยกสองมือขึ้นแตะปิดสองตาตามคำสั่งหลานทันที
“เสร็จแล้ว! น้องคนนี้ชื่อราร่านะคะ ส่วนคนนี้ชื่อซิดนีย์ ดาเรน ไลลา แล้วก็วิเวียน” เด็กหญิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หยิบน้องๆ แต่ละนางอวดน้าชาย
“ราร่า...ชื่อนี้ทะแม่งๆ อยู่นะริบบิ้น”
“เหรอคะ งั้น...เปลี่ยนเป็นชื่อร่านดีไหมคะ” เธอขมวดคิ้วพยายามคิดชื่อที่เหมาะสม
“ไม่ได้! โอยตายล่ะ...ใครสั่งใครสอนเนี่ย ไม่เอาๆ เปลี่ยนๆ ครับ” พัฒนะจะขำก็ไม่กล้าขำ จะโกรธก็โกรธไม่ลง หลานของเขาก็ทำหน้ายู่หน้าย่นกะพริบตามองเขาเหมือนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เออ...เลี้ยงเด็กนี่มันยุ่งยากจริงเว้ย
“น้าพัฒน์ช่วยคิดหน่อยสิคะ”
“เอิ่ม...ชื่อมาลีก็แล้วกันนะ” ก็ไม่ใช่งานถนัดสักหน่อย ปกติแตะบอลตีเทนนิส โอกาสจะมานั่งเล่นตุ๊กตาแมนๆ นี่ตั้งแต่เกิดก็เพิ่งเคยครั้งแรกเหมือนกัน
“น้าพัฒน์อ่ะ เชยมาก ชื่อเหมือนเพื่อนยายเลยค่ะ”
“โห...น่ารักดีออก เฮ้อ...” บั่นทอนความมั่นใจกันหมดเลยเจ้าตัวแสบ พัฒนะถึงกับหงายหลังตึงไปกับพื้นนอนแผ่หลา
“น้าพัฒน์ลุกขึ้นมาเลยค่ะ” สาวน้อยวางตุ๊กตาลงแล้วจับตัวน้าชายเขย่า อีกฝ่ายร้องอืออาทำท่าจะขี้เกียจเลี้ยงหลานเสียแล้ว จึงถูกรัสเซลล์ลากมือหมุนวนไปวนมา “น้าพัฒน์ลุกมาเล่นกับหนูหน่อยค่า”
“เห่อ...เหนื่อยแล้ว น้าจะนอนแล้ว” ชายหนุ่มแกล้งลากเสียงยานหลับตาปี๋ กลับมาแทนที่จะได้นอนพักดูคลิปสาวๆ เหมือนทุกวัน กลับต้องมานั่งเล่นกับหลานจอมพลัง
