บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ยอมทำลายชื่อเสียงตนเอง

เมื่อกลับไปถึงเรือนของตนแล้วฮวาจื่อชิงก็ตรงไปนั่งในห้องอุ่นแล้วโบกมือไล่สาวใช้ของนางให้ออกจากห้องอุ่นไปให้หมด เหลือแค่เพียงนางและญาติผู้พี่ของนางเพียงเท่านั้น

“ชิงชิง แท้จริงแล้วเป็นเจ้าใช่ไหมที่วางแผนให้ร้ายอนุเฉียว” คำถามของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงชะงักมือที่กำลังรินน้ำชา นางเหลือบตาขึ้นมามองสีหน้าของฮวาจื่อเฉิงครู่หนึ่งแล้วจึงได้ลงมือรินน้ำชาลงในถ้วยดินเผาใบเล็กสองถ้วย ถ้วยหนึ่งสำหรับฮวาจื่อเฉิงส่วนอีกถ้วยหนึ่งเป็นของตนเอง

“ใช่แล้ว แท้จริงแล้วเป็นข้าเองที่วางแผนให้ร้ายนาง ข้าสังเกตเห็นว่านางหมายตาสินเดิมของท่านแม่ของข้ามานานแล้ว ข้าก็เลยช่วยสงเคราะห์ด้วยการสั่งให้สาวใช้รุ่นเล็กในเรือนของนางนำเครื่องประดับที่ท่านแม่ของข้าตำหนิว่าไม่สวยและไม่ชอบสวมใส่ไปให้นาง โดยอ้างว่าท่านพ่อของข้ามอบให้ แล้วหลังจากนั้นข้าก็มอบเงินให้สาวใช้ผู้นั้นไถ่ถอนตนเอง แถมยังมอบเงินอีกส่วนเพื่อเติมสินเดิมให้สาวใช้ผู้นั้นตอนที่ได้รู้ว่านางจะแต่งงานไปอยู่ต่างเมืองกับสามี” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงขมวดคิ้ว

“เจ้าไม่กลัวว่าอนุเฉียวจะจดจำสาวใช้ผู้นั้นได้แล้วตามตัวนางกลับมาเพื่อแก้ต่างให้ตนเองหรอกหรือ หากว่าสาวใช้ผู้นั้นกลับมาบอกกับผู้อื่นว่าเป็นเจ้าที่มอบหมายให้นางนำเครื่องประดับของท่านแม่ของเจ้าไปให้อนุเฉียว คนที่จะได้รับโทษโบยก็คงจะเป็นเจ้าแล้ว” คำถามของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงก็หัวเราะออกมาเบาๆ นางยกถ้วยชาขึ้นมาดูแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดูแคลน

“สตรีที่คิดว่าตนเองสูงส่งเช่นนางมีหรือที่จะสามารถจดจำใบหน้าของสาวใช้รุ่นเล็กในเรือนได้ อีกทั้งยามที่สาวใช้ผู้นั้นไถ่ถอนตนเองข้าก็จงใจมอบเงินให้แก่สาวใช้อีกหลายคนในแต่ละเรือนเพื่อให้พวกนางไถ่ถอนตนเองเช่นกัน ดังนั้นย่อมไม่มีผู้ใดติดใจสงสัยและติดตามไปสอบถามสาวใช้หลายคนที่ไถ่ถอนตนเองในเวลาไล่เลี่ยกันในช่วงนั้นแน่” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงพยักหน้าเป็นทำนองว่าเขาเข้าใจแล้ว

มารดาของฮวาจื่อชิงคือคุณหนูจากสกุลพ่อค้า เรื่องความรู้กิริยามารยาทอาจจะไม่ทัดเทียมคุณหนูสกุลใหญ่หลายสกุลในเมืองหลวงแต่เรื่องความมั่งคั่งซูอวี้หลันไม่ได้ด้อยกว่าผู้ใด แม้ว่าฮวาฉือท่านอาของเขาจะรังเกียจและเคยตำหนิว่าซูอวี้หลันรักใคร่เงินทองมากว่าเกียรติและศักดิ์ศรี แต่ยามให้เขาเลือกขึ้นมาเขาก็ยังเลือกแต่งซูอวี้หลันเป็นฮูหยินของตนอยู่ดี แล้วหลังจากนั้นจึงค่อยรับเฉียวเหมยคุณหนูสกุลใหญ่ผู้ตกยากเข้ามาเป็นอนุของตนในภายหลัง สร้างความขัดเคืองใจให้ซูอวี้หลันเป็นอย่างมากก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างฮูหยินผู้เป็นภรรยาเอกกับอนุอยู่เป็นประจำ

แม้ว่าฮวาจื่อชิงจะถือกำเนิดมาภายใต้ความขัดแย้งของผู้ใหญ่ภายในเรือน แต่สิ่งหนึ่งที่นางไม่เคยขาดแคลนเลยก็คือเงินทอง ทุกวันเกิดหรือวันที่นางรู้สึกดีนางก็พร้อมจะแจกจ่ายเงินทองของตนเองให้แก่สาวใช้ การใช้จ่ายเงินอย่างมือเติบของนางทำให้สาวใช้และบ่าวรับใช้หลายคนสามารถไถ่ถอนตนเองจากการเป็นข้ารับใช้ในจวนได้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดคิดสงสัยหากอยู่ๆ จะมีสาวใช้ไปขอไถ่ถอนตนเอง

“ภายในจวนแห่งนี้บรรดาข้ารับใช้อยากจะรับใช้ผู้ใดมากที่สุด ไม่ต้องสอบถามก็รู้แล้วว่าทุกคนจะต้องตอบไปในทิศทางเดียวกันว่าเป็นเจ้าที่พวกเขาอยากจะปรนนิบัติรับใช้มากที่สุด” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็ทำแค่เพียงยกชาขึ้นมาดื่มเพียงเท่านั้น ท่าทีเฉยชาไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธของนางทำให้ฮวาจื่อเฉิงอดทอดถอนใจไม่ได้

“เจ้าสามารถเป็นที่รักของทุกคนในจวนได้นับว่าเป็นเรื่องดี น่าเสียดายว่าหลังจากนี้อีกแค่เพียงไม่กี่วันเจ้าก็ต้องไปอยู่ในจวนอื่นด้วยฐานะอื่นเสียแล้ว” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็ส่ายหน้าในทันที

“อย่าได้ใช้เสียงที่เต็มไปด้วยความสงสารกับข้าเลย มันพลอยทำให้ข้ารู้สึกหดหูไปด้วย” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงทอดถอนใจออกมา

“ทั้งๆ ที่เจ้า เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของท่านปู่และท่านพ่อของข้าแท้ๆ ยังมีท่านอาอีก แม้ว่าเขาจะรักใคร่อนุเฉียวมากเพียงใดแต่ก็ยังทั้งรักและตามใจเจ้าอยู่ดี ยามนี้ข้าจึงคิดไม่ตกว่าเพราะเหตุใดพวกเขาจึงยอมให้เจ้าแต่งเข้าจวนสกุลเซี่ยไปเป็นฮูหยินของคนที่เรียกได้ว่าโหดร้ายมากที่สุดในแคว้นอย่างเซี่ยเหวินหลาง” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงจึงได้เอ่ยออกมาตามตรง

“คำสัญญาของเหล่าผู้อาวุโสยากนักที่จะผิดสัญญาได้ ใช่ว่าท่านปู่ ท่านลุงและท่านพ่อจะอยากให้ข้าแต่งงานกับเซี่ยเหวินหลาง แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่อาจจะผิดคำสัญญาได้ต่างหาก ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ใช้เรื่องการไว้ทุกข์ให้มารดาไปปฏิเสธการแต่งงานที่จวนสกุลเซี่ยแล้วแต่เรื่องการไว้ทุกข์ก็ยังไม่เป็นผล เซี่ยเหวินหลางยินดีที่จะรอให้ข้าออกทุกข์ก่อนแล้วค่อยแต่ง เมื่อทางเขายินดีรอพวกเราก็ยากจะปฏิเสธแล้ว” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงขมวดคิ้วในทันที

“นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ข้าไม่เข้าใจ คนอย่างเซี่ยเหวินหลางแม้ว่าจะเหี้ยมโหดไร้น้ำใจ แต่เขากลับยินดีที่จะรอให้เจ้าไว้ทุกข์มาตั้งสามปี เจ้ากับเขาไม่เคยได้พบหน้ากันสักครั้ง อย่าว่าแต่เจ้าเลยที่ไม่เคยได้พบเขาข้าที่เป็นบุรุษก็ยังยากจะได้เห็นหน้าเขาเลย คนผู้นี้วันๆ เอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่ในห้องทรงพระอักษร ได้ยินว่าในยามที่สั่งประหารผู้คนเขาสะบัดปลายพู่กันอย่างเลือดเย็นเป็นที่สุด ไม่มีทางที่เขาจะเป็นบุรุษที่หลงใหลในอิสตรีจนถึงขั้นยินยอมรอได้ถึงสามปีเช่นนี้แน่” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางจิบน้ำชาลงคอไปอึกหนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยต่อ

“จะว่าเป็นเพราะเขาอยากได้สกุลฮวาของพวกเราไปหนุนหลังก็คงไม่ใช่ ท่านปู่แทบจะไม่มีอำนาจอะไรในราชสำนัก เต็มที่ก็แค่เพียงได้รับความเคารพนับถือจากบรรดาขุนนางในราชสำนักเพียงเท่านั้น แต่หาได้มีอำนาจโน้มน้าวการตัดสินใจของพวกเขาได้ ท่านพ่อของข้าก็เป็นแค่เพียงรองเจ้ากรมคลังวันทั้งวันก็มักจะหลบหนีหน้าที่การงานกลับมานอนอ่านตำราที่จวน หาได้มีอำนาจตัดสินใจในกรมคลังได้ ส่วนท่านพ่อของเจ้าก็ยิ่งแล้วใหญ่รับราชการมาร่วมสิบปีหน้าที่การงานกลับถูกแช่แข็งอยู่แค่เพียงอาลักษณ์ของกรมอาญา บ่งบอกว่าไร้ซึ่งความสามารถในการทำงานอย่างแท้จริง ญาติทางฝั่งของภรรยาที่ไม่สามารถช่วยหนุนหลังเขาได้เช่นนี้แต่เซี่ยเหวินหลางกลับยังคงยืนยันที่จะแต่งงานกับเจ้า เรื่องนี้ทำให้ข้าอดรู้สึกไม่ได้ว่าสมองของเขาจะต้องมีปัญหาแน่ๆ” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงยิ้มออกมาอย่างจืดเจื่อนแล้วเอ่ยตำหนิญาติผู้พี่ของตนเองตามตรง

“หากท่านปู่ ท่านลุงและท่านพ่อมาได้ยินคำวิจารณ์เกี่ยวกับพวกเขาของพี่รอง ข้าเชื่อว่าทั้งสามคนย่อมจะยินดีที่จะช่วยกันจัดการท่านอย่างสมัครสมานสามัคคีโดยไม่ต้องมีผู้ใดคอยชี้นำอย่างแน่นอน” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงหัวเราะออกมาในทันที

“ข้าแค่พูดตามความเป็นจริงเพียงเท่านั้น” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงส่ายหน้า

“ไม่ว่าเซี่ยเหวินหลางกำลังคิดอะไรอยู่ข้าไม่สนใจหรอก คำสัญญาแต่เก่าก่อนของท่านปู่ทำให้ท่านปู่ไม่อาจจะผิดคำพูดได้ แต่ข้าหาใช่คนที่ทำสัญญาดังนั้นหากเป็นข้าที่ผิดต่อคำสัญญาพวกเขาก็ทำอะไรท่านปู่และคนสกุลฮวาไม่ได้แล้ว” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแต่แล้วเขาก็พลันขมวดคิ้วในทันที

“ใกล้จะถึงวันที่เกี้ยวสกุลเซี่ยจะมารับเจ้าที่หน้าประตูจวนแล้ว เจ้าจะบิดพลิ้วไม่ยอมทำตามคำสัญญาของท่านปู่ได้อย่างไร ต่อให้เจ้าหนีการแต่งงานไปจนสุดหล้าข้าเชื่อว่าท่านปู่ก็จะสามารถตามตัวเจ้ากลับมาแต่งงานได้อยู่ดี” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงยิ้มออกมา

“แต่หากข้าหนีตามบุรุษไป ไร้ซึ่งความบริสุทธิ์แล้วต่อให้ท่านปู่ส่งคนไปตามข้ากลับมาได้ข้าก็แต่งเข้าสกุลเซี่ยไม่ได้อยู่ดี เรื่องนี้คนผิดคือข้าไม่ใช่ความผิดของสกุลฮวา ทั้งเซี่ยโหวและท่านเสนาบดีเซี่ยย่อมไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะสร้างความลำบากให้สกุลฮวาแน่” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงเบิกตากว้างขึ้นมาในทันที

“นี่เจ้าคิดจะทำลายชื่อเสียงของตนเองเพื่อหลบเลี่ยงการแต่งงานหรือ” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“ใช่! ข้าจะทำลายชื่อเสียงตนเอง” ฮวาจื่อชิงยอมรับออกมาแต่โดยดีทำให้บนใบหน้าของฮวาจื่อเฉิงเต็มไปด้วยความวิตกกังวลในทันที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel