บทที่ 6 แฟนเก่ามารอ
“ว่าได้เหรอ ถ้าบอกว่ามีคนคุยแล้วย่าหญิงต้องถามชื่อแล้วต้องให้พาไปแนะนำให้รู้จักแน่นอน มึงเชื่อดิไม่นานหรอก” น้องน้ำหนึ่งโพล่งขึ้น
“เออ... คิดเหมือนกูเลย” เด็กสาวครุ่นคิดสีหน้าจริงจังพลางยกมือขึ้นมาเท้าคางขบริมฝีปากล่างจนน่าเอ็นดู
“งั้นถ้าพี่เจบอกย่าหญิงไปแล้ว มึงก็ยืนยันว่าเราคุยกันอยู่ก็แล้วกัน”
“เอ๊า! เกี่ยวอะไรกับกู? สูคบกันแล้วกูเป็นไม้กันหมางี้” น้องน้ำหนึ่งโพล่งขึ้น
“โอย... เราไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดแกก็แค่บอกว่าเคยเห็นแค่นั้น เผื่อย่าหญิงถามเว้ย เตี๊ยมกันไว้ก่อนจะได้ตอบตรงกัน เข้าใจอะไรยากนะมึงเนี่ย” คนแผนเยอะว่าให้เพื่อน ซึ่งคำพูดของ 2 เด็กสาวก็ทำเอาคุณหมอหนุ่มถึงกับขำและแอบมองบนกับคำสุภาพที่คุณแม่ของพวกเธอพยายามสอนให้ลูก ๆ ใช้มาตั้งแต่เด็ก แต่ดูเหมือนว่าคำไม่สุภาพของคุณพ่อจะเข้าหัวมาซะมากกว่า
“เฮ้อ... แต่หนึ่งว่าทำแบบนี้เสี่ยงฉิบหายเลยว่ะ” น้องน้ำหนึ่งพูดขึ้นพลางมองหน้าชายหนุ่มกับเพื่อนรักสลับกันก่อนจะถอนหายใจ
“เสี่ยงอะไรวะ พี่แค่ยืมเผื่อถาม ไม่ถามก็ไม่พูดมั้ยล่ะแล้วไม่ได้ยืมฟรีเว้ย ให้ค่ายืมด้วย” ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางยักคิ้ว
“เออ... แบบนี้ค่อยน่าเสี่ยงหน่อย” ว่าพลางหันไปยักคิ้วให้เพื่อนยิ้ม ๆ และเรื่องที่เธอตั้งใจว่าจะพูดทีแรกก็เก็บเงียบไว้คิดว่าจะคุยกับเพื่อนแค่ 2 คนก่อน “แล้วเริ่มงานเมื่อไหร่”
“ตอนนี้พี่เจจ่ายล่วงหน้ามาแล้ว นั่นแสดงว่าถ้าย่าหญิงถามก็สามารถพูดชื่อซีได้เลย ถ้ายังไม่ถามก็เงียบ ๆ ไปเรื่อย ๆ ยังไม่ต้องจ่ายรายเดือน บอกว่าคุยกับซีเมื่อไหร่ค่อยเริ่มจ่าย” เด็กสาวตอบยิ้ม ๆ แล้วพากันหันมองประตูที่ตอนนี้ได้ยินเสียงเคาะเรียกจากแม่บ้านบอกว่าคุณของขวัญให้มาตามไปทานข้าวด้วยกันที่อีกบ้าน ทั้งหมดจึงพากันลุกขึ้นชักแถวเดินออกจากห้อง
หลังจากทานข้าวเสร็จ เจเดนได้ขอตัวกลับโดยบอกว่าเรื่องที่เขากลับมาอย่าเพิ่งบอกกับที่บ้าน และขอให้คุณศิลาเปิดห้องพักที่โรงแรมให้ในระยะนี้ด้วย...
..........//..........
Bova Pubz
หนุ่มหล่อรูปร่างสูงโปร่งเดินยิ้มเข้ามาในร้านอาหารกึ่งผับชื่อดังย่านชานเมือง แล้วหยุดมองกิจการที่เพื่อนรักดูแลอย่างพอใจ
“สวัสดีครับมากี่คนครับ ได้จองไว้หรือเปล่า” พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาทักทายอย่างยิ้มแย้ม
“มาหาเจ้าของร้านครับ” ชายหนุ่มบอกพนักงานพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ใครเห็นเป็นต้องแทบละลายโดยเฉพาะสาว ๆ
“เอ่อ...” “อ้าว! มาแล้วหรือครับไอ้หมอ ยินดีต้อนรับกลับไทยแลนด์ครับเพื่อน” เสียงทักทายอย่างดีใจดังมาจากชั้น 2 ของร้านพร้อมกับเจ้าของเสียงที่วิ่งลงบันไดมาต้อนรับเพื่อนรักอย่างอารมณ์ดี
“ไง สบายดี” ชายหนุ่มกอดคอเพื่อนตบไหล่ทักทายเบา ๆ
“สบายมาก ๆ สิวะ... โทษทีเมื่อเช้าแม่มีนัดหมอเลยให้เด็กเอารถไปให้ แม่กูดีใจใหญ่เลยที่รู้ว่ามึงกลับมาบอกว่าจะทำกับข้าวรอแต่กูเบรกไว้ก่อน แล้วนี่เข้าบ้านเลยมั้ยวะหรือจะไปนอนกับกู กูจะได้โทรบอกแม่” คริสถามเพื่อนอย่างยิ้มแย้มพลางกอดคอกันเดินขึ้นชั้น 2
“กูให้อาศิเปิดห้องที่โรงแรมให้แล้ว พรุ่งนี้กูจะไปทำเอกสารให้ไอ้ทอยแล้วก็ขอระเบียบการของกูเพิ่มด้วยเสร็จแล้วค่อยไปนอนบ้านมึง กลับมาจากงานบวชไอ้แม็กนั่นแหละถึงกลับเข้าบ้านทีเดียว”
“ทีแรกพี่จาบอกว่ามึงจะกลับมาเสาร์หน้าไม่ใช่หรือไง” คริสถามเพื่อนพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ตอนนี้มีหนุ่มหล่อหน้าหวานอีกคนนั่งรอเซอร์ไพรส์คุณหมอหนุ่มอยู่ก่อน
“พี่จา! สวัสดีครับ” คุณหมอหนุ่มยิ้มกว้างยกมือไหว้พี่ชายของตัวเองแล้วเดินเข้าไปสวมกอดอย่างดีใจ “ไหนบอกว่าอยู่รีสอร์ตอาเทนกับไอ้แฝดไง”
“คริสมันโทรไปบอกว่าแกกลับมาแล้วเลยพากันกลับมาก่อน ไอ้แฝดมันเลยไปบ้านสวนหาไอ้วนบอกว่าอย่าบอกพ่อมันขี้เกียจเข้าออฟฟิศ” จากัวร์หรือจาติรัช พี่ชายคนโตของชายหนุ่มตอบน้องด้วยภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่เขาใช้ประจำกับน้องชายอยู่แล้ว
“อยู่ตั้งนานไทยยังไม่คล่องอีกหรือไงวะ”
“คล่องบ้าอะไรอยู่ไทยก็ใช้แค่ภาษานี้อยู่ดี แล้วทำไมกลับมาก่อนกำหนดล่ะไหนบอกว่าจะกลับเสาร์หน้าไม่ใช่หรือไง”
“มาทำเอกสารให้ไอ้ทอยมันแล้วก็จะไปงานบวชไอ้แม็กด้วยน่ะพี่ แม่ง! โทรไปขู่ถึงฟลอริดาว่าถ้าไม่มามันจะตัดเพื่อน ผมเลยต้องเป็นตัวแทนไอ้ทอยมันด้วยคุ้มฉิบหายมาคนเดียวใส่ 2 ซองเนี่ย แต่พี่อย่าเพิ่งบอกพ่อกับอาโรมนะว่าผมกลับมาแล้วเดี๋ยวเรื่องถึงหูคุณย่าจะหาว่าผมให้ความสำคัญกับคนอื่นก่อนแล้วงอนอีก” ชายหนุ่มบอกจุดประสงค์ของการกลับก่อนกำหนดทั้งขอร้องพี่ชายในตอนท้าย
“แล้วสรุปไอ้ทอยคือยังไง” คริสถามเพื่อนพร้อมกับยื่นแก้วบรั่นดีให้เพื่อน
“มันลงเรียนไปแล้ว แต่ไม่ยอมกลับมาเดินเอกสารเองกลัวป๊าจะไม่ให้กลับไปเรียนต่อเลยต้องลำบากกูนี่ไง” ชายหนุ่มตอบเพื่อนพลางยกแก้วขึ้นจิบ “แล้วตอนนี้คุณย่าเป็นยังไงมั่งพี่” หันไปถามพี่ชายอีกภาษา
“ไม่รู้ กูไม่ได้เข้าบ้าน รำคาญ คุยอยู่เรื่องเดียวนั่นแหละทำยังกับกูไม่มีเมียแล้วกูจะทำไม่เป็นนั่นล่ะไอ้ห่า แค่งานแต่ละวันกูก็เครียดจะตายอยู่แล้วยังต้องมาวุ่นวายกับบรรดาสาว ๆ ลูกหลานเพื่อนคุณย่าอีก ก็อ้างออกต่างจังหวัดบ้างต่างประเทศบ้าง บางวันกูก็ไปนอนบ้านสวนย่านารถ บ้านอาศิอามาร์ค ต้นเดือนก็ขึ้นเชียงใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้แหละเข้าป่าบ่อยก็ไม่ไหวออกมาแต่ละทีนึกว่าเอดส์แดก” จาติรัชถอนหายใจตอบน้องชายเซ็ง ๆ เมื่อพูดถึงคุณย่า
“ที่ผมตั้งใจมาก่อนก็เพราะเรื่องนี้ด้วยนั่นแหละ เห็นพี่แล้วเครียดฉิบหาย” คุณหมอหนุ่มว่าพลางกระดกบรั่นดีหมดแก้วแล้วยื่นให้พนักงานชงใหม่
“แล้วมึงเอาไง” พี่ชายถามน้องชายด้วยสีหน้ากังวลพอกัน เมื่อคิดว่าปัญหาที่น้องชายจะเจอในอนาคตอันใกล้น่าจะมากกว่าตัวเองเพราะเขาที่ยังพอหลบหน้าคุณย่าได้แต่น้องชายหลบไม่ได้
“เดี๋ยวครับพี่น้องครับ ก่อนที่มึงจะเครียดเรื่องนี้ ผมมีข่าวใหม่ที่ต้องรายงานเพื่อให้มึงไล่สเต็ปความเครียดได้อย่างต่อเนื่อง” คริสสวนขึ้นแล้วมองหน้าเพื่อนรักก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ว่า?...”
“เอื้อมจันทร์เลิกกับผัวแล้วว่ะ อาทิตย์ก่อนมาฉลองงานใหม่กับเพื่อนที่ร้านแล้วเจอกูโดยบังเอิญ แม่ง...เล่าดรามาแบบรางวัลสุพรรณหงส์ต้องให้ ว่าตัดใจจากมึงไม่ได้ผู้ชายคนนั้นหลอกให้ต้องเลิกกับมึง นับวันรอว่าเมื่อไหร่มึงจะเรียนจบ อยากกลับมาขอโอกาสกับมึงอีกครั้ง บอกว่าไม่มีใครดีเท่ามึงแล้วในชีวิตนี้...”
“ส้นตีน!” เจเดนสวนเพื่อนขึ้นทันที
“ยัง กูเล่ายังไม่จบครับ ตอนนี้นางย้ายมาโรงพยาบาล H ถ้านับถึงวันนี้ก็น่าจะเกือบเดือนแล้วล่ะ” คริสเล่าต่อพร้อมกับยกแก้วขึ้นจิบเหมือนคอแห้งนักหนา
“ย้ายมา H ได้ยังไงวะ ขนาดตอนฝึกปีสุดท้ายยื่นประวัติยังไม่ผ่านเลย” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเหมือนไม่เชื่อคำพูดเพื่อน
“กูจะรู้เหรอ?”
“ช่างแม่ง!” คุณหมอหนุ่มสบถขึ้นแต่นัยน์ตากลับหม่นเศร้าลงจนเพื่อนถอนหายใจ ในอดีตเจเดนกับเอื้อมจันทร์คบหากันตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ ทั้งคู่เหมาะสมกันมากในสายตาเพื่อนจนถึงช่วงฝึกงานปีสุดท้ายทั้งคู่ได้แยกกันฝึกคนละโรงพยาบาล ในเทอมสุดท้ายคุณหมอหนุ่มจับได้ว่าแฟนสาวนอกใจคบกับหมอรุ่นพี่ที่โรงพยาบาลที่ไปฝึกงานนั้น ด้วยความที่ไม่อยากให้เธอเสียอนาคตเขาจึงไม่โวยวายและไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเพื่อนในรุ่น เพียงแต่ถอยห่างออกมาเงียบ ๆ จนฝึกจบชายหนุ่มได้จึงยื่นความประสงค์ขอสอบชิงทุนเรียนในโครงการของโรงพยาบาล H เพื่อไปต่อเฉพาะทางที่มหาวิทยาลัยทางการแพทย์ชื่อดังของอเมริกา พร้อมเพื่อนรักรุ่นเดียวกันหลายคนและได้สอบบรรจุเข้าเป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลในเครือที่รัฐนั้น ส่วนเอื้อมจันทร์เธอได้บรรจุเข้าทำงานในโรงพยาบาลนั้นทันทีหลังเรียนจบและคบหาหมอรุ่นพี่คนนั้นอย่างเปิดเผย ซึ่งเรื่องนี้หมอหนุ่มได้เล่าให้คุณพ่อคุณแม่และอาฟังเท่านั้น และขอร้องว่าอย่าพูดเรื่องนี้ให้คุณย่าได้ยินเพราะเขายังไม่ได้พาเธอมาแนะนำกับครอบครัวจริงจังให้จบไปแบบเงียบ ๆ เพราะสงสารที่เห็นว่าแม่เธอแต่งงานใหม่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ให้เธออยู่ที่ไทยเพียงลำพัง ส่วนเอื้อมจันทร์บอกกับเพื่อนในรุ่นว่าที่เลิกกับเจเดนเพราะชายหนุ่มอยากให้เวลากับการเรียนต่อเฉพาะทางและทั้งคู่ก็จบกันด้วยดี ซึ่งมีแค่เพื่อนรักของเจเดนไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร
ส่อแวววุ่นวายตั้งแต่เริ่มเลยคุณพี่
