ตอนที่ 5 คิดว่าจะง่ายเหรอ?
ปารพยายามเอาหูแนบกับประตูฟังเสียงคนที่อยู่ข้างในห้อง อยากรู้ว่า เขากำลังทำอะไรอยู่ พลันชามสุกี้ที่อยู่ในถาดเริ่มเอียง น้ำแกงร้อนจัดจากชามสุกี้ไหลมาโดนมือที่จับถาดไว้ และเลื่อนมาด้านที่ต่ำกว่า ปารสะดุ้ง! ปล่อยมือจากถาดทันที ไม่อาจทนความร้อนนั้นไหว เนื่องจากทั้งน้ำทั้งผักและวุ้นเส้นบางส่วนหกมาโปะบนหลังมือของเธอ ชามจึงหล่นลงกระแทกพื้น
“โอ๊ย!”
ยนตร์รีบเปิดประตูออกมา มองเห็นปารสะบัดเศษผักและวุ้นเส้นที่หกมาโปะบนหลังมือออกโดยเร็ว ชามกระเบื้องนั้นแตกกระจายอยู่บนพื้น เขารีบคว้ามือของน้องรหัสมาดูอย่างร้อนใจ
“ปาร! รีบไปล้างมือก่อน ระวังอย่าเหยียบเศษกระเบื้องนะ”
นภารีบวิ่งขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น!
“ปารโดนน้ำสุกี้ลวก ไปหยิบน้ำแข็งออกมาที ห่อผ้าด้วยนะ” ยนตร์สั่งน้องสาวให้รีบไปเตรียมสิ่งที่เขาขอ
ปารอมยิ้มน้อย ๆ มองพี่รหัสกำลังประคบน้ำแข็งให้อย่างเบามือที่สุด หยุดที่จุดเดิมครู่หนึ่งก่อนจะเลื่อนไปจุดอื่นที่เป็นรอยปื้นแดง ไม่หยุดที่จุดเดิมนานเกินไปเพราะจะทำให้เลือดไม่ไหลเวียน ตั้งแต่เด็กแล้ว หากเธอได้รับบาดเจ็บ เขาจะคอยดูแลแบบนี้เสมอ
นภามองพี่ชายด้วยรอยยิ้ม ไม่ว่าเขาจะโกรธใครอยู่ก็ตาม หากคนนั้นได้รับอันตราย พี่ชายของเธอไม่เคยรีรอต้องเข้าช่วยเสมอ
“พอแล้วล่ะ พี่ยนตร์ พี่ทานสุกี้ก่อนเถอะ พี่ยังไม่ได้ทานอะไรเลย หิวแย่แล้ว” ปารพูดพลางจะขยับมือออกจากฝ่ามืออุ่นของชายหนุ่ม แต่อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยมือ
“มือเจ็บขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องทำหรอก” หนุ่มแว่นเลื่อนสายตาจากฝ่ามือของเธอขึ้นมาจ้องหน้าฝ่ายตรงข้าม
“อีกมือไม่ได้เจ็บซะหน่อย แล้วก็ไม่ได้เจ็บข้างที่ถนัดด้วย ปารทำได้” เด็กสาวยกมือข้างที่ไม่บาดเจ็บให้เขาดู
“ถ้าปารดื้อพี่ก็จะไม่กิน พี่ยังไม่หิว” ยนตร์แค่นเสียงดุ แต่พอจบประโยคนั้นท้องเจ้ากรรมดันร้องโคลกคลาก ชายหนุ่มทำหน้าเหวอเล็กน้อย เมื่อท้องมันบอกความจริงว่าหิวจนไส้กิ่วแล้ว
ปารอดยิ้มไม่ได้ ผู้ชายอะไรปากแข็งจริง ๆ เลย
“ภาทำเอง แค่เติมผักกับวุ้นเส้น สบายมาก น้ำแกงก็ยังมีเหลืออยู่” นภาเดินไปเปิดแก๊สรอ
“เดี๋ยวพี่มานะ อย่าไปไหน” ยนตร์สั่งก่อนลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้องครัว แล้วกลับมาพร้อมกับกาบว่านหางจระเข้ เขาปอกเปลือกและล้างเมือกยางสีเหลืองออกจนหมดเหลือแต่วุ้นใส ฝานบาง ๆ เอามาแปะบนรอยปื้นแดงหลังมือของน้องรหัส ก่อนจะพันไว้ด้วยผ้าก็อซ
“ขอบคุณนะคะ พี่ยนตร์” ปารอมยิ้มน้อย ๆ รู้สึกดีใจที่เขายังเป็นห่วงเธอ แถมกลัวเธอจะเป็นแผลเป็นอีกด้วย
“เสร็จแล้วค่ะ” นภายกชามสุกี้ร้อน ๆ มาวางบนโต๊ะ ตรงหน้าพี่ชาย
“ปารไปห้องภาหน่อย มีของจะให้ดู” เธอชวนเพื่อนรักขึ้นไปบนห้อง เพราะขืนอยู่ พี่ชายขี้เก๊กของเธอคงจะไม่กล้าทานอย่างเต็มที่แน่นอน
นภาเปิดคอมพิวเตอร์แล้วกดไอคอนกล้องวงจรปิดขึ้นมาดูภาพในห้องครัว สองสาวต่างพากันหัวเราะคิกคัก เพราะสิ่งที่เห็นคือ ยนตร์กำลังทานสุกี้อย่างเอร็ดอร่อยมาก แถมยังลุกไปเติมอีกต่างหาก
“ขอบคุณมากเลยนะปาร ที่วันนี้ทำสุกี้ให้ทาน อร่อยมาก ๆ เรามีความสุขมากเลย” นภาจับมือเพื่อนรักเอาไว้
‘ปารมาเป็นพี่สะใภ้เราเถอะ’ นภามองหน้าเพื่อนพลางยิ้มจนแก้มปริ ได้แต่พูดอยู่ในใจ ยังไม่กล้าพูดออกไป คนที่เหมาะสมกับพี่ชายของเธอที่สุด จะเป็นใครอื่นไม่ได้เลย นอกจากปารผู้เดียว เธอจะทำให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันให้จงได้
“ปารต้องกลับแล้วนะ ค่ำมากแล้ว” พลางยกมือถือออกมากดมองดูเวลา
นภาพยักหน้ารับ แล้วพากันเดินลงไปข้างล่าง เห็นยนตร์กำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟายาวในห้องนั่งเล่น
“พี่ยนตร์ สุกี้อร่อยมั้ยคะ” ปารแกล้งถามพี่รหัส พลางอมยิ้ม แม้จะรู้ดีอยู่แล้วก็ตาม อยากจะรู้ว่า คนปากแข็งจะตอบว่าอย่างไร
ยนตร์ไม่ตอบ ยังตีสีหน้าเรียบเฉย แต่รีบนั่งยืดตัวตรง กลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นพุงที่ยื่นออกไปเนื่องจากอิ่มมาก
“อร่อยแน่นอน กินไปตั้งสองชาม” นภาหลุดปากพูดออกไป ยนตร์หันมามองหน้าน้องสาวอย่างสงสัย
“เอ่อ...คือ...เดาว่า...เห็นพี่ยนตร์เป็นคนกินจุ กินทีไรต้องกินสองชามทุกที ใช่ไหมคะ” นภาแก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง
“พี่ยนตร์ไปส่งปารที่ป้ายรถเมล์หน่อยสิคะ ค่ำมากแล้ว” นภาเดินมานั่งลงข้างพี่ชายพลางเขย่าแขนอ้อน
“จะไปก็ไปรอขึ้นรถ” แม้น้ำเสียงนั้นจะกึ่งดุกึ่งรำคาญ แต่ก็ลุกขึ้นเดินออกไปสต๊าร์ทรถมอร์เตอร์ไซด์คู่ใจ
ปารอมยิ้มรีบเดินตามออกไปทันที เมื่อรถมอร์เตอร์ไซด์เคลื่อนที่ไปตามถนนในซอย เธอรู้สึกมีความสุขที่ได้นั่งซ้อนท้ายเขาอีกครั้ง นึกถึงตอนเด็ก เธอจะต้องกอดเอวคนข้างหน้าเอาไว้ แต่ตอนนี้เธอโตเป็นสาวแล้ว จะกอดเขาแบบนั้น คงไม่ได้ ได้แต่มองแผ่นหลังกว้างของเขาไปตลอดทาง
“ขอบคุณมากนะคะ พี่ยนตร์ที่มาส่ง” ปารขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาเข็นรถมอร์เตอร์ไซด์ขึ้นมาจอดบนฟุตบาทและดับเครื่อง
“นภาบอกว่า ให้พี่รอจนกว่าปารจะขึ้นรถ” ยนตร์ตอบเสียงเรียบ อ้างน้องสาวไปอย่างนั้นเอง ที่จริงแล้วเขาไม่อยากให้เธอยืนคนเดียวตามลำพังมากกว่า
ปารอดยิ้มไม่ได้ ‘เป็นห่วงเค้าก็บอกมาเถอะน่า...’ เพราะป้ายรถประจำทางแถวนี้ค่อนข้างเปลี่ยว นาน ๆ กว่าจะมีรถประจำทางผ่านมาซักคัน
ต่างคนต่างยืนเงียบได้ครู่หนึ่ง ปารจึงทำลายความเงียบขึ้นก่อน
“พี่ยนตร์...ปาร...” แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค รถประจำทางก็ดันมาซะก่อน
“รีบไปเถอะ นาน ๆ รถจะมาซักคัน” ยนตร์ตัดบท เขาไม่อยากอยู่กับเธอนานเกินไป กลัวว่าจะใจอ่อน นี่มันเพิ่งผ่านมาได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง ยังไม่ถึงสามวันเลย เขาจะใจอ่อนไม่ได้
