ตอนที่ 20 เมื่อต้องอยู่ในอ้อมแขนของหนุ่มหล่อ
เด็กสาวขมวดคิ้วยุ่ง มองตัวหนังสือในกระดาษอย่างงุนงง
“พี่ต้องซื้อไอ้นี่ด้วยเหรอ” นภายื่นแผ่นกระดาษนั้นให้เขาดู ไม่เข้าใจว่าจะต้องซื้อเสื้อยกทรงสตรีไปทำไม ไม่อยากจะคิดเลย
นรินทร์มองเห็นเครื่องหมายกากบาทอยู่หน้ารายการนั้น รายการนี้นี่เองที่ยนตร์บอกว่าไม่ใช่ของจำเป็นในการรับน้อง
“รายการที่มีกากบาทอยู่ข้างหน้าไม่ต้องซื้อนะ” เขาไม่เข้าใจพวกเพื่อนจริง ๆ ว่าจะเล่นพิเลนอะไรกัน รู้สึกอายแทนที่โดนรุ่นน้องถามแบบนี้
“งั้นก็ครบหมดแล้วนะ ของตั้งเยอะแยะ เดี๋ยวฝากเขาไว้ก่อนแล้วค่อยวนรถมาเอาดีมั้ย” นภาเสนอความเห็น หนุ่มหล่อจึงยกนิ้วโป้งให้เธอเป็นการบอกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เขารอดตัวไปไม่ต้องแบกแล้ว
==================
ปารยิ้มแก้มปริ หลังจากที่ซื้อของจนครบหมดแล้ว ยนตร์พากลับไปเข้าร้านกระดาษสีสวย ที่เธออยากจะเข้าไปดูตั้งแต่แรกแล้ว เขาเป็นอย่างนี้เสมอ ต้องทำงานให้เสร็จก่อนถึงจะยอมพาไปเที่ยวเล่นได้ เด็กสาวเลือกดูกระดาษอย่างมีความสุข โดยมีเขายืนให้ความเห็นเล็ก น้อยอยู่ใกล้ ๆ แค่นี้ก็อุ่นใจแล้ว
เมื่อเดินออกจากร้านกระดาษสีสวย สายตาของสาวน้อยมองตามคนถือถ้วยไอติมกะทิสดเดินผ่านไปจนเหลียวหลัง ปารหันซ้ายหันขวา แล้วหยุดสายตาอยู่ที่ถังสแตนเลสทรงสูง ด้านบนมีฝาปิด ฝาถูกเปิดออกเมื่อคนขายจับที่ตักไอติมล้วงลงไปในถังสแตนเลส ออกแรงกดไอติมกะทิสดให้ม้วนตัวเข้ามาอยู่ในที่ตักจนเต็มเป็นลูกกลม ๆ ก่อนจะบีบใส่ถ้วย หรือโคน หรือขนมปัง แล้วโรยด้วยถั่วลิสง ตามด้วยนมจืด หรือช็อกโกแลต ถัดไปเป็นร้านไอติมหวานเย็น ถังแสตนเลสทรงสูงปากกว้าง ตัวถังด้านบนจะเป็นถาดมีรูกลม ๆ วนเป็นแถววงกลม รูปทรงเหมือนซึ้งนึ่งแต่รูใหญ่กว่า สำหรับใส่แท่งพิมพ์ไอติมหวานเย็น ด้านล่างเป็นน้ำแข็ง ไอติมหลากสีทำจากน้ำหวาน หรือทำจากน้ำอัดลมมคนขายจะหมุนถังด้านบนไปมาอยู่เสมอ
“พี่ยนตร์ทานไอติมกัน”
เด็กสาวเดินรี่ไปหาถังไอติม โดยมีหนุ่มแว่นเดินตามไป
“พี่ยนตร์ เอาไอติมใส่ขนมปังใช่ไหมคะ” ปารหันมาถาม
ยนตร์มองสาวน้อยนิ่งงัน เธอยังจดจำได้เสมอว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร
“วันนี้อากาศร้อนมาก พี่อยากกินไอติมหวานเย็นมากกว่านะ” เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ปารอมยิ้มน้อย ๆ เพราะรู้ดีว่า แท้จริงแล้วเขาอยากทานไอติมหวานเย็นเป็นเพื่อนเธอมากกว่า จำได้ว่าตอนเด็ก วันนั้นพ่อพาเธอและยนตร์ไปซื้อของในห้างใหญ่ประจำจังหวัด เธอรีบกระโดดขึ้นรถจนลืมรองเท้า เพราะเด็กบ้านนอกอย่างเธอชินกับการอยู่กับสวนกับไร่ มักจะวิ่งเล่น เดินเท้าเปล่า ปีนขึ้นต้นไม้เป็นว่าเล่น จึงมักจะลืมรองเท้าไว้ตรงนั้นตรงนี้บ่อย ๆ พอลงจากรถจะเดินเข้าห้าง เพิ่งรู้ตัวว่า ไม่ได้เอารองเท้ามาด้วย ยนตร์กลับบอกเธอว่า ไม่เป็นไร จะเดินเป็นเพื่อน เขาถอดรองเท้าไว้ในรถ เดินเท้าเปล่าเข้าห้างไปกับเธอหน้าตาเฉยเลย
แม้ว่าปารจะยังชอบทานไอติมกะทิสดอยู่ แต่เธอเลือกไม่ทานด้วยความสงสารวัว ลูกวัวที่เกิดมาจะมีโอกาสได้กินนมแม่ของมันเพียงน้อยนิด เพราะมนุษย์นั้นแย่งนมของมันมากินหมด เธอคิดว่า ทำไมคนเราจะต้องไปแย่งนมลูกวัวกินด้วยนะ ความอร่อยของมนุษย์มักทำให้สัตว์อื่น ๆ ลำบาก ทรมาร และเจ็บปวดเสมอวัวที่ถูกเลี้ยงเพื่อรีดนมจะมีอายุไม่ยืนยาวตามอายุไข เพราะมันจะต้องตั้งท้องทุกปี ถึงจะมีน้ำนมเมารีด ให้มนุษย์ทานกันได้ วัวส่วนใหญ่จึงมักจะป่วยตายก่อนกำหนดด้วยโรคที่เกี่ยวกับเต้านมอักเสบต่าง ๆ
ปารซื้อไอติมหวานเย็นมาสองอัน สำหรับตัวเองหนึ่งอัน แล้วยื่นอีกอันให้พี่รหัสก่อนจะทานไอติมอย่างเอร็ดอร่อย
“พี่ยนตร์ไอติมเปื้อนแก้มค่ะ ปารเช็ดให้นะคะ”
เด็กสาวค่อย ๆ เอื้อมมือจะไปเช็ดแก้มให้ชายหนุ่ม แต่ถูกเขาจับมือไว้
“ไม่ต้องเลย!” เขารู้ดีว่า ไม่มีอะไรเลอะแก้มเขาทั้งนั้น เธอจะแกล้งเขาต่างหาก คราวนี้ล่ะจะเลอะของจริง
ปารหัวเราะคิก เมื่อถูกรู้ทัน
“พี่ยนตร์ยังจำได้หรอคะ”
“ทำไมจะจำไม่ได้ จำฝังใจเลยล่ะ เรากับภาชอบเห็นพี่เป็นตัวตลก ชอบมารุมแกล้งพี่อยู่เรื่อยเลย เป็นโรคอะไรเนี่ย...” เขาบ่นเบา ๆ ถึงเรื่องราวในวัยเด็กเวลาทานไอติมทีไร สองสาวจะต้องมารุมแกล้งเขาจนหน้าเลอะเทอะไปหมด เห็นหน้าเขาเป็นกระดานไวท์บอร์ดไปได้ แม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง แต่เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่ กลับรู้สึกมีความสุข แม้ว่าจะเป็นคนถูกแกล้งก็ตามที
“พี่ยนตร์ว่า นภากับพี่นรินทร์จะซื้อของเสร็จหรือยังคะ” ปารนึกถึงเพื่อนสาวขึ้นมาไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างที่สองคนนั้นไปด้วยกัน
============
หลังจากจ่ายเงินค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยนรินทร์กับนภาจึงพากันเดินออกมาจากร้าน รถลาบนถนนยังคงวิ่งกันขวักไขว่เช่นเดิม แถมรถบางคันยังพ่นควันดำออกมาอีกต่างหาก
“เดี๋ยวเราต้องข้ามถนนกลับไปฝั่งนู้นนะ พร้อมมั้ย” นรินทร์บ่ายหน้าไปยังฝั่งตรงกันข้าม และเดินไปยืนรอทางด้านขวาของสาวน้อย
เด็กสาวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าจะต้องข้ามถนนที่จราจรหนาแน่นเช่นนี้อีกแล้ว
“ส่งมือมาสิ” เขาผายมือมารับ
นภาอึกอัก ไม่อยากส่งมือของตัวเองให้ชายหนุ่ม เกิดมาเคยส่งมือให้หนุ่มที่ไหนจูงมือกันเล่า นอกจากพ่อและพี่ชายเท่านั้น
“ทำไม! เขินเหรอ” เขาแกล้งแหย่ มองเด็กสาวทำท่ายึกยักไม่ยอมส่งมือของเธอมาซักที จะคว้ามือเธอเหมือนตอนแรกที่พาข้ามถนนมา ก็กลัวว่า ถ้าเธอยังไม่พร้อมจะข้ามถนนจริง ๆ แล้วถ้าเขาทำอย่างนั้น จะทำให้เธออาการกำเริบขึ้นมาอีก
คำพูดนั้นของเขา ทำให้อีกฝ่ายต้องหันขวับมาจ้องหน้าเขาเขม็ง
“เปล๊า....” เด็กสาวตีหน้าตายขึ้นเสียงสูง เพื่อกลบเกลื่อนความจริง เพราะอยู่ดีดีจะให้ส่งมือให้หนุ่มที่ไหนได้อย่างไรกัน ไม่ว่าเขาจะหล่อแค่ไหนก็ไม่มีทางซะหรอก
“พี่ไม่ต้องช่วยฉันหรอกนะ ฉันอยากจะลองข้ามด้วยตัวเองก่อน” เธอบอกเขา
“ถ้าตกใจกลัว ก็เกาะแขนพี่ไว้ก็แล้วกันนะ”
นรินทร์ลดมือลงราวกับใบหน้านั้นร้าวไปทั้งแถบ ไม่เคยถูกสาวไหนปฏิเสธอย่างนี้มาก่อนเลย
ทั้งคู่เดินออกไปยืนรอริมฟุตบาตเตรียมข้ามถนน มองไปทางขวามือเพื่อดูรถลาบนถนน เมื่อมองเห็นรถกำลังวิ่งมาทิ้งระยะห่างพอที่จะข้ามถนนได้ และรถเคลื่อนที่ไม่เร็วนัก ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าลงไปบนถนนแล้ว แต่ทว่ามีรถมอร์เตอร์ไซด์รับจ้างคันหนึ่งวิ่งย้อนศรมาทางซ้ายมือของนภา หนุ่มหล่อหันมาเห็นเข้ารีบคว้าตัวสาวน้อยที่ยืนมองแต่รถทางขวา และไม่ได้ระวังหลบไปทันที
สาวน้อยเสียหลักเซไปกระแทกแผ่นอกของหนุ่มรุ่นพี่เข้าอย่างจัง! นภานิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจ รีบขยับแก้มออกจากแผ่นอกของชายหนุ่มอย่างด่วนจี๋
‘กรี๊ดดด.....!!!’
เด็กสาวแทบกรี๊ดสลบ เมื่อเห็นตัวเองนั้นตกอยู่ในอ้อมแขนของหนุ่มหล่ออีกแล้ว
