บท
ตั้งค่า

Chapter 8 ตามถึงที่

บีเอ็มดับบลิวสีดำสนิทแล่นเข้าจอดภายในบริเวณคฤหาสน์ใหญ่โตทันทีที่ประตูอัตโนมัติเปิดออก เพียงแค่รองเท้าหนังดำมันวับเหยียบย่างลงแตะพื้นก็มีหญิงวัยกลางคนออกมาต้อนรับขับสู้ทันที

“มาหาคุณท่านหรือคะคุณ...”

“ครับ แต่ที่จริงผมมาหาหนูดี” สารินแบ่งรับแบ่งสู้

“แต่ว่า...” นางอึกอักสีหน้าไม่สู้ดี

สารินสะดุดตาเพราะรู้สึกคุ้นหน้า ดูจากการแต่งตัวเสื้อคอกลมสีขาวกับผ้าถุงสีเทา ดวงหน้าไร้เครื่องสำอางมวยผมรวบตึงกลับดูดีแถมดวงตานั้นช่างคล้ายคลึงกับหญิงสาวที่เขาสนใจจนต้องเพ่งมองด้วยความสงสัย

“หนูดีอยู่ไหมครับ”

“อยู่ค่ะ คุณหนูเพิ่งกลับมาเมื่อครู่” นางอึกอัก “แต่ว่าเธออารมณ์ไม่ค่อยดีค่ะ คือว่า...”

“ผมว่าผมเข้าใจแล้วครับ ขอเข้าไปดูหน่อยนะครับ”

“เชิญเลยค่ะ”

สารินยิ้มพลางพยักหน้าน้อย ๆ พอพินิจดูดวงหน้าซีดเซียวก็ยังคงมีเค้าความงามอยู่ แถมดวงตายังคล้ายมาก

จะใช่มารดาของหล่อนไหม...

แล้วผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน กำลังคิดเรียบเรียงคำพูดเพื่อจะถามไถ่ให้คลายสงสัย ก็พอดีกับเจ้าสาววิวาห์ล่มวิ่งลงมาจากประตูคฤหาสน์แล้วถลามาซบอก

“พี่ริน! พี่รินช่วยหนูดีด้วย”

สารินถึงกับสะดุ้งรีบถามทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแต่ก็แกล้งทำไม่รู้ “เกิดอะไรขึ้น!”

“คุณพ่อกับคุณแม่โกรธมาก โทรไปยกเลิกงานคืนนี้หมดแล้ว แถมจะให้หนูดีไปเรียนต่อเมืองนอกล้างอายด้วย” หล่อนละล่ำละลักสะอื้นจนดวงหน้าเข้มแดงก่ำเลอะเทอะด้วยหยาดน้ำตา มาสคาร่าไหลลงมาเปรอะแป้งหนาเตอะและตอนนี้ผสมปนเปกับน้ำตาหล่อนเลอะเต็มอกเสื้อของเขาในตอนนี้

“เดี๋ยว! ใจเย็น ๆ ดูหน้าตาเลอะเทอะหมดแล้ว” สารินเอ่ยสีหน้ายุ่งยากเพราะนุดีกอดแน่นแทบหายใจไม่ออกไม่แค่นั้นหล่อนยังเช็ดน้ำตากับอกเสื้อเขาอีกรอบ

สารินทำท่าขยะแขยงแต่พอเหลือบเห็นสายตาแม่บ้านวัยกลางคนเขาถึงกับหน้าเหยเก คิดจะมาเจอทิวากับมารดาแต่ตอนนี้สภาพของเขากลับดูไม่ได้เลยทีเดียว

“กรรณ์โกรธหนูดีมากก็เลยโทรมาตกลงกับคุณพ่อคุณแม่ว่าขอยกเลิกงานแต่งทั้งหมด พิธีเช้าที่เสร็จไปแล้วเขายกสินสอดให้แต่ไม่ยอมเข้าหอกับหนูดี” หล่อนพูดไปร้องไห้สะอึกสะอื้นจนน่าเวทนา

“หมอนี่มันกล้าทำแบบนี้กับหนูดีเลยเหรอ ไอ้เลวเอ๊ย!” สารินสบถสีหน้าถมึงทึงคิดแค้นแทนน้องสาวขึ้นมา เพราะมันร้ายแรงมากหากไม่มีงานแต่งเช้าเสียเลยยังดีเสียกว่า

ผู้ชายโลเลคิดอะไรง่าย ๆ แบบนี้หรือที่ทั้งน้องสาวของเขาและหญิงสาวที่เขาหมายตาต่างแย่งกันเป็นเจ้าของหัวใจ

คิดแล้วโมโห!

“ทำไมคะพี่ริน ทำไมกรรณ์ทำเหมือนหนูดีเป็นตัวน่ารังเกียจจนไม่ยอมแต่งงานด้วยแบบนี้”

สารินดึงมือลูกพี่ลูกน้องออกจากเอว ก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมาเช็ดน้ำตาให้แล้วปลอบ “พี่ว่าเขาอาจเป็นพวกเจ้าบ่าวกลัวฝนมากกว่า พอถึงเวลาสำคัญแล้วรู้ตัวว่าไม่พร้อมก็เอาแต่หนี”

“ไม่หรอกพี่ริน เมื่อคืนก่อนเรายังปกติดีอยู่เลย” นุดีตอบพลางคิดและปาดน้ำตา “แต่มาเปลี่ยนไปเมื่อเช้านี้เอง เพราะนังสามคนนั่นฟ้องกรรณ์เรื่องนัง...”

“แล้วนี่พ่อกับแม่ว่ายังไงบ้าง” สารินเอ่ยขัดก่อนที่นุดีจะปูดชื่อทิวาให้มารดา หล่อนได้ยิน

“พ่อกับแม่โกรธมาก บอกว่าถึงกรรณ์มาขอขมาก็ไม่ยกหนูดีให้ ตอนนี้กรรณ์ก็ไปแล้ว”

“ไปไหน” สารินถามเสียงสูงจ้องน้องสาวต่างวัยนับสิบปีด้วยความเป็นห่วง “มันจะไปได้ยังไง ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย พี่จะไปตามมันกลับมาให้ จะได้คุยกัน”

“ไม่ทันแล้วพี่ริน พ่อไม่ให้กรรณ์มาเหยียบบ้านอีก แล้วยังโมโหว่าหนูดีตาต่ำทำให้พ่อเสียหน้าต่อหน้าธารกำนัล จะไม่ยอมดูดำดูดีหนูดีแล้ว” หล่อนพร่ำเสียงเครือร้องไห้จนน้ำตาเปรอะหน้า “หนูดีอยากตายถ้าหากกรรณ์กลับไปหานังนั่น หนูดีจะตายให้ดู”

สารินได้แต่กอดปลอบ ถึงนุดีจะพูดเสียงจริงจัง แต่สารินรู้ดีว่านิสัยอย่างหล่อนรักชีวิตยิ่งกว่าสิ่งใด เรื่องจะทำร้ายตัวเองเพื่อผู้ชายไม่น่าเป็นไปได้ แต่นุดีโพล่งจนเกือบเหมือนตะโกน

“หนูดีรักกรรณ์ เขาเป็นของหนูดีและจะไม่ยกให้ใคร พี่รินต้องช่วยนะคะ ถ้าพี่รินช่วยแยกสองคนนั่นหนูดีว่าต้องสำเร็จ ไหน ๆ เมื่อคืนก็พามันขึ้นห้องแล้ว คงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วใช่ไหมคะ”

“เรื่องแบบนี้เอามาพูดได้ไงหนูดี อายคนอื่นบ้าง” สารินเตือนให้รู้ตัวเหลือบมองบุคคลที่สามแล้วไม่ค่อยสบายใจ

นุดีปาดน้ำตาแล้วพอนึกได้ก็ปรายตามองแม่บ้านวัยกลางคนที่ยืนรีรออยู่ไม่ไกล แววตาหล่อนยามจับจ้องเคียดแค้นชิงชังอย่างเห็นได้ชัด

“แกอีกคน ไปเลยไป๊! มายืนทำบื้ออะไรอยู่ตรงนี้ ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน”

สารินถึงกับสะดุ้งมองหญิงกลางคนถอยหลังกรูดท่าทางหงอจนลนลานแล้วหันกลับมาเอ็ดน้องสาว “ทำไมพูดกับป้าแกแบบนั้น ไม่มีสัมมาคารวะเลย”

“ทำไมต้องมี!” นุดีกระชากเสียงใส่

“ต้องสิ!” สารินตวาดเริ่มทนความไร้เหตุผลไม่ไหว “เราเป็นเด็กอยู่นะ ป้าแกเป็นแม่หนูดีได้เลยนะ”

“หนูดีไม่สนหรอก พี่รินคงอยากเป็นลูกเขยมันจนตัวสั่น ลูกสาวมันเป็นต้นเหตุที่ทำให้กรรณ์ทิ้งไป ทำไมต้องเกรงใจสองแม่ลูกที่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคาด้วย”

หล่อนตวัดหางตามอง ดวงตาเรียวฉายแววเกลียดชังจนแม่บ้านวัยกลางคนหน้าซีด ไม่ทันได้เอาเรื่องเอาราวต่อสาวร่างเล็กอวบอัดก็เดินตัวลีบเข้าประตูรั้วมาโดยไม่รู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หล่อนเดินไปตามทางเท้าร่มรื่นของซุ้มสะบันงาที่เป็นทางลัดเข้าไปในสวนโดยไม่หันมาทางหน้าประตูใหญ่จึงไม่เฉลียวใจสักนิด

สารินถึงกับสะดุดมองตามหล่อนจนลืมที่คุยกับน้องสาวเสียสนิท พลันรอยยิ้มก็ปรากฏที่มุมปาก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel