บท
ตั้งค่า

ตอนที่3/2 พวกไม่ตรงปก

ซูม่านหงอดทนให้พ่อลูกถามไถ่กันสักครู่ก็พูดขึ้นบ้าง “วันนี้ที่สมาคม จินหลานถามหาลู่หลีของพวกเราด้วยนะคะ บอกว่าชื่นชอบผลงานการแสดงของลู่หลี ฉันว่านี่เป็นสัญญาณบอกกล่าวทางอ้อมค่ะ”

จางเจี้ยนกังรู้สึกสนใจประโยคหลัง “สัญญาณอะไร”

“ก็เรื่องที่จินหลานกำลังมองหาลูกสะใภ้ให้ลูกชายคนรองยังไงล่ะคะ ลู่หลีของพวกเราโดดเด่นไม่แพ้ใคร แค่ความขัดแย้งเล็กน้อย จะถึงขั้นตัดออกไปง่ายๆ ได้ยังไง ถ้าคุณช่วยสนับสนุนลูกอีกครั้ง นัดดูตัวกับทางนั้นเป็นเรื่องเป็นราวให้ การแต่งงานของลู่หลีก็จะมีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น คุณชายรองเองก็ดูเหมือนจะมีใจให้ลูกของเราด้วย”

“มีความเป็นไปได้? ลู่หลีลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายสะใภ้ใหญ่ของพวกเขา ในงานเลี้ยงวันเกิดหลานชายสุดที่รักของพวกเขา ถ้าไม่เห็นแก่หน้าของผม ป่านนี้สองตระกูลใหญ่ในจื้อตูคงเล่นงานพวกเราหมดสภาพไปแล้ว”

“คุณพ่อคะเรื่องนี้หนูอธิบายได้ อี้เหม่ยเจินหาเรื่องหนูก่อน บอกว่าหนูเป็นแค่ไก่ป่าครึ่งผีครึ่งคน หนูก็เลย…”

“ก็เลยตบคนไม่สนผลที่จะตามมา สอนลูกสาวคุณได้ดีเหลือเกินนี่ซูม่านหง ตามใจจนเสียคนไปแล้ว ตระกูลอี้หนุนหลังอี้เหม่ยเจินเต็มที่ ยิ่งเวลาแบบนี้ยิ่งเป็นคนสำคัญที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล ทำร้ายอี้เหม่ยเจิน ตบทีเดียวก็เท่ากับตบหน้าคนตระกูลอี้ทั้งหมด เป็นเหตุผลชั้นดีเลยที่จะถูกเขี่ยกระเด็น คิดว่าตระกูลเฮ่อจะข้ามหน้าตระกูลอี้เรอะ”

“แต่ว่า…แต่คุณก็น่าจะลองช่วยลู่หลีอีกสักครั้ง คุณชายรองกับลู่หลีชอบพอกัน ไม่แน่ว่าพวกเขา…”

ซูม่านหงร้อนใจจนตาแดง ปัญหาเกิดจากลูกสาวตนก็จริง แต่หากสามีช่วยออกหน้าเต็มที่ บางทีก็อาจมีหวัง

จางเจี้ยนกังตัดความเพ้อฝันของภรรยาทันที “ทางนั้นบอกมาแล้วว่าอยากนัดเจอจิ่นยี่”

จูลี่นั่งฟังพวกเขาเงียบๆ ไม่ค่อยใส่ใจนักเพราะมันคือเรื่องในครอบครัวของจิ่นยี่ เธอจะอยู่ที่นี่แค่หกเดือน ระยะเวลาไม่สั้นไม่ยาว ระวังหูตาไว้ดีกว่าสอดรู้สอดเห็น หากแต่เมื่อกี้เหมือนนายท่านใหญ่จางจะพูดบางอย่าง จูลี่ไม่ได้โฟกัส ภาษาจีนของเธออยู่ในระดับเดียวกับเจ้าของภาษา มารดาเป็นชาวจีนแต้จิ๋วแต่กำเนิด บิดาเป็นคนไทยทำมาหากินขยันขันแข็ง ตอนเด็กพวกเราคุยกันด้วยภาษาจีนบ้างภาษาไทยบ้าง จูลี่เลยไม่ติดปัญหาตรงนี้ ถ้าตั้งใจฟังก็ฟังรู้เรื่อง

จางเจี้ยนกังคล้ายกลัวว่ามันจะชัดเจนไม่พอ ถึงขั้นหันมาเน้นย้ำด้วยตัวเอง

“จิ่นยี่ พรุ่งนี้เตรียมตัวให้พร้อม ความหวังของครอบครัวเราขึ้นอยู่กับลูกแล้ว”

จูลี่ (“…”) สำลักน้ำลายจนตัวโยกเลยเดี๋ยวนั้น

ใกล้เที่ยงคืนบ้านทั้งหลังเงียบสนิท คฤหาสน์มีพื้นที่กว้างขวางโดยเฉพาะอาคารพักอาศัยหลักหลังนี้ ห้องนอนเดิมของจิ่นยี่อยู่ทางปีกตะวันตกซึ่งเห็นวิวสวยที่สุดของแม่น้ำเฉินสุ่ย ยามนี้ต้องเปลี่ยนมานอนฝั่งปีกตะวันออกแทน เพราะจางลู่หลียึดเอาไปเป็นของตัวเองช่วงที่พี่สาวไม่อยู่

จูลี่คร้านจะทะเลาะกับน้องสาวปากร้ายคนนี้ของจิ่นยี่เต็มทน รู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดตนมากขึ้นด้วยซ้ำเพราะเรื่องเมื่อตอนมื้อเย็น สมควรพักรบไว้ก่อน ที่เป็นปัญหาคือวันพรุ่งนี้ต่างหาก ผ่านด่านคนในครอบครัวจิ่นยี่ไปได้ นึกว่าจะจบ จูลี่พบว่านี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง

“นอนไม่หลับเลยแฮะ จะทำยังไงให้พวกเขาไม่ชอบดีนะ”

เรื่องสำคัญเกี่ยวพันถึงตัวเทพธิดาคนโปรด จูลี่ไม่มีทางตัดสินใจเองโดยพละการ เธอส่งข้อความไปถามจิ่นยี่ ทางนั้นตอบมาอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่หยุดคิดสักนิดเน้นย้ำว่าห้ามทำตัวสะดุดตาเด็ดขาด จิ่นยี่ไม่ชอบคุณชายรองบ้านนั้น ลือกันทั่วเมืองจื้อตูนานแล้วว่าเขาเป็นพวกมีดีแค่ชาติตระกูลแต่นิสัยหยาบคายป่าเถื่อนไม่ต่างจากเดรัจฉาน เป็นคนไม่มีอนาคตเสเพลชั่วร้าย หน้าตาอัปลักษณ์จนไม่ยอมออกงานสังคมให้ใครเห็น หมกตัวอยู่แต่ในบ้านราวกับหนูท่อ

จิ่นยี่วิจารณ์เลือกสรรคำได้น่ากลัวจนจูลี่ฟังแล้วขนลุกตาม พอวางสายคล้ายจะย้อนคิดบางอย่างได้จึงนอนมองเพดานห้องด้วยความสงสัย

เธอแค่เรียกอีกฝ่ายว่าคุณชายรอง ไม่ได้บอกว่าคุณชายรองคนไหนสักหน่อย ทำไมจิ่นยี่วิจารณ์ได้มั่นใจอย่างกับรู้ว่าเป็นใคร ตอนนายท่านจางคุยกับภรรยา ตนไม่ได้สนใจรายละเอียดยิบย่อยขนาดนั้น จับใจความได้บ้างแค่แม่ของคุณชายรองอะไรนี่กำลังมองหาลูกสะใภ้ จางลู่หลีมีปัญหากับสะใภ้ใหญ่ของทางนั้น ทำให้โดนคัดออกจากตัวเลือกและอีกฝ่ายต้องการพบจิ่นยี่แทน

เหมือนจะนึกออกแต่ก็นึกไม่ออก จูลี่เริ่มปวดหัวแถมไม่มีวี่แววว่าจะง่วง เธอจึงลงไปที่ห้องครัวเพื่อหาน้ำอุ่นหรือนมสักแก้วดื่ม ไฟด้านล่างเปิดไว้เป็นจุดๆ พอให้เห็นทาง ไม่มีคนรับใช้สักคน หญิงสาวในชุดนอนบางเบาสีขาวตัดกับความมืดก้าวเท้าผ่านส่วนของห้องโถงไป โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาใครบางคนมองตาม

“ขี้เกียจอุ่นนม แค่น้ำอุ่นก็พอมั้ง” รีบดื่มรีบขึ้นไปพักผ่อน

เครื่องกดน้ำเสียงเสียงแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบ จูลี่ประคองแก้วเตรียมยกน้ำขึ้นดื่ม ที่ท้องพลันโดนลูบคลำจากมือปริศนาทางด้านหลัง ความกลัวผีพลุ่งพล่านจนกรีดร้องไม่ออก ทั้งมือปริศนายังไม่ให้เธอทำเช่นนั้นได้ ร่างกายพลันตกอยู่ในอ้อมแขนผู้ชาย ใช่แล้ว เป็นผู้ชายตัวใหญ่เสียด้วย

ไอ้บ้าเอ๊ย! วันนี้จะซวยไปถึงไหนกัน

“คุณหนู…ผมเอง” น้ำเสียงคลุมเครือเจือแหบพร่ากล่าวประชิดใบหู “กลิ่นใหม่ของคุณหนูหอมมาก”

แก้วน้ำหลุดมือไปตั้งแต่สะดุ้งตกใจครั้งแรกทว่าไม่ตกแตกเพราะคนด้านหลังรับเอาไว้ทัน และไม่หกเปรอะเปื้อนด้วย

จูลี่ดิ้นจนเหนื่อยก็ไม่หลุด อ้อมแขนที่กอดอยู่ยิ่งกระชับแน่นกว่าเดิม กอดตัวเธอไว้ราวกับจะไม่ยอมปล่อยอีก

“คุณหนู” คนด้านหลังเรียกอีกครั้ง คราวนี้เจือความน้อยใจอันเปราะบาง “ทำไมถึงดิ้นขนาดนี้ล่ะ ผมคิดถึงคุณหนูทุกวัน อยากเจอหน้าแต่เจอไม่ได้ รู้ไหมว่าผมทรมานมาก คุณหนูครับ…”

จูลี่ถูกจับพลิกให้หันมาเผชิญหน้า พอเห็นอีกฝ่ายเต็มตาก็จำได้ว่าเขาคือคนขับรถนั่นเอง “อย่านะ ไอ้โรคจิต”

“เมื่อก่อนคุณหนูก็ชอบเรียกผมแบบนี้ ตอนที่พวกเราอยู่ด้วยกันแค่สองคน ทั้งบ้านหลับกันหมดแล้ว ให้ผมขึ้นไปที่ห้องคุณหนูนะครับ ผมอยากทำให้คุณหนูสบายตัว….”

“ไอ้โรคจิตปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” จูลี่ตื่นตระหนกเริ่มตะคอกเสียงดัง

“ทำไมล่ะครับ หรือเพราะว่าพรุ่งนี้ต้องไปดูตัวแล้วก็เลยเมินผมใช่ไหม คุณหนูเคยชอบผมมาก ทุกคืนเวลานอนไม่หลับจะแอบไปหาผมที่บ้านพักข้างหลัง อยู่กับผมทั้งคืน”

“หา??? อย่ามาเพ้อเจ้อนะ”

ชายหนุ่มปล่อยมือ เอียงคอมองประเมินจูลี่ศีรษะจรดปลายเท้า “คุณหนูไม่เคยปฏิเสธผมมาก่อน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel