Chapter 3 : ไม่ปล่อยไปง่ายๆ
Chapter 3 : ไม่ปล่อยไปง่าย ๆ
"พิชชา!"
"ห๊ะ!"
หญิงสาวขานรับตัวสะดุ้ง หันมองพิมพ์ดาวเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกมองเธอด้วยใบหน้างุนงง
"เเกเป็นอะไรเนี่ย ทำไมเหม่อได้ขนาดนี้"
พิชชารีบส่ายหัว มือของเธอเปียกชื้นไปหมด เพียงแค่นึกถึงนัยน์ตาคมคู่ดุที่เพ่งตรงมายังเธอ เนื้อตัวของเธอก็สั่นจนควบคุมไม่ได้
"แกมีอะไรหรอพิมพ์"
พิมพ์ดาวหรี่ตากับท่าทางประหลาดของพิชชาที่เธอไม่เคยเห็นด้วยความสงสัย มือก็วางเอกสารลง พิชชาจึงเปิดมันอ่าน
"แกยังคิดมากอยู่หรอ ได้ยินประธานคนใหม่ก็ไม่ได้อะไรมากหนิ มิหนำซ้ำดูเป็นคนรุ่นใหม่ทำงานเก่ง ไม่ได้คัดพนักงานใหม่ออก หรือเปลี่ยนสัญญาอะไรด้วย แกควรจะสบายใจสิ"
"ฉันคิดเรื่องอื่น ไม่เกี่ยวกับงาน"
"นี่ ฉันเป็นเพื่อนแกมากี่ปี นอกจากเรื่องงานก็ไม่มีอะไรสำคัญอีกแล้วสำหรับแก"
พิชชาถอนหายใจ ยื่นเอกสารคืนเพื่อนสนิทสาว
"เอาตามนี้ แล้วก็กลับไปทำงานได้แล้วค่ะ คุณพิมพ์ดาว"
คนโดนสั่งเบะปาก รับเอกสารมาไว้ในมือ เดินออกจากห้องอย่างยอมแพ้
ในห้องสี่เหลี่ยมเงียบอีกครั้ง พาลให้หัวใจดวงเล็กเต้นยวบยาบเชื่องช้า เธอไม่สามารถเอาภาพใบหน้าคมและดวงตาคู่นั้นออกจากหัวได้เลยจริง ๆ และภาวนาให้ทุกอย่างเป็นเรื่องบังเอิญ ภาวนาให้เขาจำเธอไม่ได้ ให้เขาลืม ลืมทุกสิ่งในอดีต อย่างที่เธออยากจะลืมมัน.......
12.00 น. @โรงอาหารบริษัทSK
พิชชาและพิมพ์ดาวเดินคุยกันเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่ได้รับจากบอร์ดบริหาร ตรงมายังห้องอาหารสำหรับเหล่าหัวหน้าแผนกที่ถูกแยกไว้
"เอาเหมือนเดิมนะคะ"
"เหมือนเดิมค่ะ แต่ของพิมพ์ขอเพิ่มเผ็ดนะคะพี่ใจ"
"ได้เลยค่ะคุณพิมพ์"
ทั้งสองนั่งรอไม่นาน อาหารก็เสิร์ฟลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมเตะจมูก
"ขอบคุณค่ะพี่ใจ"
พิชชายิ้ม แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตักอาหารเข้าปาก เสียงของใครบางคนจากทางด้านหลังก็ดังขึ้น
"ทำไมต้องมีห้องอาหารแยก"
เสียงเข้มราบเรียบช่างคุ้นหู คุ้นเสียจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัว
เพล้ง!
"พิชชา แกเป็นอะไรไหม"
เสียงช้อนตกลงบนพื้นดังไปทั่วห้อง จนพิมพ์ดาวมองใบหน้าเพื่อนสาวที่ไม่สู้ดีนักอย่างเป็นห่วง
"มะ.....ไม่เป็นไร"
พิชชาว่าเสียงลน ก่อนจะรีบโน้มตัวลงไปเก็บช้อนที่พื้น แต่ยังไม่ทันจะแตะลงบนช้อน มือหนาของใครบางคนก็คว้าช้อนไว้ได้ก่อน จนปลายนิ้วของเธอได้สัมผัสลงบนหลังมือนั่นเบา ๆ
เธอเงยหน้ามองใบหน้าคมที่นั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้า ก่อนจะตกใจจนต้องรีบชักมือกลับ
"ว้าย!"
พิมพ์ดาวยกมือขึ้นป้องปาก เมื่อเพื่อนสาวอย่างพิชชาสะดุ้งตัวโยนและรีบลุกขึ้นด้วยใบหน้าตื่น
"เป็นอะไรรึเปล่าครับ"
น้ำเสียงเรียบถามขึ้น นัยน์ตาคมก็มองใบหน้าที่หลบสายตาของเขาไปอีกทาง
"เปล่าค่ะ"
เสียงสั่นของพิชชาตอบกลับ แต่ใบหน้าและสายตากลับมองตรงไปอีกทาง
พิมพ์ดาวที่มองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความตกใจในท่าทางเพื่อน แต่ก็มีความสงสัยเห็นว่าพิชชากำลังเสียมารยาท ก็รีบเดินมารับหน้าประธานหนุ่มคนใหม่ไว้ด้วยรอยยิ้มทันที
"ขอโทษด้วยค่ะท่านประธาน พอดีพิชชาเธอขี้ตกใจน่ะค่ะ อย่าถือสาเลยนะคะ"
นัยน์ตาคมเหลือบมองไปยังใบหน้าได้รูปจากก้านข้าง ก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย
"ไม่รู้มาก่อนเลย ว่าคุณพิชชาจะตกใจง่ายขนาดนี้"
มือหนายื่นช้อนให้กับพิมพ์ดาว จนเจ้าตัวรีบรับด้วยรอยยิ้ม หวังให้สถานการณ์ตรงหน้าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
"ขอบคุณท่านประธานมากเลยนะคะ"
"ยินดีครับ"
อีธานพูดอย่างเป็นมิตร ก่อนจะละสายตาจากพิมพ์ดาว เหลือบไปมองพิชชาที่ยังคงมีสีหน้าไม่สู้ดีเล็กน้อย
"ผมว่าโรงอาหารควรจะปรับสักหน่อย ห้องที่แบ่งแยกชนชั้นแบบนี้ไม่ควรจะมี"
อีธานหันมองไปรอบ ๆ ก่อนจะหันมามองพิชชาที่มีพิมพ์ดาวยืนกั้นไว้อยู่
"เห็นว่ายังไงครับ"
พิมพ์ดาวที่รู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มมีมวลแปลก ๆ บางอย่าง ก็รีบรับหน้าทันควัน
"จริงค่ะท่านประธาน"
เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะเบนสายตาไปหาคนตัวเล็กด้านหลังที่ยืนหันข้างให้เขาอยู่
"แล้วคุณพิชชาล่ะครับ"
คนโดนเอ่ยถึงสะดุ้ง มือเล็กชื้นเหงื่อกำเข้าหากันแน่น มวลประหลาดที่แล่นอยู่ในท้องชวนให้อาเจียนจนเธอต้องหลับตาลง ก่อนจะเปิดเปลือกตา หันมาประจัญหน้ากับเขาตรง ๆ
นัยน์ตาคม สบกับนัยน์ตากลมโตที่เรียบนิ่ง พิมพ์ดาวที่เห็นแบบนั้นก็ค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง ปล่อยให้ทั้งสองคนได้เผชิญหน้ากันในระยะไม่ไกลนัก
"ที่โรงอาหารถูกแยกออกมาเป็นห้องพิเศษ สำหรับหัวหน้าแผนก เลขาบอร์ดบริหาร หรือพนักงานที่มีตำแหน่งและความรับผิดชอบมากกว่าพนักงานทั่วไปไม่ใช่การแบ่งแยกชนชั้นค่ะ แต่เพื่อเป็นการดูแลพนักงานเหล่านั้นให้เท่าเทียมกับพนักงานคนอื่น ๆ เพราะเวลาอาหารของพวกเค้าบางครั้งก็ไม่ใช่เวลาพักเหมือนพนักงานคนอื่น บวกกับต้องจ้างแม่ครัวพิเศษที่สามารถทำงานล่วงเวลาทั้งวันได้ เเม่ครัวห้องอาหารใหญ่ด้านนอก จะได้ไม่ต้องรับภาระที่ทั้งหนัก และใช้เวลาทั้งวัน"
พิชชาอธิบายร่ายยาว โดยไม่ลืมที่จะสบตาเขาทุกวินาทีที่เธอพูดอย่างชัดเจน และเรียบนิ่ง
"ท่านประธานพึ่งเข้ามาบริหาร เรื่องเล็กน้อยพวกนี้อาจจะยังไม่ทราบ"
ริมฝีปากสีสวยยกยิ้มให้เขาที่ยืนหน้านิ่งมองเธออยู่
"แต่การที่จะสรุปความในเชิงลบ โดยที่ไม่ทราบรายละเอียดหรือข้อมูลมาก่อน ดิฉันเกรงว่าพนักงานคนอื่นจะตั้งคำถามกับท่านประธานได้นะคะ"
อีธานยกยิ้ม จนพิชชาผงะ ทุกคนในห้องต่างก็มองสภานการณ์ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ กับทีท่าของประธานหนุ่มและเลขาสาว ที่ดูท่าจะไม่ใช่การสนทนาทั่ว ๆ ไป
"เป็นเหตุผลที่ดีครับ"
เขาก้าวเข้ามาชิด จนพิชชาก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ
พรึ่บ!
"ว้าย!"
ร่างเล็กสะดุดจนล้มลงนั่งบนเก้าอี้ม้านั่งยาวอย่างแรง ใบหน้าสวยเบ้เข้าหากันด้วยความเจ็บเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองประธานหนุ่มที่ยืนชิดอยู่นิ่ง ราวกับเขาเป็นซาตานที่มองลงมาอย่างเหนือกว่า พร้อมจะพิพากษาเธอได้ทุกเมื่อ
"เอาเป็นว่าบ่ายนี้ ผมคงต้องยืมตัวคุณเลขาพิชชาในการทำหน้าที่อธิบายโครงสร้าง สถานที่ และองค์ประกอบยิบย่อยของบริษัทที่ห้องผมด้วยนะครับ"
