บท
ตั้งค่า

บทที่4 ไร้ตัวตน

ภายในจวนสกุลกู้ หนี่โหยวเหยาอาศัยอยู่เหมือนเงาที่ดูเลือนราง ท่ามกลางเสียงหัวเราะและบรรยากาศคึกคักจากผู้เป็นฮูหยินรองและสาวใช้ข้างกาย นางเป็นเพียงฮูหยินเอกในนามเท่านั้น ทุกคนต่างรู้ดีว่านางไม่ได้รับความรักจากผู้เป็นสามีเลยสักนิด

ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาในจวน กู้หมิงเหยียนก็ไม่เคยย่างกรายมาหานางที่เรือนของนางแม้ครั้งเดียว ยามเผชิญหน้ากันด้วยความบังเอิญ เขาก็เลือกที่จะหลบสายตานางอยู่ร่ำไป ความเย็นชาของเขาเป็นดั่งมีดคมกรีดใจ แต่นางก็เลือกที่จะอดทน เพราะเชื่อมั่นว่าเขายังมีความทรงจำเกี่ยวกับนางซุกซ่อนอยู่ และพยายามปลอบใจตนเองว่า คงมีเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาต้องทำเช่นนี้

“หมิงเหยียน ข้าขอโทษ ขอโทษที่อ่อนแอจนไม่กล้าตัดใจ” นางกล่าวกับตัวเองซ้ำ ๆ ในยามค่ำคืน ขณะที่ดวงตาหม่นหมองจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างอย่างดูเลื่อนลอย

วันหนึ่ง ในขณะที่นางกำลังเดินเล่นอยู่ภายในสวน และกำลังเดินข้ามสะพานขนาดเล็ก ด้วยความแคบของสะพาน จึงทำให้กู้หมิงเหยียนที่กำลังเดินใจลอยอยู่นั้นไม่ทันได้สังเกตเห็นนาง และเมื่อทั้งสองเดินมาถึงถึงกลางสะพาน จึงทำให้เขาไม่สามารถที่จะหลีกหนีจากการเผชิญหน้ากับนางได้

กู้หมิงเหยียนมีท่าทีชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น เพื่อปกปิดความหวั่นไหวที่มีอยู่ในแววตา

“กู้หมิงเหยียน ท่านจดจำข้าไม่ได้จริงหรือ” นางเอ่ยถาม แม้ว่าเขาจะไม่มองหน้านาง

“ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ว่าข้าจำไม่ได้” คำตอบของเขาสั้นเรียบ แต่เหมือนหินหนักทุ่มลงกลางอกนาง แต่นางก็ไม่คิดถอดใจ ยังคงเฝ้ารออย่างมีความหวัง

“เช่นนั้นข้าขอเวลาเพียงไม่นาน หากสุดท้ายท่านจำข้าไม่ได้จริง ๆ ข้าจะจากไปโดยไม่คิดรั้งท่านไว้” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างชัดเจน

กู้หมิงเหยียนถอนหายใจเบา ๆ “เจ้าแต่งกับข้าแล้ว จะอยู่ที่นี่ตลอดไปก็ไม่เป็นไร เจ้าจะมีทุกสิ่งที่ฮูหยินของข้าพึงจะมี เพียงแต่...ความรัก ข้าไม่มีเหลือให้เจ้าแล้ว”

“ไม่เหลือหรือ... ทั้งที่เมื่อก่อน มันคือของข้าแท้ ๆ” นางพึมพำแผ่วเบา ดวงตาแดงก่ำ

คำพูดของเขาเหมือนน้ำแข็งที่กัดกร่อนหัวใจ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ทว่าในดวงตาของเขา ตอนนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่า

ดูท่าว่าแววตาที่อ่อนไหวของเขาในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ คงเป็นนางที่ตาฝาดไป “ปีเดียว ขอเวลาแค่เพียงปีเดียวเท่านั้น แล้วข้าจะจากไป” นางเอ่ยด้วยวาจาหนักแน่น

โดยระยะเวลาหนึ่งปีนี้ นางตั้งใจว่าจะเป็นการให้โอกาสตนเอง และให้โอกาสแก่ความรักที่เขาเคยมีต่อนาง แม้ว่าตอนนี้ มันอาจจะไม่มีเหลืออยู่แล้วก็ตาม

กู้หมิงเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงเย็นชา “จะหนึ่งปี หรือมากกว่านั้น ข้าก็จะยืนยันในถ้อยคำเดิม”

หนี่โหยวเหยากัดริมฝีปากแน่น ก่อนที่นางจะล้วงเอาหยกประจำตระกูลกู้ที่ห้อยอยู่ในอกเสื้อออกมา

“เช่นนั้นสิ่งนี้ ข้าขอคืนให้ท่าน ในเมื่อผู้ให้จดจำมันไม่ได้ ข้าก็ไม่ควรครอบครองมันต่อไป” นางยื่นหยกให้เขาด้วยมือที่สั่นไหว

เขามองหยกในมือของนาง ก่อนจะเอ่ย “ในเมื่อมันเป็นของเจ้าแล้ว เจ้าก็จงเก็บมันไว้เถิด” เขากล่าวปฏิเสธที่จะรับหยกกลับมา

“ท่านกล่าวผิดแล้ว มันแค่เคยเป็นของข้า เหมือนกับความรักของท่าน ที่เป็นเพียงอดีตแล้วเท่านั้น หากแต่ตัวข้าอ่อนแอจนเกินไป จึงยังไม่อาจตัดใจได้เสียที” เมื่อกล่าวจบ นางก็ถือวิสาสะเอื้อมมือไปจับมือของเขา ก่อนที่จะวางหยกลงบนมือเขาในที่สุด

เมื่อคืนหยกให้เจ้าของเดิมแล้ว หนี่โหยวเหยาก็รีบหันหลังเดินจากไปทันที โดยไม่คิดที่จะหันกลับมามองชายที่นางรักอย่างสุดหัวใจ

กู้หมิงเหยียนมองตามแผ่นหลังของนางที่ห่างไกลออกไป ใบหน้าเขาเรียบเฉย ทว่าในแววตาคู่นั้น กลับมีบางสิ่งที่เริ่มเคลื่อนไหว

“โหยวเหยา ข้าต้องทำเช่นไร” เขาพึมพำแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว มือที่ถือหยกประจำตระกูลกระชับแน่น ราวกับว่ามันคือสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้

กู้หมิงเหยียนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไรไม่มีใครรู้ เขาเพียงมองหยกชิ้นนั้นพร้อมข่มความปวดร้าวที่มีเอาไว้ภายในใจ เป็นความปวดร้าวที่ไม่อาจให้ผู้ใดรับรู้ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel