บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ท่านลุงเหอ

ทางด้านซูหลีหลี่นางค่อยๆ ย่อกายลงแล้วดึงเข็มออกมาอีกสี่เล่มแล้วปักลงไปตามจุดต่างๆ ของร่างกายของชายวัยกลางคนผู้นั้น นางดึงยาลูกกลอนออกมาแล้วยื่นให้เหอจงด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ยาลูกกลอนนี้ช่วยขับไล่พิษของหนอนกู่ได้ ท่านจงรีบนำไปป้อนให้เจ้านายของท่านกินเสีย” เมื่อซูหลีหลี่ยื่นยาให้เหอจงก็พลันมีสีหน้าลังเล นางจึงทอดถอนใจออกแล้วยื่นมือไปบิยาลูกกลอนออกมาแล้วกินลงไปในทันที

“ท่านคงเห็นแล้วกระมังว่าข้าไม่ได้คิดจะวางยาเจ้านายของท่าน รีบลงมือเสียหากชักช้าแล้วหนอนกู่แผลงฤทธิ์ขึ้นมา เขาคงจะคลุ้มคลั่งเพราะอาการเจ็บปวดอีกครั้ง แล้วครั้งนี้คงยากที่จะกำราบหนอนกู่ได้แล้ว” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงก็ไม่รอช้ารีบลงมือป้อนยาให้เจ้านายของเขาในทันที ส่วนซูหลีหลี่ยามนี้นางกำลังสอดส่ายสายตาหาทารกน้อยเพื่อจะรับเขากลับไปด้วย เพียงครั้งนี้กลับไร้ซึ่งเสียงร้องของเด็กทารกอย่างที่ควรจะเป็น

“อึก อ็อก อ็อก...” ชายวัยกลางคนที่นอนอยู่ถูกป้อนยาลูกกลอนได้ไม่นานก็มีท่าทีอึดอัดแล้วก็ขย้อนเลือดและตัวหนอนเนื้อตัวอวบอ้วนสีแดงสดออกมาในทันที

“รีบฆ่าหนอนกู่นั่นเสีย อย่าปล่อยให้มันหนีออกไปทำร้ายผู้คนอีก” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงก็รีบลงมือใช้ปลายกระบี่แทงลงไปบนตัวหนอนในทันที

“โอย หายปวดได้เสียที” ชายวัยกลางคนเอ่ยพึมพำออกมาพลางยกมือขึ้นไปนวดบริเวณศีรษะของตนเอง

“นายท่าน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เหอจงรีบเอ่ยถามอาการของเจ้านายของเขาพลางกดปลายกระบี่แล้วตวัดตัดหนอนตัวนั้นจนขาดเป็นสองท่อนในทันที หนอนตัวนั้นยังคงขยับเขยื้อนอยู่ซูหลีหลี่เห็นดังนั้นจึงได้รีบหยิบก้อนหินขนาดเหมาะมือมาทุบหนอนสีแดงจนแหลกเหลวไปทั้งสองท่อนแล้วจึงได้หันไปสอดส่ายสายตาหาทารกน้อยอีกครั้ง

“ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว ยังมือปวดหน่วงๆ อยู่บ้าง แต่ไม่ได้ปวดจนแทบจะควบคุมสติของตนเองไม่ได้อีกแล้ว” เหอเจวี๋ยเอ่ยพลางจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าแม้ว่านางจะสวมผ้าโปร่งบางปกคลุมศีรษะเอาไว้ แต่เขาก็อยากจะทำความรู้จักกับนางเอาไว้เพราะสตรีที่ช่วยเหลือเขาผู้นี้มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา

“ขอบคุณแม่นางที่ช่วยเหลือข้า ข้ามีนามว่าเหอเจวี๋ยวันหน้าหากมีโอกาสข้าจะขอเป็นวัวเป็นม้ารับใช้ท่านเพื่อตอบแทนบุญคุณ” เหอเจวี๋ยเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาทำท่าค้อมคำนับเพื่อขอบคุณแต่ซูหลีหลี่กลับเบี่ยงกายหลบแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ข้าช่วยเหลือท่านก็เพราะไม่ต้องการให้ทำร้ายตนเองและผู้อื่น ส่วนเรื่องตอบแทนบุญคุณนั้นท่านไม่ต้องตอบแทนหรอก ขอเพียงแค่ยามนี้ท่านช่วยส่งคนของท่านไปตามหาเด็กทารกที่ได้รับบาดเจ็บจากการอาละวาดของท่านเมื่อครู่นี้แล้วนำมาให้ข้าได้หรือไม่” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงที่อยู่ด้านข้างก็รีบหันไปออกคำสั่งกับคนของเขาในทันที

“ได้ยินที่แม่นางน้อยพูดหรือไม่รีบส่งคนออกไปตามหาเร็ว” คำสั่งของเหอจงทำให้คนของเขารีบออกตามหาในทันที ส่วนเผิงซีผู้เป็นสาวใช้ของนางรีบยื่นมือมาดึงแขนเสื้อของนางในทันที

“ท่านกำลังคิดจะทำอะไรเจ้าคะ” แม้ว่าคำถามของเผิงซีจะแผ่วเบาเป็นอย่างมากแต่เหอจงที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ย่อมจะได้ยินเขาเองก็รู้สึกข้องใจเช่นเดียวกัน

“ข้าได้ยินเสียงทารกร้องน่ะ ก็เลยอยากจะยื่นมือช่วยเหลือ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ทุกคนต่างก็หันไปสบตากันก็ต่างพึมพำออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ไม่เห็นได้ยินเลย” คำพูดของคนรอบกายทำให้ซูหลีหลี่เม้มปากแน่น นางรีบลุกขึ้นแล้วเหลียวมองรอบๆ กายเพื่อมองหาซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรชายบุญธรรมของตนเองในชาติก่อนด้วยจิตใจที่ไม่ค่อยจะมั่นคงนัก

‘เจ้าไปอยู่ที่ใดเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เหตุใดเจ้าจึงไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้’ ซูหลีหลี่คิดด้วยความว้าวุ่นใจ ยิ่งเมื่อบรรดาลูกน้องของเหอจงเข้ามารายการว่าไม่มีเด็กทารกที่ได้รับบาดเจ็บจิตใจของซูหลีหลี่ก็พลันแตกสลายไปในทันที

“เขาอยู่ที่ไหนกันนะ” นางพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทำให้ทั้งเหอจงและเหอเจวี๋ยต่างก็รีบสั่งให้คนของตนไปตามหาทารกน้อยที่ได้รับบาดเจ็บมาให้นางอีกครั้ง

“ไม่มีขอรับ” เมื่อคนของเหอเจวี๋ยและเหอจงกลับมารายงานเช่นนี้ซูหลีหลี่จึงได้พยักหน้า

“เช่นนั้นคงเป็นข้าที่หูแว่วไปเอง ขอบคุณพวกท่านมากที่ตั้งใจตามหาทารกน้อยให้ข้า” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางคารวะขอบคุณแต่ทั้งเหอเจวี๋ยและเหอจงก็ต่างบ่ายเบี่ยงและเอ่ยว่าเป็นพวกเขาต่างหากที่ต้องตอบแทนนาง

“ไม่ทราบว่าข้าขอทราบนามของแม่นางได้หรือไม่ วันหน้าพวกข้าจะได้สามารถตอบแทนแม่นางได้อย่างเต็มที่” เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า

“เดิมทีข้าไม่ได้ต้องการการตอบแทนจากพวกท่านแต่ในเมื่อพวกท่านต้องการตอบแทนข้าก็ย่อมจะไม่ปฏิเสธ วันนี้ข้าอาจจะยังไม่มีเรื่องขอร้องพวกท่านแต่ก็ไม่แน่ว่าวันหน้าข้าจะไม่มี” ซูหลีหลี่เอ่ยออกมาแล้วจึงได้ลดเสียงลง

“ข้าคือคุณหนูใหญ่สกุลซู ซูหลีหลี่วันนี้ข้าลักลอบหนีออกจากจวนมาโดยที่ไม่มีผู้ใดภายในจวนรู้เห็นหวังว่าพวกท่านจะเข้าใจข้าและปล่อยให้ข้ากลับจวนอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของข้าได้หรือไม่” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอเจวี๋ยก็เอ่ยถามออกมาในทันที

“มารดาของเจ้าคงจะไม่ใช่หลี่เซียนโหรวบุตรสาวของท่านอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงหลี่รุ่ยกระมัง” เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยถามเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้าพลางเอ่ยตอบเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ของข้าคือหลี่เซียนโหรว”

“ฮ่า ฮ่า ที่แท้ก็เป็นบุตรสาวของคนงามสกุลหลี่นี่เอง เจ้าเรียกข้าว่าท่านลุงได้เลยข้ากับมารดาของเจ้าเคยเป็นสหายเก่ากัน ไม่นึกไม่ฝันว่าคนงามเช่นนางจะมีชะตาอาภัพเช่นนั้น แต่อย่างน้อยการที่นางมีบุตรสาวเช่นเจ้าถือว่าเป็นเรื่องดี และดีมากๆ อีกด้วย” เหอเจวี๋ยเอ่ยพลางหัวเราะออกมา

“ท่านลุงเหอช่วยลดเสียงลงหน่อยเจ้าค่ะ” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เขาจึงรีบพยักหน้า

“ไม่ใช่เพราะข้ากังวลว่าผู้อื่นจะล่วงรู้ว่าข้าหนีออกจากจวนมาอย่างเดียว แต่ด้วยสุขภาพของท่านในยามนี้ควรค่อยๆ ถนอมร่างกายเอาไว้น่าจะดีกว่า อีกอย่างคนที่วางหนอนกู่ตัวนี้ให้ท่านน่าจะเป็นคนใกล้ชิดที่สามารถป้อนหนอนกู่ให้ท่านได้ ดังนั้นเมื่อกลับจวนสกุลเหอไปข้าแนะนำให้ท่านลงมือสอบสวนให้ดี ท่านเป็นถึงผู้บัญชาการกองกำลังรักษาเมือง แต่กลับถือดาบไล่เข่นฆ่าผู้คนเช่นนี้ก็เท่ากับว่าคนที่ลงมือวางหนอนกู่ให้ท่านนอกจากตั้งใจจะทำให้ท่านถูกหนอนกู่กัดกินจนตายแล้วยังตั้งใจจะให้สกุลเหอและกองกำลังของสกุลเหอได้รับโทษสถานหนักเพราะการกระทำของท่านไปด้วย” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอเจวี๋ยจึงได้พลันมีสีหน้าตึงเครียดในทันที

“ดังนั้นคนที่วางแผนการร้ายกาจกับท่านจะต้องลงมือกับท่านอีกครั้งแน่เมื่อรู้ว่าท่านหายดีแล้ว ทางที่ดีท่านจึงควรจะแสร้งทำเป็นว่าพิษของหนอนกู่ยังขับออกไม่หมดและท่านเองก็ยังคงครองสติเอาไว้ไม่อยู่น่าจะเป็นการดีกว่า” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยแนะนำออกมาเช่นนี้เหอเจวี๋ยก็พลันพยักหน้าในทันที

“สมแล้วที่เป็นบุตรสาวของเซียนโหรว เจ้าทั้งเฉลียวฉลาดและงดงาม เฮ้อ น่าเสียดายที่ข้าไม่มีบุตรหลานที่ใช้การได้เลยสักคนมิเช่นนั้นคงจะต้องคิดอาจเอื้อมส่งคนไปสู่ขอเจ้าให้มาเป็นคู่ครองของบุตรหลานของข้าเป็นแน่” คำพูดของเหอเจวี๋ยทำให้เหอจงพลันกระแอมออกมา

“นายท่าน คนอย่างคุณหนูใหญ่สกุลซูยามนี้คงจะมีคู่หมายแล้วท่านจะพูดจะจาอันใดรบกวนคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนพูดด้วย” เมื่อเหอจงเอ่ยเช่นนี้เหอเจวี๋ยก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“นั่นสินะ ยามนั้นท่านอดีตหัวหน้าแพทย์หลวงหลี่เสียใจแทบตายที่เซียนโหรวเลือกแต่งกับไอ้งั่งสกุลซูนั่น ดังนั้นเมื่อมีหลานสาวที่แสนดีเช่นเจ้าเขาจะต้องรีบหาคู่ครองที่ดีเอาไว้ให้เจ้าแล้วแน่ๆ” เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้เหอจงก็กระแอมออกมาอีกครั้งแล้วกัดฟันเอ่ยเตือนเจ้านายของตนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“นายท่าน ไอ้งั่งที่ท่านเอ่ยถึงคือบิดาของนางนะ” คำพูดของเหอจงไม่เพียงทำให้เหอเจวี๋ยหัวเราะ แหะแหะออกมาอย่างเก้อกระดาก แต่ยังทำให้สองสาวใช้อย่างเผิงซีและตงชิงต่างก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ส่วนซูหลีหลี่ไม่เพียงไม่โกรธแต่นางยังร่วมวงหัวเราะกับสาวใช้ไปด้วย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel