แม่นางน้อยที่เกาะสามีข้าไม่ปล่อยนั้นคือผู้ใด? 2
แม่ทัพหยางก็ชี้นิ้วใส่นางด้วยความพิโรธเป็นหนักหนา ส่วนนางก็ได้แต่ยิ้มย่องในใจ ก่อนหน้านี้ก็ใช่แม่ทัพหยางจะลุ่มหลงในตัวนาง กลับกันจากคำบอกเล่าของคนสนิททั้งนางและเขาก็ไม่ลงรอยกันเสียเท่าไหร่นัก ทำตัวอ่อนแอเช่นที่ผ่านมาก็ดีแต่ให้เขาข่มเหงรังแกจนได้ใจ สู้ลุกขึ้นมาสู้กันสักตั้งเช่นนี้มิดีกว่าหรือ และเหมือนว่านางจะคิดถูก แค่เอ่ยตำแสลงหูประโยคเดียวเขาก็เดือดดาลเลือดขึ้นหน้าเสียแล้ว อีกทั้งคงยังไม่เชื่อกระมังว่านางจะลุกขึ้นมาแข็งข้อใส่ แต่นั่นก็หมายความว่าก่อนหน้านี้นาอ่อนแอมากกว่าที่นางคิดไว้เสียอีก
แต่ช้าก่อน สตรีนางนั้นหอบหิ้วความทรงจำหายเข้ากลีบเมฆไปแล้วท่านแม่ทัพหยาง ความน่าหวาดหวั่นที่ท่านเกรงนั้นยังไม่ได้ถึงครึ่งที่จ้าวซือหงผู้นี้คิดไว้เลย
จ้าวซือหงลอบยิ้มอยู่ในใจ ก่อนจะเหลือพินิจสตรีข้างกายที่อีกฝ่ายหอบหิ้วมาจากที่ใดก็มิทราบได้ และเริ่มพ่นคำแสลงหูท่านแม่ทัพหยางผู้เกรียงไกรอีกครั้งหนึ่ง
“เจ้าจะทำอะไรข้า? แล้ววิญญาณสิงสู่อะไรของเจ้า โง่เง่า! งมงาย! อย่ามาทำทีท่าเดียดฉันท์ไปหน่อยเลย ทำราวกับว่าเจ้าพิศวาสในตัวข้าหนักหนา หากเป็นเช่นนั้นก็อธิบายแก่ข้าหน่อยเถิดมาแม่นางน้อยที่เกาะแขนเจ้าอยู่นั่นเป็นใคร! ถึงข้าจะจำอะไรไม่ได้แต่ในเมื่อข้าเป็นฮูหยินของจวนนี้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์รับอนุหน้าไหนทั้งนั้น!”
“จำไม่ได้? หมายความว่าอย่างไร เจ้าจำเรื่องอะไรไม่ได้กัน?”
“ฮูหยินล้มป่วยคราวนี้ทำให้ความทรงจำสามปีที่ผ่านมาหายไปเจ้าค่ะ ท่านหมอกล่าวว่าอาจเพราะได้รับความช้ำใจหรือกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนักจึงทำให้หลงลืมเรื่องที่ผ่านมาตลอดสามปีนี้”
หยางจื่อถงชะงักงันเมื่อได้ยินคำอธิบายแทนนายของตนเองจากหลินหราน ใบหน้าของท่านแม่ทัพต้าเซี่ยเต็มไปด้วยความฉงน สายตายังคงพินิจสตรีที่ตั้งท่าเป็นศัตรู แข็งข้ออย่างที่ไม่เคยกระทำตลอดระยะเวลาที่นางอาศัยอยู่ที่นี่ ก็ถือได้ว่าคำอธิบายของหลินหรานนั้นถูกต้อง...เพราะทีท่าเช่นนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา
“ลืมแค่เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างสามปีที่ผ่านมาน่ะหรือ”
น้ำเสียงแข็งกร้าวอ่อนลง แต่ทว่ายังไม่คลายความสงสัย ด้วยว่าการหลงลืมของจ้าวซือหงนั้นนับเป็นเรื่องประหลาด
“ใช่...ข้าลืมเรื่องสามปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างข้ากับท่านข้าจำไม่ได้แม้แต่น้อย”
“ท่านแม่ทัพ ท่านจะให้ข้ายืนฟังพวกท่านสนทนากันอีกนานเท่าใด”
จ้าวซือหงละสายตาจากบุรุษตรงหน้า มองไปยังสตรีข้างกายหยางจื่อถงที่นางเกือบหลงลืมไป ก่อนจะสบตากับสามีอีกครั้งเชิงตั้งคำถามถึงที่มาของสตรีน้อยนางนี้ แต่ทว่าท่านแม่ทัพหยางกลับยังจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดใดก็ไม่ทราบ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดประหนึ่งกำลังจับดาบไปทำศึก คิ้วทั้งสองขมวดมุ่น จนอาจจะไม่ได้ยินเสียงของสตรีที่เขาพาเข้าจวนมา
“มิทราบว่าแม่นางน้อยที่เกาะแขนสามีของข้าไม่ปล่อยคือผู้ใดหรือ ท่านจะมาเป็นอนุอย่างที่ข้าปรามาสไว้เมื่อครู่หรือไม่”
ในเมื่อสามีนางไม่ตอบ นางก็เอ่ยถามสตรีที่อยากมีตัวตนในการสนทนาเช่นก่อนหน้า เพียงนางพูดถามขึ้น ใบหน้าของอีกฝ่ายก็เผยยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน มองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเสียมารยาท ซึ่งนับได้ว่าเป็นสตรีประหลาด แทนจะจะโมโหเดือดดาลที่นางหยามหมิ่นไปเสียขนาดนั้น กลับยิ้มเยาะออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย
เฮ้อ ไม่รู้หยางจื่อถงไปเจอสตรีวิกลจริตเช่นนี้มาจากไหนกันหนอ
“ท่านพี่ให้ข้าติดตามมาด้วย ท่านพี่ชมชอบในตัวของข้าไม่น้อย กล่าวว่าจะให้มาอยู่ที่จวนแห่งนี้ ส่วนท่านหากให้ข้าเดาคงจะเป็นฮูหยินที่ท่านพี่ไม่โปรดกระมัง”
แค่ตอบมาว่าเข้ามาเป็นอนุสั้นๆ ก็จบแล้ว ไยสตรีน้อยน่ารำคาญถึงได้พูดออกมาเสียยืดยาวเช่นนี้กัน จ้าวซือหงโคลงศีรษะลอบถอนหายใจ แต่ก็มิทราบว่านางควรจะเหนื่อยใจเรื่องใดก่อนดีระหว่างสตรีน้อยตอบคำถามยืดยาด หรือสามีที่ยังตามหาวิญญาณของตนเองกลับมาคืนร่างไม่ได้กันแน่
แม้อยากจะไล่ตะเพิดสตรีเย้ยหยันนางผ่านทางสีหน้าและน้ำเสียง อีกทั้งคำเรียก ‘ท่าพี่’ ที่แสดงถึงความสนิทสนมกับหยางจื่อถง แต่นางกลับต้องข่มอารมณ์ทุกอย่างไว้ ตรึกตรองทุกอย่างด้วยความรอบครอบอีกครั้งหนึ่ง จึงตัดสินใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบอีกครั้ง
“อ้อ เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวจัดหาห้องให้เจ้าก็แล้วกัน”
พูดพลางข่มความเดือดดาลและหน่ายใจเอาไว้ เดือดดาลที่สามีพาอนุเข้าจวน และหน่ายใจที่สตรีที่สามีพาเข้าจวนนั้นน่ารำคาญและเสียมารยาทจนเกินไป นางมิใช่คนใช้กำลังหรือโวยวายจนเกินเหตุ แม้ก่อนหน้าจะเอ่ยคำพูดที่เต็มไปด้วยโทสะใส่หยางจื่อถงก็ตามแต่ใช่ว่านางจะขลาดเขลาถึงขั้นลงไม้ลงมือกับอนุ หรือพูดไล่ให้นางออกจากจวนในยามพลบค่ำเช่นนี้ ประเดี๋ยวคนทั่วทั้งเมืองหลงคงมีเรื่องให้คุยกันสนุกปากว่าสามีที่กรำศึกนอกมาแรมเดือนพาสตรีเข้าจวนแต่กลับถูกฮูหยินไล่ตะเพิดออกจากจวนอย่างไม่ไว้หน้า ฮูหยินจวนนี้จิตใจคับแคบเหลือคณา แค่คิดนางก็ตกเป็นสตรีที่เต็มไปด้วยความริษยาไปทั่วทั้งเมืองแล้วกระมัง จะทำสิ่งใดย่อมต้องกระทำอย่างชาญฉลาด วู่วามไปประเดี๋ยวเจ้าแม่ทัพไร้พ่ายจะได้ใจและข่มเหงนางเช่นก่อนหน้านี้อีก แต่ทว่าบุรุษที่วิญญาณหลุดลอยไปไกลก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
