เจ้าลืม แต่ข้าไม่ลืม 2
“...ข้าคงละเลยหน้าที่สามีเกินไปกระมัง เช่นนั้นข้าจะชดเชยให้ก็แล้วกัน หลังจากนี้ข้าจะกินที่นี่ นอนที่นี่ ไม่ไปค้างอ้างแรมที่อื่นอีก ดีหรือไม่”
“ข้ามิได้เรียกร้อง...”
“นั่นคือสิ่งที่เจ้าควรได้รับ อีกอย่างปล่อยไว้คนเดียวเหมือนแต่ก่อนคงจะไม่ได้...ทำอย่างไรได้ในท้องของเจ้ามีลูกของข้าอยู่ทั้งคน”
จ้าวซือหงมองสายตาของหยางจื่อถงที่เพ่งพินิจยังหน้าท้องของนาง เช่นเดียวกับนางที่ยกมือขึ้นมาลูบหน้าท้องน้อยๆ อย่างเผลอไผล
อาจจะไม่ผิดจากที่หลินหรานกล่าวมากนัก ความสัมพันธ์ของนางกับแม่ทัพผู้นี้ไม่ได้มีความรักอะไรเทือกนั้นอย่างแน่นอน บัดนี้เขามาพบหน้านางย้ำความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาก็เพราะนางกำลังโอบอุ้มบุตรของเขาอยู่ก็เท่านั้น เช่นนี้แล้วเมื่อครู่นางแอบวาดฝันสิ่งใดไปหรือไม่ เหตุใดหัวใจของนางจึงเต้นไม่เป็นจังหวะจนแทบจะกระเด้งกระดอนออกมาเสียให้ได้เช่นนี้ หยางจื่อถงมีอิทธิพลต่อนางมากขนาดไหนกันทั้งก่อนหน้านี้และในตอนนี้
“สามปีที่ผ่านนี้มีเรื่องมากมาย ข้ามิอาจเล่าความจนหมดได้ อีกอย่างเจ้าคงไม่เชื่อข้าคนที่ทิ้งเจ้าอยู่จวนแม่ทัพเพียงลำพังมาตลอดสามปีหรอก จะให้ข้าเอ่ยสิ่งใดได้เล่า...ความสัมพันธ์ของเราก็ไม่ได้ต่างจากที่เจ้าคิดไว้นัก ง่อนแง่น ระหองระแหง ไม่หนักแน่น รังแต่จะเปราะบางขึ้นทุกวัน แต่ที่ยังอยู่รอดมาสามปีก็เพราะสมรสพระราชทานมิอาจหย่าขาดได้ทันที”
แม้จะตั้งรับกับคำตอบเช่นนี้มาบ้าง อีกทั้งนางมิได้พิศวาสเขาเช่นกัน แต่เหตุใดนางกลับจุกในอกขึ้นมาเสียได้เมื่อได้ยินถ้อยคำแสนไร้เยื่อใยจากอีกฝ่าย ‘มิอาจหย่าขาดได้’ เพราะการสมรสของนางคือสิ่งที่หวงตี้พระราชทานมาให้ การหย่าขาดนั้นจึงไม่สมควรเท่าใดนักหากไม่มีเหตุอันควรมากพอ สิ่งที่เขาพูดมาล้วนเป็นความจริง แต่ทว่าเป็นความจริงที่สร้างความร้าวรานอันแสนประหลาดให้กับจ้าวซือหงผู้ไร้ความทรงจำทั้งมวลเกี่ยวกับเขา แต่ทว่าความรู้สึกของนางที่มีต่อเขามิอาจลืมเลือนไปตามความทรงจำกระมัง และเพราะเหตุนี้นางจึงอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่านางอาจเผลอตัว เผลอใจไปจริงๆ นางอาจกลายเป็นคนโง่เขลาขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นได้ และที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็เพราะว่านางเป็นผู้เลือกเองทั้งสิ้นก็เป็นได้
“ข้าตั้งครรภ์หนทางหย่าขาดยิ่งไม่ยากกว่าเก่าหรือ”
“ยาก...แต่ช่างเถิด อย่างไรข้าก็ไม่คิดผูกมัดชีวิตของตนเองไว้กับใครอยู่แล้ว”
“ท่านไม่คิดเอ่ยคำหวานให้ข้าได้พอใจชื้นบ้างหรือ มิทราบหรือว่าสตรียามตั้งครรภ์นั้นเปราะบางเพียงใด” เมื่อไม่อาจทานทนกับความจุกในอก จ้าวซือหงก็เอ่ยขึ้นมาอย่างใจนึก แม้ว่าอยากจะยกมือมาตะครุบปากของตนเองแต่ก็ช้าเกินไป เผลอความในใจให้เขาฟัง และนี่อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่เปราะบางสำหรับสตรีตั้งครรภ์ การแสดงความน้อยใจออกมาซึ่งๆ หน้าอย่างไม่ปิดบัง...ช่างน่าอายเสียจริงจ้าวซือหง
แม้ว่านางอยากจะยกมือขึ้นมาปิดบังใบหน้ายามเมื่อเอ่ยกับเขาออกไปเช่นนั้น แต่ทว่ากลับจ้องนัยน์ตาของหยางจื่อถงไม่คลาดราวกับจะรอฟังความจากเขา ซึ่งบุรุษที่นางจ้องเอาเป็นเอาตายก็แค่ยกยิ้มมุมปาก หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ราวกับว่าเจอเรื่องน่าขบขัน
“ข้าหยาบกระด้าง...แต่จะพยายามก็แล้วกัน” เขาละสายตาออกจากจ้าวซือหง ทอดถอนหายใจอีกครั้ง “จากนี้เอาอย่างไรดีเล่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดเรื่องการมีบุตรเช่นคนอื่นเขาเลย”
“แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไร...” หยางจื่อถงหันมองหน้าภรรยาของตนทันควันและพอจะเดาได้ว่าสิ่งที่นางเอ่ยนั้นหมายความถึงสิ่งใด “มั่นใจได้อย่างไรว่าข้าตั้งครรภ์บุตรของท่าน”
“เจ้าลืม...แต่ข้าไม่ลืม ฉะนั้นข้ามั่นใจว่าเจ้าตั้งครรภ์ลูกของข้า”
[1] ฉื่อ มาตรวัดความยาวของจีน โดยประมาณ 10 นิ้วหรือหนึ่งส่วนสามเมตร
