บุกรุก 1
อวี่หวงต้าตี้! เก็บน้ำพระทัยของท่านไว้ และหยุดมอบมันให้ข้าเสียที!
แต่ยิ่งโอดครวญเท่าใดก็เหมือนว่าอวี่หวงต้าตี้ไม่ได้ยินคำสรรเสริญของนางแม้แต่น้อย เพราะยังไม่ได้รวบรวมสติที่หลุดลอยไปสุดฟ้า ก็เกิดเสียงดังโวยวายขึ้น จ้าวซือหงยังคงตั้งสติใดมิได้ก็ปั้นหน้าไม่ถูกด้วยว่าไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ทว่านางได้ยินเสียงสบถจากบุรุษข้างกายพร้อมทั้งสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล
“เจ้าโจรบัดซบ!”
สิ้นเสียงของแม่ทัพหยางจื่อถงก็ปรากฏบุรุษผู้หนึ่งแผ่นรังสีอำมหิตออกมาจากร่าง แววตาแข็งกร้าวจ้องมองมาที่หยางจื่อถงด้วยความอาฆาต แต่ในขณะที่ยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่จ้าวซือหงก็ถูกเบี่ยงให้หลบอยู่ด้านหลังของสามี โดยที่นางเองก็มิทราบว่าเขาเจตนาจะปกป้องหรือทำเพราะสัญชาตญาณของบุรุษกันแน่ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเพราะเหตุตรงหน้าตึงเครียดกว่าที่นางจะเอ่ยปากพล่ามอะไรออกมา หลินหรานคนสนิทก็ปรี่เข้ามาขนาบข้างเกรงว่านางจะได้รับอันตรายไปอีกคนแต่ก็ยังมีสติพอที่ไม่เอ่ยสิ่งใดขึ้นมากลางคัน หรือแสดงท่าทีหวาดหวั่นจนเกินไป เว้นเสียแต่สตรีอีกนางหนึ่งที่เพิ่งย่างกายเข้าจวนมาเท่านั้นจะส่งเสียงร้องประหนึ่งโดนอสนีบาต,อสุนีบาตก็มิปาน
“ทะ...ท่านพี่”
“ยังจำข้าได้อยู่อีกรึ นางแพศยา! เป็นสตรีในจวนของข้าไยกลับมาเคียงข้างแม่ทัพของศัตรูเช่นนี้! วันนี้หากข้าไม่ได้ชีวิตเจ้าอย่ามาเรียกข้าว่าหลิวชิ่ง!”
พูดอย่างมีโทสะ ดาบในมือก็เริ่มฟาดฟันหมายจะปลิดชีพสตรีคิดคดต่อตน แต่ทว่ามีดาบจากอีกหนึ่งบุรุษมารับคมดาบของเขาไว้ได้ทันก่อนที่จะบั่นคอสตรีแพศยานั่น
หลิวซ่งนายทหารแห่งเผ่าฮาหนีมองแม่ทัพผู้เกรียงไกรด้วยความเคียดแค้น บ้านเมืองโดนทำลายย่อยยับด้วยน้ำมือของบุรุษผู้นี้ แต่สตรีไร้ยางอายผู้นี้กลับหนีตามแม่ทัพที่ทำลายทุกสิ่งจนไม่เหลือซากเช่นนี้จะให้นายทหารแห่งฮาหนี ชนเผ่าที่ปลุกระดมชนเผ่าน้อยใหญ่ราวสิบเผ่าพร้อมกับเมืองเขตชายแดนให้ลุกขึ้นแข็งข้อต่อต้าเซี่ย คราแรกเป็นไปดั่งที่ใจปรารถนา ทัพของต้าเซี่ยแม้มากไปด้วยกำลังพลแต่ทว่าด้วยกลศึกที่หาจุดอ่อนยากทำให้พวกคิดขบถทั้งหลายเป็นต่อทั้งทางด้านภูมิศาสตร์และเสบียงอาหารที่สะสมมาเนิ่นนาน แต่ทว่าความปรารถนาที่จะเป็นเอกเทศก็มลายสิ้นเมื่อต้าเซี่ยตัดสินใจส่งแม่ทัพผู้เลื่องลือว่าเป็นดั่งเทพสงครามอย่างหยางจื่อถงพร้อมกับกุนซือมากเล่ห์กลอย่างจิ้นอ๋อง ทุกอย่างที่เพียรกระทำมาครึ่งปีก็พังไม่เป็นท่าภายในครึ่งเดือนเมื่อทั้งสองย่างเท้าเข้าสมรภูมิ ความเป็นต่อต่างๆ นานาถูกเปลี่ยนเป็นเป็นความลับจนจนมิเหลือหนทางรอด...
หยางจื่อถงมองการเสแสร้งตรงเบื้องหน้าด้วยความระอา “บ้านเมืองพังพินาศ แต่เจ้าผู้เป็นทหารกลับหนีทัพ ยังมีหน้าเหยียบเข้าจวนข้าอีกรึ! ไม่ละอายใจต่อบรรพบุรุษของเจ้าบ้างหรือไร!”
“หึ! ข้าก็แค่ออกมาตั้งหลักเท่านั้น หากข้ารวบรวมกำลังพลได้เมื่อใด...”
“แต่เจ้ากลับมาอยู่ที่นี่...ถือดาบเข้าจวนแม่ทัพต้าเซี่ย เจ้าหมายมั่นจะมาปลิดชีพสตรีนางนี้ เพราะต้องการฆ่านางเจ้าถึงกลับออกมาจากที่หลบซ่อนเพื่อฆ่านางเชียวหรือ...แม่นางผู้นี้เป็นใครกันแน่ล่ะ ภรรยาของเจ้าหรือ องค์หญิง...”
“หยุด! เจ้ามิบังควรเอ่ยชื่อนางออกมา!”
“เจ้าด่าทอนางว่าเป็นนางแพศยา เจ้าคิดการใดหนอหลิวซ่ง เฮ้อหลิวซ่งผู้น่าสงสาร มีชีวิตรอดแล้วแท้ๆ แต่กลับเดินออกมาหาที่ตายจริงๆ” หยางจื่อถงออกแรงตวัดดาบในมือเพียงเล็กน้อยดาบในมือของอีกฝ่ายก็ร่วงหล่นพื้นโดยง่ายดาย ความจริงแล้วฝีมือของทหารปลายแถวของฮาหนีจะสู้แม่ทัพอย่างเขาได้อย่างไรกัน
“เจ้าไม่ได้เดินเข้ามาความตายเท่านั้น เจ้ายังเดินออกมาเปิดโปรงฐานของสตรีนางนี้ด้วยตัวของเจ้าเองหลินซ่ง...องค์หญิงน้อยที่เจ้าปกป้องมาทั้งชีวิตกำลังจะจบชีวิตเพราะเจ้า”
“เจ้า...หลอกข้า”
“เจ้ารู้อยู่เต็มอกว่านี่คือแผนลวง...แต่เจ้าก็ยังมาเพราะความอันโง่งมของเจ้า”
“เจ้าทราบเรื่องขององค์หญิงได้อย่างไร”
“นั่นมันเรื่องของข้า”
“เจ้ามิได้พานางมาเป็นอนุหรือ”
น่ารำคาญ
ความรู้สึกน่ารำคาญระคนสมเพชผุดขึ้นมาภายในใจของหยางจื่อถง ทุกอย่างชี้ชัดเพียงนี้ว่าทุกอย่างเป็นเพียงแผนลวงอันตื้นเขินของเขา แต่ทหารผู้จงรักภักดีต่อนายของตนผู้นี้กลับมองมันไม่ออก เพราะด้วยม่านหมอกแห่งความรักอันโง่งมมาบดบังสายตา
