บท
ตั้งค่า

ข้ามิได้ย้ายกลับมาเพื่อมานอนคุยกับเงาตัวเอง 1

“วันนี้เหตุใดแม่ทัพหยางจึงมิเข้าประชุมเช้า ทั้งๆ ที่ควรจะเข้ามารับความดีความชอบด้วยตนเอง เราเองก็อยากจะสนทนาหารือกับเขาเช่นกัน”

“ทูลฝ่าบาท ด้วยว่าแม่ทัพหยางเหนื่อยล้าจากการทำศึก อีกทั้งกระหม่อมก็เพิ่งจะได้รับข่าวว่าฮูหยินของท่านแม่ทัพตั้งครรภ์จึงไม่สะดวกมาประชุมในครั้งนี้ กระหม่อมจึงรับหน้าที่มาเป็นธุระชี้แจงทุกอย่างด้วยตนเอง”

“ตั้งครรภ์...จ้าวซือหงตั้งครรภ์หรือ”

“พ่ะย่ะค่ะ ซือหงตั้งครรภ์แล้ว สามปีมานี้ในที่สุดแม่ทัพหยางก็ได้มีบุตรกับเขาเสียที”

หวงตี้แห่งต้าเซี่ยไม่ตรัสสิ่งใดออกมาอีก ทรงประทับอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เวลาผ่านเลยราวกับใคร่ครวญอะไรบางอย่างในพระทัย

“เราพระราชทานสมรสให้คนทั้งคู่ด้วยหวังในบางประการ...หากแต่นางตั้งครรภ์ขึ้นมาไม่แน่ว่าบางสิ่งที่ข้าหวังอาจจะผิดเพี้ยนไป”

จิ้นอ๋องเมินเฉยต่อถ้อยดำรัสของผู้เป็นหวงตี้ จัดแจงรินน้ำชาให้กับโอรสสวรรค์ด้วยทีท่าไม่ยี่หระราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนั้นมิใช่เรื่องของตน แต่ทว่าเรื่องที่หวงตี้ทรงตรัสมานั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึง แต่เพราะรู้ดีมาตลอดต่างหากเล่า

หยางจื่อถงเป็นเพียงคนธรรมดาที่กลายมาเป็นแม่ทัพในเวลาเพียงไม่กี่ปีเขาก้าวหน้าและเรืองอำนาจมากกว่าคนในวัยเดียวกัน หากจับพลัดจับผลูเข้าขั้วอำนาจที่เป็นปรปักษ์กับหวงตี้หรือไท่จื่อขึ้นมามีหรือจะไม่กลายเป็นภัยใหญ่ในวันข้างหน้า พระองค์จึงสวมรอยการขอสมรสพระราชทานของจ้าวซือหงมาใช้ประโยชน์เสีย

ครอบครัวของจ้าวซือหงสิ้นชีพไปจนหมดจากสงครามครั้งใหญ่ของต้าเซี่ยตระกูลจ้าวได้รับยกย่องให้เป็นวีรชน ส่วนนางที่เหลือรอดชีวิตอีกทั้งยังเยาว์วัยยังไม่ถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำไปจึงอยู่ในการดูแลของหวงโฮ่วประหนึ่งองค์หญิงคนหนึ่ง ไร้ซึ่งคนคัดค้านด้วยว่าหากไม่ใช่การเสียสละชีพของคนตระกูลจ้าว ต้าเซี่ยอาจไม่เข้มแข็งเท่าวันนี้

ให้นางแต่งกับหยางจื่อถงอย่างไรเสียตามกฎเจ็ดออก สามไม่ไปอย่างไรเขาก็มิอาจหย่าขาดจากนางได้ ด้วยว่าไม่มีบ้านให้กลับ นั่นก็เท่ากับว่าตัดสิทธิ์การแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของหยางจื่อถงกับขุนนางมากหน้าหลายตาในอนาคต

ใครกันจะอยากให้บุตรสาวแต่งเข้ามาเป็นอนุภรรยาของผู้อื่น ไม่มีเสียหรอก ในเมื่อจำกัดหนทางและการใช้อำนาจของหยางจื่อถงได้แล้ว ตามวัฏจักรของอำนาจแล้วในท้ายที่สุดอย่างไรเสียหากวันหนึ่งวันใดเขาพลาดพลั้งอย่างมากก็แค่กำจัดคนทั้งคู่ที่ขวางทางอำนาจของพระองค์ทิ้งโดยหยิบยกเหตุผลอันควรเท่าที่พระองค์จะทรงดำริได้ขึ้นมาก็เท่านั้น ฉะนั้นแล้วจิ้นอ๋องจึงมิแปลกใจในการกระทำของหวงตี้แม้แต่น้อย เพราะรู้ดีจึงไม่เอ่ยแย้งสิ่งใดต่างหาก อีกทั้งเรื่องที่ทำให้เขามาเข้าเฝ้าหวงตี้มิใช่เรื่องในจวนของผู้อื่นแต่เป็นเรื่องของเขาเองต่างหาก

“เฉิงรุ่ย หากเขาอยู่ไม่เป็นสุข กระหม่อมจะลากเขาลงนรกด้วยตนเอง”

คำพูดของจิ้นอ๋องเรียกความสนพระทัยของหวงตี้ได้ดีกว่าเรื่องในจวนของแม่ทัพไร้พ่าย หวงตี้ทอดพระเนตรมองโอรสของพระองค์ที่พูดออกมาอย่างไม่เกรงกลัว “เฉิงอี้ คนที่เจ้าพูดถึงนั้นคือไท่จื่อระวังคำพูดของเจ้าด้วย จะดีร้ายอย่างไรเขาก็คือผู้สืบทอดบัลลังก์ของเราในยามนี้”

จิ้นอ๋องแค่นหัวเราะ ใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มตลอดเวลาเงยสบพระพักตร์ของหวงตี้ผู้เป็นพระบิดา

“การศึกในครั้งนี้กระหม่อมโดนลอบฆ่ามาสามครั้ง ครั้งที่หนึ่งราชองครักษ์ของฝ่าบาทปกป้องข้าได้เป็นอย่างดี ครั้งที่สองกระหม่อมเป็นคนสังหารเจ้าพวกนักฆ่าพวกนั้นด้วยมือของกระหม่อม และครั้งที่สามหยางจื่อถงเข้ามาช่วยกระหม่อมเอาไว้ได้ทัน แน่นอนว่าคนที่อยากให้กระหม่อมตายตกไปคงหนีไม่พ้นไท่จื่อของฝ่าบาท เขาตั้งตนเป็นปรปักษ์กับกระหม่อมตั้งแต่กระหม่อมยังอยู่ในวังหลวง”

ความบาดหมางของท่านอ๋องทั้งหลายในวังหลวงนั้นเป็นเรื่องปกติ จิ้นอ๋องคือหนึ่งในอ๋องพวกนั้น ตั้งแต่เด็กเขามักได้รับความโปรดปรานจากพระราชบิดามากกว่าพี่น้องคนอื่น ไม่แปลกหากพี่น้องเหล่านั้นอยากจะเข่นฆ่าเขาจนเนื้อเต้นยามเมื่อสบโอกาส เพราะแบบนี้เขาจึงขยาดความโปรดปรานจากหวงตี้หนักหนา ยิ่งโปรดปรานมากเท่าใด เขายิ่งเป็นภัยมากขึ้นเท่านั้น เมื่อถึงวัยสวมกวานเขาจึงแยกตัวออกมาอยู่นอกวังหลวงแทบจะทันที ตีตัวออกห่างจากความโปรดปราน ไม่ใฝ่ฝันเรื่องบัลลังก์แต่ทว่าหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น ตีหน้าเซ่อก็แล้ว ทำตัวไม่ยี่หระตัวขั้วอำนาจในราชสำนักก็แล้วเจ้าพวกกระหายอำนาจก็ยังไม่ยอมลามือ เช่นนี้ก็คงต้องสู้กันให้ตายกันไปข้างกระมัง จะได้จบเรื่องวุ่นวายนี่เสียที

“ทราบหรือไม่ว่าหากเป็นคนอื่นกล่าวเช่นนี้แล้ว คงไม่แคล้วถูกจับขังโทษฐานกบฏ”

“แล้วแต่จะทรงมีวินิจฉัย”

นั่นคือสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้น จิ้นอ๋องทราบดี หากจิ้นอ๋องตายแล้วผู้ใดจะหาเงินทองเข้าท้องพระคลังของแคว้นที่กระหายสงครามแห่งนี้กัน หากสิ้นซึ่งจิ้นอ๋องแล้วผู้ใดจะเข้ามาจัดการเรื่องวุ่นวายทั้งหลายที่คนมากมายขยาด หากสิ้นจิ้นอ๋องและหวงตี้จะยืมมือของใครทำร้ายคนอื่นกันเล่า...

ไม่มีทาง ตราบใดที่เขายังมีประโยชน์อยู่ต่อให้เป็นหวงตี้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ แต่การที่มีรับสั่งเช่นนี้กลับมาก็ชัดเจนแล้วว่าแม้แต่พระองค์เองยังไม่ไว้ใจรัชทายาทของพระองค์เช่นกัน มิเช่นนั้นคงมิให้องครักษ์เงาสิบนายตามติดเขาเป็นเงายามเมื่อมีต้องออกศึกสงครามหรือ กุนซือมิจำเป็นต้องถือดาบไปฆ่าฟัง เพียงนั่งวางกลยุทธ์ในกระโจม แต่นั่งอยู่เฉยๆ ก็อาจถึงฆาตได้เช่นกันเช่นที่เขาเคยโดนมากับตัว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel