ข้าทราบดีว่าจ้าวซือหงคนเก่าจะกลับมา 3
จ้าวซือหงมิเข้าใจว่าเหตุใดนางจึงมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้กันแน่ นางตั้งครรภ์จึงปรากฏอาการผิดแปลกออกมา เรื่องนั้นนางเข้าใจได้ เพราะมิใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด แม้จะตั้งตัวไม่ทันแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจอาการพิกลของตนเอง แต่สิ่งที่นางไม่เข้าใจคือบุรุษที่นั่งเท้าคางมองนางอยู่ที่ข้างเตียงเตาเสียมากกว่า
“ท่านแม่ทัพ”
“นอนพักไป จะพูดมาไปไย”
“ท่านมานั่งจ้องข้าเช่นนี้จะให้ข้านอนได้อย่างไรกัน” หลังจากที่นางอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง แม่ทัพหยางก็อุ้มนางมานอนพักในห้องนอน จัดแจงให้หลินหรานเช็ดเนื้อตัวให้สะอาดแล้วเขาก็มานั่งเฝ้านางเช่นนี้ ราวกับว่าหากละสายตานางจะสลายไปเหมือนหยาดน้ำค้างในยามเช้าก็มิปาน
“นอนไป นี่คือคำสั่ง”
“ข้ามิใช่ทหารในค่ายของท่าน”
“แน่นอน ข้ามิได้ร่วมหลับนอนกับนายทหารในค่าย”
จ้าวซือหงหน้าเห่อร้อน แก้มขาวซีดเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมากะทันหัน เมื่อได้ยินคนพูดจาเรื่องหลับนอนออกมาหน้าตายไม่อายปาก “ข้า...ข้าหมายถึงท่านจะสั่งข้าให้ทำตามท่านเช่นทหารใต้บังคับบัญชาท่านมิได้!”
“อ้าว แล้วไยไม่พูดให้มันชัดเจนตั้งแต่แรก”
เขาแกล้งนาง! บุรุษผู้นี้กำลังกลั่นแกล้งนาง!
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของหยางจื่อถงนางก็ทราบได้ในทันทีว่าเขากำลังกลั่นแกล้งนางสร้างความพึงพอใจให้กับตนเอง แต่นางจะทำสิ่งใดได้ ร่างกายอ่อนแรงนอนไร้ความสามารถอยู่บนเตียงเตา ใจอยากจะทำร้ายเขาให้รู้สึกสะดุ้งสะเทือนเสียหน่อยแต่เมื่อใคร่ครวญดูแล้วนางก็อับจนปัญญา จึงจำใจหลับตาลง ในเมื่อเขาไม่ยอมไปไหน นางก็จะหลับใหลหนีหน้าเขาเอง!
แต่นอนหลับตาอยู่ได้ครู่หนึ่งก็รู้ได้ถึงสัมผัสบางอย่างบริเวณหน้าท้องของนาง จ้าวซือหงพลันลืมตาแต่ก็พบว่าสัมผัสที่นางรับรู้นั้นมาจากบุรุษที่นั่งเฝ้านางอยู่ข้างเตียง
มือของหยางจื่อถงกำลังวางอยู่บนหน้าท้องของนาง ส่วนเขาก็เอาแต่พินิจมือขึ้นลงตามลมหายใจของนางโดยมิทันสังเกตด้วยซ้ำไปว่านางกำลังจับจ้องมองเขาอยู่ หรือว่านางคิดผิดกันนะ
“นอนไม่หลับก็ไม่ต้องนอน”
ใช่นางคิดผิดจริงๆ เขาเป็นถึงแม่ทัพมีหรือจะไม่ทราบว่ามีคนแอบมองอยู่ด้วยระยะแค่นี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำไป
“หรือว่าเจ็บ...มือข้าหนักไปหรือ”
จ้าวซือหงนิ่วหน้ามองบุรุษที่เอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนถอนมือของตนเองกลับด้วยท่าทีตื่นตระหนกจนนางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างขำขัน
“หัวเราะอะไรของเจ้า” คนที่ถูกหัวเราะเยาะเอ่ยถามเสียงระคนไม่พอใจ แต่ก็มิได้เอ่ยว่าสิ่งใดไปมากกว่านั้น
“หัวเราะท่านอย่างไรเล่า เวลาท่านประหม่าน่าขันมากรู้หรือไม่”
“ซือหง...”
จ้าวซือหงพินิจบุรุษที่ยังคงท่าทีตื่นตระหนก ชั่วพริบตาหนึ่งนัยน์ตาอ่านยากของเขาแสดงถึงความดีใจบางประการออกมา แต่ก็ชั่วพริบตาหนึ่งเท่านั้นจนนางไม่แน่ใจว่าตาฝาดไปหรือไม่ อีกอย่างนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกนางว่า ‘ซือหง’
“นอนไม่หลับ ก็ออกไปเดิน พ่อบ้านน่าจะจัดแจงดอกไม้ลงดินแล้ว จะไปดูสักหน่อยหรือไม่”
จ้าวซือหงทิ้งความแปลกใจก่อนหน้า พยักหน้าตอบรับคำชวนของอีกฝ่าย นางถูกประคองให้ลุกขึ้น มือข้างหนึ่งถูกหยางจื่อถงพันธนาการเอาไว้ด้วยมือของเขา อาจจะคงเกรงว่านางจะล้มพับไปเสียก่อนก็เป็นได้ แต่ทว่านางเองก็เพิ่งจะทราบว่ามือของเขาอุ่นกว่ามือของนางอยู่มากโข ความหยาบกระด้างมากกว่านางเป็นเท่าทวีแต่นั่นมิใช่เรื่องแปลก เขาเป็นแม่ทัพชั่วชีวิตจับแต่ดาบ มีหรือจะให้นุ่มนิ่มราวกับคุณชายในจวนขุนนาง ที่เขาหวั่นวิตกเมื่อครู่นั้นอาจเพราะอาวุธพวกนั้นทำให้เขากลายเป็นบุรุษกระด้าง มือหนักกว่าคนทั่วไปก็เป็นได้
